โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘นายกฯ’ อวดตัวเลขเศรษฐกิจไทย ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ลั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 พ.ค. 2566 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2566 เวลา 03.37 น. • The Bangkok Insight

"นายกรัฐมนตรี" อวดตัวเลขเศรษฐกิจไทย ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง ลั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ชี้ประเทศไทยไม่เคยหยุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แม้จะเกิดวิกฤติโลกมานานกว่า 3 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ โลกยังเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอน เศรษฐกิจโลก และสงครามความขัดแย้ง ในมุมหนึ่งของโลก ส่งผลย้อนกลับมาสู่ปัญหาปากท้องของคนไทย-สังคมไทย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เศรษฐกิจไทย

วัดชีพจรประเทศไทย

ดังนั้น ในการประชุม ครม. ทุกครั้ง ผมจึงได้หยิบยกข้อมูล-ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาหารือกับคณะรัฐมนตรี เหมือนการ "วัดชีพจร" ประเทศไทย เพื่อประเมินศักยภาพและหาแนวทางป้องกัน แก้ไข หรือปรับแผนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยผลการประเมินผลล่าสุด มีสัญญาณบวกในหลายมิติ สรุปได้ดังนี้

1. เศรษฐกิจในภาพรวมปี 2566 คาดว่าจะขยายตัว 3.6% มีปัจจัยหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ, การบริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกภูมิภาค, อัตราเงินเฟ้อลดลง อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2566 ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 10 ปี ในขณะที่อัตราการว่างงานต่ำกว่า 1% นับเป็นอัตราที่ต่ำที่สุด และเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี

เศรษฐกิจไทย

2. ภาคเกษตรกรรมและการส่งออก

  • การส่งออกข้าวช่วง 2 เดือนแรกของปี 66 ไทยเป็นอันดับ 2 ประเทศผู้ส่งออกข้าวของโลก รวมกว่า 1.4 ล้านตัน มูลค่าเพิ่มขึ้น 38.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการข้าวในตลาดโลก ในขณะที่การส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีนในปีนี้ คาดว่าไม่น้อยกว่า 700,000 ตัน มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท
  • การส่งออกสินค้าประมง หลังจากรัฐบาลสามารถแก้ปัญหา IUU ได้สำเร็จ นานาชาติเชื่อมั่นการประมงไทย ส่งผลให้มียอดส่งออกปี 65 สูงขึ้นกว่า 2.29 แสนล้านบาท

สำหรับการส่งออกรายสินค้าอื่น ๆ ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ ภาพรวมปี 65 มีมูลค่า 73,603.2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 25.6% ของมูลค่าส่งออกรวม

เศรษฐกิจไทย

3. ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างประเทศ

  • การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ของรัฐบาล ส่งผลให้มียอดจดทะเบียน EV เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วง ม.ค.-มี.ค.66 นี้ มีจำนวนเพิ่มจาก 4,543 - 7,335 - 8,522 คัน ตามลำดับ ในขณะที่สำนักข่าว Nikkei ของญี่ปุ่น มองว่าไทยจะเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น - จีน - เกาหลีใต้ สำหรับฐานการผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์ EV ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณาการลงทุน และเพิ่มเติมกำลังการผลิตในไทยด้วย
  • การลงทุนของบริษัทต่างชาติในไทย ไตรมาสแรกปี 66 มีมูลค่า 33,048 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปี 65 กว่า 25% ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ขณะที่ประมาณ 18% ของนักลงทุนทั้งหมด สนใจลงทุนในพื้นที่ EEC มีมูลค่าการลงทุน 3,264 ล้านบาท
  • ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถพัฒนาแรงงานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทำให้แรงงานมีทักษะฝีมือเพิ่มสูงขึ้น สามารถปรับตัวเท่าทันเทคโนโลยี เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและนอกประเทศ จำนวน 5,255,833 คน ส่งผลให้มีรายได้เฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 13,775 บาทต่อคนต่อเดือน หรือเฉลี่ย 157,890 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งในปี 66 นี้ รัฐบาลตั้งเป้าจัดส่งแรงงานโดยภาครัฐไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 11,300 คน
เศรษฐกิจไทย

4. การท่องเที่ยวและบริการ

  • ภาคการท่องเที่ยวไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นปี 66 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเยือนไทยในช่วง ม.ค.-มี.ค.66 สะสมอยู่ที่ 6,465,737 คน สร้างรายได้รวม 256,194 ล้านบาท โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 25 – 30 ล้านคน เพื่อดึงรายได้เข้าประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท
  • การขับเคลื่อนนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มจาก Soft Power ทั้งสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม "5F" มีเป้าหมายหารายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 1.5 ล้านล้านบาท ในปี 65 เป็น 3.45 ล้านล้านบาท ในปี 70 หรือประมาณ 15% ของ GDP

สถิติเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งประเทศไทยไม่เคยหยุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แม้จะเกิดวิกฤตโลกกินเวลายาวนานกว่า 3 ปี เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในวันข้างหน้า นอกจากนี้ ผมยังได้พยายามสร้างความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ตั้งแต่ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง เพื่อให้มั่นใจว่ารายได้เข้าประเทศที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ ได้กระจายไปสู่ประชาชนให้ได้มากที่สุด และในทุกภูมิภาคของประเทศอีกด้วยครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...