1O กองทุน SSF ผลตอบแทน 3 ปีท็อปฟอร์ม
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Facebook| Line| Youtube | Instagram
นับตั้งแต่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นมาตลอดกว่า1 ปี ประกอบกับเงินเฟ้อปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ทำให้ผลตอบแทนในช่วงปี2565 ของกองทุนรวมการออมระยะยาว(กองทุนSSF) ปรับลดลง และหลายกองทุนมีผลตอบแทนติดลบ ทำให้นักลงทุนเริ่มถามตัวเองว่าควรลงทุนต่อ หรือนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นวัยทำงาน กองทุนSSF ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ เพราะระยะเวลาในการถือครองเพียง10 ปี(ต้องถือครองอย่างน้อย10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อแบบวันชนวัน) ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี(ปีไหนต้องการซื้อก็ค่อยลงทุน หรือปีไหนเสียภาษีสูงก็ค่อยลงทุน) ที่สำคัญมีเงินเพียง1 บาท ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ และในแต่ละปีจะลงทุนกองทุนของ บลจ. ไหน ลงทุนจำนวนกี่กองทุนก็ได้ ขอเพียงลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น
สำหรับการลงทุนกองทุนSSF มักตัดสินใจลงทุนตามอายุ ถ้าอายุน้อย ๆ เช่น ต่ำกว่า30 ปี สามารถเน้นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นในสัดส่วนสูง เช่น80% ที่เหลืออีก20% ก็ลงทุนกองทุนที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ และเมื่ออายุมากขึ้นก็ลดสัดส่วนหุ้น และเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้
นอกจากนี้ อาจลงทุนด้วยกฎRule of Thumb ด้วยการหาสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง โดยนำปัจจุบันหักออกจาก100 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นสัดส่วนที่ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น อายุ30 ปี ควรมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้น70% (100 – 30 = 70) หมายความว่า ควรลงทุนกองทุนSSF มีนโยบายลงทุนในหุ้น70% อีก30% ลงทุนกองทุนที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้
อีกทั้ง สไตล์การลงทุนจะมีความแตกต่างกัน จึงควรเลือกกองทุนSSF ให้สอดคล้องกับสไตล์ตัวเอง โดยข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แนะนำว่า
- สายDCA หากถนัดลงทุนกองทุนSSF แบบสม่ำเสมอทุกเดือนก็ต้องใช้รูปแบบDCA ซึ่งเหมาะกับผู้ที่วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี และรู้ว่าต้องซื้อกองทุนSSF ทั้งหมดเท่าไรในปีนั้น
- สายตุนเป็นการลงทุนกองทุนSSF แบบซื้อตุนเช่น เมื่อได้โบนัสช่วงต้นปีก็แบ่งเงินสักก้อนมาลงทุนกองทุนSSF ตุนไว้ก่อน เมื่อในระหว่างปีนั้นหากเห็นว่าภาวะตลาดปรับลดลงก็ค่อยเข้าลงทุนในจังหวะขาลง ราคาซื้อก็จะลดลงด้วย
- สายถัวเป็นการลงทุนกองทุนSSF แบบรอซื้อถัวด้วยการรอจังหวะตลาดปรับลดลงแล้วเข้าซื้อถัวไปเรื่อย ๆ แต่จะไม่มีการวางแผนแบ่งซื้อด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กัน เหมือนรูปแบบDCA แต่จะขึ้นอยู่กับโอกาสการลงทุนในปีนั้น ๆ
- สายเปย์ปลายปีเป็นวิธีการลงทุนกองทุนSSF ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นปีแบบครั้งเดียว ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการรอรายได้ในรูปแบบอื่น ๆ มารวมกับรายได้ประจำเพื่อคำนวณรายได้รวมทั้งปีให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการซื้อเกินสิทธิลดหย่อนภาษี
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถนัดลงทุนสายไหน หากยังไม่ได้ลงทุนหรือลงทุนไปบ้างแล้ว อาจพิจารณาลงทุนกองทุนSSF ให้เต็มสิทธิด้วยเหตุผลที่ว่าเงินคืนจากสิทธิลดหย่อนภาษี เป็นเหมือนฉนวนปกป้องจากภาวะขาดทุนได้ในระดับหนึ่งเพราะเงินคืนภาษีถือเป็นกำไรก้อนแรกจากการลงทุนกองทุนSSF