โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คัด 4 หุ้น “รายได้-กำไร” โตสวนกระแส จับตาครึ่งปีหลังนิวไฮ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2565 เวลา 04.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กล่าวถึงบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2565 ออกมาไฉไลดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่าง 2 หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ WICE, ATP30 รวมถึงหุ้นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดไปไม่นานอย่าง CPANEL, CHIC โดยโชว์งบครึ่งปีแรก เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิขานรับเทรนด์ของธุรกิจที่เป็นขาขึ้น อีกทั้งคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทำนิวไฮได้อย่างแน่นอน

บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพียงรายเดียวที่ตั้งแต่ไตรมาส 1/2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มระบาด จนมาถึงไตรมาส 2/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตทุกๆไตรมาส รวมทั้งหมด 10 ไตรมาสติดต่อกัน

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 170.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 111.42 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 328.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 193.01 ล้านบาท

โดยสาเหตุสำคัญมาจากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการขนส่งทางทะเล (Sea Freight) และการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (Cross Border Service) บริษัทสามารถทำกำไรอยู่ในระดับดีแม้ในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ต้นทุนด้านค่าระวางเรือจะปรับตัวลดลง แต่ส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทลดลงเช่นกันประกอบกับสถานการณ์ประเทศจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จึงสามารถขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนได้เป็นปกติ

นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ WICE เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เพราะไตรมาส 3/2565 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ที่จะมีปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะบริการขนส่งข้ามแดนที่มีปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา และคาดว่าจะมียอดขนส่งเฉพาะบริการนี้จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอีก 40-50%

นอกจากนี้ บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากการขยายพื้นที่การให้บริการคลังสินค้าแบบออนไซต์ (Onsite Warehouse Management) ขนาด 15,000 ตร.ม. อีกทั้งความร่วมมือระหว่างบริษัทกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายและบริหารช่องทางการขาย E-commerce แบบครบวงจรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการปี 2565 จะทำสถิติสูงสุด (New High) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% แตะ 9,000 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 7%

ด้าน บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 บริษัทมีกำสุทธิ 11.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 663% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1.45 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 11.26 ล้านบาท

โดยสาเหตุสำคัญมาจากรายได้ของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการให้บริการลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2565 โดยมีรถเพิ่มขึ้นถึง 14 คัน ประกอบกับบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนได้มีอย่างประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จึงทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น

นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ ATP30 กล่าวว่า ช่วงครึ่งหลังปี 2565 ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการลงทุนเพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ส่งผลให้รถรับส่งพนักงานเป็นที่ต้องการมากขึ้น ขณะที่การให้บริการบริหารจัดการการให้เช่าและการเดินรถไฟฟ้ากับ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด และบริษัท อรุณ พลัส จำกัด มีกระแสตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทมีจำนวนรถที่ดูแลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มความต้องการใช้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บริษัทได้ศึกษาการให้บริการรถบัสไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อนำมาให้บริการรับ-ส่งพนักงานซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการรถบัสไฟฟ้าฟลีทแรกได้ภายในปีนี้ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการขยายฐานรายได้ของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้เชื่อว่าผลประกอบการปีนี้จะทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All time high) ได้อย่างแน่นอน โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 25% หรืออยู่ที่ 600 ล้านบาท

ส่วน บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ CPANEL ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ด้วยระบบอัตโนมัติ (Fully Automated Precast) ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ เป็นบริษัทที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปลายปี 2564 ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 13.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 5.37 ล้านบาท และเป็นการเติบโตทำนิวไฮเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน

ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 16.78 ล้านบาท หลังมีการปรับปรุงระบบการผลิต ส่งผลให้สามารถผลิต Precast ได้มากขึ้นและส่งมอบงานได้เร็วขึ้น ตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

นาย ชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ CPANEL เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 คาดว่ามีแนวโน้มทำนิวไฮต่อเนื่องจากระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมีงานที่จะส่งมอบให้ลูกค้าถึง 25 โครงการ อาทิ Britania กม 35, Noble Curve, SANSIRI (low rise condo) เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญากับลูกค้า คือ โครงการแนวราบและแนวสูงเพิ่มอีก 6 ราย มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่ 1,172.40 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565-2566

โดยบริษัทมีแนวโน้มขยายฐานกลุ่มลูกค้าในโครงการหลากหลายประเภทมากขึ้น อาทิ โรงแรม, โรงพยาบาล, คอนโดมิเนียม, และห้างสรรพสินค้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศ การลงทุนใหม่ของภาคธุรกิจบริการ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จำแนกตามประเภทโครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 85.17% แนวสูง 14.72% และอื่นๆ 0.11%

นอกจากนี้ บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) หรือ CHIC ผู้จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน ที่นอนและเครื่องนอนครบวงจร เข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ออกมาประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2565 ว่าบริษัทมีรายได้รวม 440 ล้านบาท เติบโต 124% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 15 ล้านบาท เติบโต 3.38% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 11.62 ล้านบาท

โดยสาเหตุรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากความต้องการซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน และของตกแต่งบ้านเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายหน้าร้านและช่องทางจำหน่ายออนไลน์เติบโตได้ดี

รวมทั้งธุรกิจงานโครงการ บริษัททยอยส่งมอบงานในมือ (Backlog) และรับรู้รายได้บางส่วนในไตรมาส 2/2565 ประมาณ 101 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ประมาณ 136 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประมูลงานเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามภาพรวมกำไรสุทธิครึ่งปีแรกอาจจะเติบโตไม่มาก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai รวมถึงการทำประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ จำนวน 5.37 ล้านบาท

นอกจากนี้ มีการแก้ไขสัญญาเช่าที่ดินสาขาอุดรธานี ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลง จึงเกิดผลต่างจากการแก้ไขสัญญาเช่าจำนวน 4.20 ล้านบาท ทั้งนี้ต้นทุนต่างๆ ข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One Time Expense) ซึ่งรับรู้ไปแล้วก่อนหน้านี้ และคาดว่าศักยภาพการทำกำไรในครึ่งปีหลังจะดีขึ้นแน่นอน เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ CHIC กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายหน้าร้านและงานโครงการ รวมถึงจะประมูลงานใหม่เพิ่มเติมอีกหลายโครงการมูลค่าอยู่ที่ 20-30 ล้านบาทต่อโครงการ

อีกทั้งหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท เป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้รับความสนใจจากพันธมิตรทางธุรกิจอาทิ บริษัทรับสร้างบ้าน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แนวสูง โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ สร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจออกแบบ ตกแต่ง และให้เช่าเฟอร์นิเจอร์ครบวงจร

โดยบริษัทมุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์การตลาดแบบ O2O (Online to Offline) ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ที่มีกำลังซื้อสูงให้ความสนใจและมีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยมั่นใจว่ารายได้รวมปี 2565 จะเติบโตมากกว่า 20% จากปีก่อน

ทั้งนี้หากรายได้ปีนี้ทำได้ตามเป้าหมาย เติบโตอย่างน้อย 20% จากปีก่อน ซึ่งทำได้ 674 ล้านบาท จะทำให้บริษัทมีรายได้รวม 809 ล้านบาท ซึ่งจะทุบสถิติรายได้สูงสุดที่เคยทำได้ปี 2562 ระดับ 781 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...