โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สภาพ 'หลัง' ติดฝา เซี่ยวลี้ปวยตอ หนักหนาสาหัส เมื่อพบ 'ลิ่มซีอิม'/บทความพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2565 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 02.27 น.

บทความพิเศษ

สภาพ ‘หลัง’ ติดฝา

เซี่ยวลี้ปวยตอ หนักหนาสาหัส

เมื่อพบ ‘ลิ่มซีอิม’

เหตุปัจจัยอะไรทำให้ลี้คิมฮวงต้องหวนคะนึงถึงเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อนอย่างล้ำลึกและอย่างเป็นพิเศษ

1 เพราะว่าอั้งไฮ้ยี่นั้นเป็นบุตรของลิ่มซีอิมกับเล้งโซ่วฮุ้น

1 เพราะความเจ็บปวดไม่เพียงแต่จากเหตุปัจจัยแรกเท่านั้น หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเพราะเจ็บปวดจากพฤติกรรมของอั้งไฮ้ยี่ผู้นั้น

ทุกอย่างจึงล้วนเป็นเหตุปัจจัยระหว่างกันและกัน

เหตุปัจจัยทั้งหมดนี้ย่อมเป็น “ไฟต์บังคับ” ให้ลี้คิมฮวงต้องเดินทางคืนสู่อุทยานตระกูลลี้ (ลี้ฮึง) อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนิราศร้างห่างไปเป็นเวลา 1 ทศวรรษ

กระบวนดำเนินการประพันธ์เช่นนี้ของ “โกวเล้ง” จึงไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำเกลือลงไปในแผลอันตกตะกอนนอนก้นในใจของลี้คิมฮวง

กลายมาเป็นบทว่าด้วย “ความหลังไม่ควรคะนึงหา” และ “อดีตที่กัดกร่อนใจ”

คฤหาสน์ลี้ฮึง (อุทยานตระกูลลี้) ในกาลครั้งก่อน มาตรว่าตอนนี้เปลี่ยนเป็น “เฮ็งฮุ้นจึง” (ตึกเมฆโรจน์) แล้ว แต่โคลงจากพระราชหัตถเลขาทั้ง 2 บาทยังคงอยู่ 2 ฟากข้างประตู

ไม่ว่าจะเป็น “โคลง” ไม่ว่าจะเป็น “บทเพลง” ล้วนน่าสนใจ

ว. ณ เมืองลุง ถอดโคลงออกมาเป็น “หนึ่งคฤหาสน์มีเจ็ดบัณฑิต / บิดากับบุตรสามถ้ำฮวย”

สำนวนแปล น.นพรัตน์ ก็ปรากฏ “ตระกูลเดียวเจ็ดบัณฑิต / บิดา บุตร หลาน สามท้ำฮวย”

ลี้ชิ้มฮัวเห็นบทกลอนชิ้นนี้คล้ายถูกผู้คนเตะใส่ทรวงอก แทบไม่สามารถก้าวเท้าอีกต่อไป

นี่ความจริงเป็นบ้านของลี้ชิ้มฮัว เขาเติบโตในที่นี้ตั้งแต่แรก ในที่นี้เขาเคยผ่านวัยเด็กอันสุขสม และในที่นี้เขาเคยแบกโลงของบิดา มารดาและกอกอออกไปบรรจุฝัง

ผู้ใดจะได้คิด ลี้คิมฮวงตอนนี้ถึงกับมาเป็นคนแปลกหน้าได้ ลี้คิมฮวงฝืนยิ้มด้วยความรันทด

ในความรันทดนั้นริมโสตคล้ายดังได้ยินเสียงเพลงเศร้าดังแว่วขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นคนในศตวรรษที่ 18 ไม่ว่าจะเป็นคนในศตวรรษที่ 20 หรือแม้กระทั่งคนในตศวรรษที่ 21 ความหลังย่อมตรึงตราในห้วงแห่งสำนึก

บางครั้งก็เป็น “บทกวี” หลายครั้งก็เป็น “เสียงเพลง”

บทกวีอาจจะดำเนินไปอย่างข้ามยุคสมัย เหมือนที่หวนคำนึงถึง วิลเลียม เชกสเปียร์ เหมือนที่รำลึกไปยัง ศรีปราชญ์ หรือ สุนทรภู่

