โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UNIX ลุยขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ชูเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เตรียมระดมทุนไอพีโอ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 08.10 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยมีความชำนาญและประสบการณ์มากกว่า 30 ปี พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและตลาดผ่านแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน อาทิ การนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ (State of the Art) การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสามารถนำเสนอแนวทางการบริหารต้นทุนให้กับลูกค้า ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อทดแทน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำลังการผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกรวมกันมากกว่า 60,000 ตันต่อปี โดยถือเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตฟิล์มขั้นสูง

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ซึ่งลูกค้าหลักเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอุปโภคบริโภค ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก และฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป โดยมีลูกค้าเป็นผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม อาทิ ผลิตภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) บรรจุภัณฑ์สำหรับของหนัก และผลิตภัณฑ์ลามิเนตในอนาคต

ด้านโครงสร้างลูกค้า พบว่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นลูกค้าในประเทศ ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไปเป็นหลัก โดยประเทศปลายทางส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรกในปี 2567 ได้แก่ ญี่ปุ่น กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วน 92% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และชำระคืนเงินกู้ยืม พร้อมทั้งเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 2 ปี 2569

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี บริษัทมีรายได้จากการขายและกำไรสุทธิอยู่ในระดับทรงตัว โดยปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 3,025.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 153.94 ล้านบาท ถัดมาในปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 3,157.78 ล้านบาท กำไรสุทธิ 119.51 ล้านบาท และในปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 3,063.77 ล้านบาท กำไรสุทธิ 150.31 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงิน

นายโสฬส กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ผ่านการปรับปรุงและจัดหาเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ

ด้านการบริหารจัดการ บริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนการผลิต โดยนำระบบ ERP มาใช้ในการวางแผนและบริหารกระบวนการผลิตแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเร่งขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออก โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการแบบครบวงจร โดยครอบคลุมทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...