ลุ้นระทึกอีก 30 วัน! เทพไท กางสถิติชี้ชะตาเลือกตั้ง 69 โมฆะหรือไม่?
19 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อีก30วัน จะรู้ว่าเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่?
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 รับคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมี QR Code และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ซึ่งไม่เป็นความลับ
มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว จะมีการใช้เวลาในการพิจารณากี่วัน ถ้าย้อนกลับไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ2ครั้ง คือ
ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นวันเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 36 วัน ในการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยในวันที่ 8 พฤษภาคม 2549
ครั้งที่2 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญใช้พิจารณา 47 วัน มีคำวินิจฉัยในวันที่ 21 มีนาคม 2557
ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องใช้เวลาทั้งหมด 38 วัน แต่ถ้าหากนับระยะเวลาที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และมีคำตัดสินให้เท่ากับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งเป็นโมฆะ 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 30 วัน และถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาวินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ในครั้งนี้ ใช้เวลาอีก 30 วัน รวมเป็น 68 วัน ก็จะมีคำวินิจฉัยได้ในวันที่ 18 เมษายน 2569
แม้ว่าจะใช้ระยะเวลามากกว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ที่พิจารณาเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ตาม แต่เห็นว่าเมื่อกระบวนการเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญล่าช้า เสียเวลาไป 38 วัน ระยะเวลาศาลรัฐธรรมนูญ 30 วัน ที่ประเมินว่าน่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาได้ ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าเป็นโมฆะก็ต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ ถ้าไม่เป็นโมฆะ ซึ่งกกต.และรัฐบาลชุดนี้เร่งรัดให้มีรัฐบาลให้จนได้ จะได้เดินหน้าทำงานบริหารประเทศต่อไป
ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า การพิมพ์ QR Code และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง สุ่มเสี่ยงต่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถ้าพิจารณาจากความเห็นของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ”โดยส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งนี้ยังเป็นความลับอยู่ หลายประเทศก็ใช้บัตรเลือกตั้งในลักษณะนี้ แต่ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งกกต.ควรจะนำผู้เชี่ยวชาญสาธิตให้กับตุลาการศาลดูว่า QR Code ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย“
ซึ่งเรื่องนี้ต้องชี้แจงว่า ความเห็นของนายบวรศักดิ์ ก็เป็นความเห็นในฐานะคนของรัฐบาลที่มีส่วนได้เสีย แต่ที่ประเทศอื่นไม่เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการพิมพ์การพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็เพราะกฎหมายของประเทศนั้นๆ ไม่ได้เขียนเหมือนกับรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และการบอกว่า ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ความหมายคือ เข้าถึงยากหรือเข้าถึงง่าย ก็เข้าถึงความลับเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นในกรณีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่จะเป็นโมฆะตามกระแสความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ก็เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น
- 006