แต่เมื่อเป็น “เสียงเพลง” ย่อมเป็นยุคใครยุคมัน

เมื่อพิจารณาจากสำนวนแปล ว. ณ เมืองลุง บทเพลงอันแว่วอยู่ในความนึกคำนึงของลี้คิมฮวงนั้นคือ จับตามองท่านสร้างห้องหอ / จับตามองท่านเลี้ยงมิตรสหาย / จับตามองหอห้องท่านพังทลาย

แล้วที่พี่ท่าน น.นพรัตน์ ถอดความออกมาเล่าดำเนินไปอย่างไร

มองดูคนปลูกสร้างหอห้อง / เฝ้ามองคนเลี้ยงรับรองแขก / มองเห็นหอห้องแตกทลาย

ลี้ชิ้มฮัวแยกแยะความหมายของเพลงโศก รับรู้ถึงการอยู่ร่วม พลัดพราก ระหว่างผู้คน ความสุขสม โทรมนัสของชีวิตมนุษย์

ยิ่งบังเกิดความอ้างว้างอยู่เต็มอก จนน้ำตาเซี่ยวลี้ปวยตอแทบเนืองนอง

ความน่าสนใจของเรื่องราวทั้งหมดมิได้อยู่ที่ว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ลี้คิมฮวงต้องเดินทางมายังอุทยานตระกูลลี้อีกครั้งหนึ่ง

หากเป็นท่าทีอันสะท้อนออกมาจาก” เล่งโซ่วฮุ้น” มากกว่า

“คิมฮวง คิมฮวง เป็นท่านมาแล้วจริงๆ” ชายกลางคนมีหน้าตาโอ่อ่าภาคภูมิ เสื้อแพรพรรณสวยงาม คางมีเคราเล็กน้อย ถลันออกมาด้วยฝีเท้ารวดเร็ว สีหน้ามีแววพลุ่งพล่านยินดีจนแดงฉาน

เมื่อเห็นลี้คิมฮวง คว้ามือบีบไว้แนบแน่น

นี่ย่อมเป็นเล้งโซ่วฮุ้นอย่างแน่นอน อย่างเด่นชัด ถามว่าทุกเรื่องราวอันเกิดขึ้นที่งู้เกซึงมันรับรู้หรือไม่ รับรู้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่วาจาของมันเหมือนกับจะไม่รับรู้

“เป็นท่านมาแล้วจริงๆ เป็นท่านมาแล้วจริงๆ น้องเรา ท่านทำให้ข้าพเจ้าคิดถึงแทบตาย คิดถึงแทบตายแล้ว เราพี่น้องกัน สมควรปีติยินดีจึงถูกต้อง ไฉนมาหลั่งน้ำตาดุจหญิงชราได้

รีบไปเชิญฮูหยินออกมา พวกเราทั้งหลายต่างออกมาให้หมดสิ้น มาพบกับเฮียตี๋ของเรา พวกท่านทราบเฮียตี๋ของเราคือผู้ใดหรือไม่ ฮา ฮา เราบอกไปแล้วประกันว่าพวกท่านต้องสะดุ้งตัวลอยทีเดียว”

เมื่อมีชายฉกรรจ์ที่ยืนขนาบข้างเล้งเซี่ยวฮุ้นพุ่งออกมาจู่โจมเข้าใส่ลี้คิมฮวง

“พวกเจ้ากล้าลงมือใส่ท่าน” เล้งโซ่วฮุ้นพลันตวาดด้วยโทสะ สะบัดฝ่ามือพร้อมเตะตามติดอีกเท้าหนึ่ง ชายฉกรรจ์ทั้ง 2 กลิ้งกระเด็นออกไป

“พวกเจ้าทราบท่านเป็นใครหรือไม่ พวกเจ้าคิดอย่างไร บอกกับพวกเจ้า บุตรของเล้งโซ่วฮุ้นก็เป็นบุตรลี้คิมฮวง อย่าว่าแต่ลี้คิมฮวงเพียงสั่งสอนมันสักครั้ง แม้นับว่าฆ่าเจ้าเดียรฉานตัวนี้ก็เป็นที่สมควรอยู่ นับแต่บัดนี้ ผู้ใดก็ห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้เป็นอันขาด

หากผู้ใดกล้าพาดพิงถึงเรื่องนี้อีกแสดงว่ามันจงใจหาเรื่องกับเล้งโซ่วฮุ้น”

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า แม้ชะตากรรมของเล้งเซี่ยวฮุ้นจะน่าอนาถอย่างยิ่ง กระนั้น ท่วงทำนองถอยของเล้งโซ่วฮุ้นผู้เป็นบิดาก็ดำเนินไปในลักษณะ “ถอยในทางยุทธศาสตร์”

นั่นก็คือ เป็นกระบวน “ถอย” อย่างมี “การรุก”

“โกวเล้ง” บรรยายสถานการณ์ของลี้คิมฮวงออกมาผ่านสำนวน ว. ณ เมืองลุง ว่า ลี้คิมฮวงยืนแน่วนิ่ง มิเคลื่อนไหว

แต่ในใจมีรสชาติเยี่ยงไรก็บอกมิถูก

หากแม้นเล้งโซ่วฮุ้นดุด่า ประณามสักพัก กระทั่งแตกหักมาลงมือ ลี้คิมฮวงอาจลางทียังรู้สึกสบายใจกว่านี้บ้าง แต่เล้งโซ่วฮุ้นกลับถือน้ำมิตรมีความสำคัญปานนี้

ในใจลี้คิมฮวงยิ่งรู้สึกละอาย ยิ่งปวดแปลบ

ผู้คนในห้องโถงใหญ่ส่วนมากเป็นชนชาวนักเลงอันโชกโชน ไหนเลยสายตาจะไม่กระจ่างแจ่มใส ได้พากันฮือเข้ามารายล้อมอยู่นานแล้ว ทักทาย ถามไถ่ลี้คิมฮวงอย่างประจบสอพลออยู่ตลอดเวลา

พลันได้ยินคนผู้หนึ่งร้องขึ้น “รีบเลิกม่าน ฮูหยินออกมาแล้ว”

ห้วงเวลานี้ต่างหากที่หนักหนาสาหัสอย่างยิ่งหากมองจากด้านของลี้คิมฮวง แม้ “โกวเล้ง” จะเปล่งประกาศออกมาว่า ในที่สุด ลี้คิมฮวงก็ได้พบลิ่มซีอิมอีกครั้ง

เป็นการพบหลังจากพรากเป็นเวลา 10 ปี

สำนวนแปล น.นพรัตน์ ถอดความออกมาว่า ลิ้มซีอิม (สำเนียงกวี) อาจมิใช่สตรีที่งามพร้อมไร้ตำหนินางหนึ่ง แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธว่านางเป็นหญิงงาม

สีหน้านางซีดขาวเกินไป ร่างกายแบบบางเกินไป

ดวงตาของนางแม้สุกใส ออกจะชาเย็นไปบ้าง แต่บุคลิกของนาง ลักษณะราศีของนาง สุดที่จะทัดเทียมได้

ไม่ว่าอยู่ในสภาพอย่างไรนางสามารถบันดาลให้ผู้คนรู้สึกถึงเสน่ห์ที่โดดเด่นเฉพาะของนาง

ไม่ว่าผู้ใดขอเพียงพบเห็นนาง ครึ่งหนึ่งจะไม่มีวันลืมเลือนได้ ใบหน้านี้ไม่ทราบปรากฏขึ้นในห้วงความฝันของลี้ชิ้มฮัวกี่พันกี่หมื่นครั้ง

ทุกครั้งนางล้วนอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น ห่างไกลจนสุดไขว่คว้าได้

ทุกครั้งที่ลี้ชิ้มฮัวคิดโอบกอดนางพลันสะท้านตื่นจากฝันร้ายที่ใจแหลกสลาย ได้แต่นอนสั่นสะท้าน หลั่งเหงื่อเย็นเยียบโซมกาย มองดูม่านวิกาลที่มืดมิดนอกหน้าต่าง พกพาความปวดร้าวรอคอยฟ้าสางสว่าง

แต่รอจนฟ้าสางสว่าง เขายังคงปวดร้าวดุจเดียวกัน อ้างว้างดุจเดียวกัน

นี่ย่อมเป็นฉากที่ย่ำแย่อย่างหนักหนาสาหัสยิ่งเมื่อมองจากด้านของลี้คิมฮวง ไม่เพียงเพราะเล้งเซี่ยวฮุ้นมีมารดาเป็นลิ่มซีอิม

หากยังมีบิดาเป็นเล้งโซ่วฮุ้น

ความน่าสนใจจึงมิได้อยู่ที่ท่าทีของลิ่มซีอิมซึ่งรักบุตรเล้งเซี่ยวฮุ้นเป็นอย่างยิ่งประการเดียว หากแต่ยังอยู่ที่อาการของลี้คิมฮวง

ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดคือท่วงท่าอาการอันออกมาจาก “เล้งโซ่วฮุ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...