โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฟกรีวิว เสี้ยนหนามตำใจ Amazon

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2565 เวลา 01.26 น.

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หนึ่งในปัญหาหนักอกของบิ๊กเทคอย่าง Amazon คือ “เฟกรีวิว”

ไม่ว่าบริษัทจะลงทุนจ้างเจ้าหน้าที่มาคอยมอนิเตอร์พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพียงใด ก็ไม่สามารถกำจัดรีวิวปลอมให้สิ้นซากลงได้

ตรงกันข้าม บรรดาผู้ให้บริการ “เฟกรีวิว” กลับเฟื่องฟูขึ้นเรื่อย ๆ และโดยมากมักจับกลุ่มกันบนโซเชียลมีเดียยอดนิยมต่าง ๆ ทั้ง Facebook Telegram WhatsApp WeChat Discord หรือ Slack เพื่อรับรีวิวสินค้าแลกกับเงินค่าจ้าง

ล่าสุด Amazon เดินหน้าฟ้องบริษัท “นายหน้า” 2 แห่ง ได้แก่ AppSally และ Rebatest ที่ทำหน้าที่ฟีดรีวิวปลอมบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งของ Amazon เอง และของคู่แข่งอย่าง eBay Walmart และ Etsy

Amazon ระบุว่าทั้งสองบริษัทให้บริการโพสต์รีวิวปลอมมาตั้งแต่ปี 2018 โดยปัจจุบันมีสมาชิกในเครือกว่า 9 แสนคนที่ทำหน้าที่เขียนรีวิวปลอม

ลูกค้าหลักของนายหน้าเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือบรรดาร้านค้าบน Amazon ที่อยากได้รีวิวดี ๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย

โดยทางร้านจะส่งลิงก์สินค้าของตนพร้อมกล่องสินค้า (กล่องเปล่าก็ได้เพราะใช้เป็นแค่พร็อปถ่ายรูปให้ดูสมจริงเฉย ๆ) และรูปถ่ายสินค้าไปให้นายหน้า จากนั้นนายหน้าจะแจกจ่ายงานไปยังเหล่านักรีวิวในเครือข่ายต่อไป

เรตค่าจ้างก็น่ารักมาก เพราะจากคำฟ้องของ Amazon ระบุว่า บางร้านจ่ายแค่ 25 เหรียญก็ได้รีวิวชื่นชมที่ดู “เรียล” สุด ๆ แถมเป็นรีวิวที่ผ่านการ “รับรอง” จากระบบของ Amazon ด้วย

โดยรีวิวที่สามารถผ่านระบบดักจับของ Amazon ได้ จะต้องมีคุณสมบัติตามที่แพลตฟอร์มกำหนด ได้แก่ ผู้โพสต์ต้องมีบัญชีการใช้งานของ Amazon จริง ๆ และต้องเป็นผู้สั่งซื้อสินค้านั้นด้วยตนเอง โดยรูดซื้อผ่านบัตรที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น นอกจากนี้ ยอดซื้อแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 50 เหรียญด้วยจึงจะผ่านเกณฑ์

เมื่อโพสต์รีวิวเรียบร้อยแล้ว บริษัทนายหน้าจะโอนเงินค่าสินค้าคืนให้ พร้อมส่งค่าจ้างให้ผ่านระบบเพย์เมนต์ออนไลน์อย่าง PayPal

“เฟกรีวิว” ดูเหมือนเป็นปัญหาหญ้าปากคอก แต่ยิ่งนานวันก็ยิ่งแก้ยาก และจนแล้วจนรอดบิ๊กเทคที่มีทั้งเงินและเทคโนโลยี อย่าง Amazon ก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ตกเสียที

หากดูจากรายได้ของ Amazon จะพบว่ากว่าครึ่งมาจาก e-Commerce ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าที่ Amazon ขายเอง (1st party) และสินค้าที่ขายโดยรายอื่น (3rd party)

จากรายงานผลประกอบการปี 2020 บริษัทมีรายได้ 386 พันล้านเหรียญ โดย 80.4 พันล้านมาจากร้านค้าแบบ 3rd party ที่มีอยู่ราว 2 ล้านราย

ซึ่งปัญหา “เฟกรีวิว” ก็มาจากร้านค้าแบบ 3rd party นี่เอง

เพราะเมื่อการแข่งขันสูงขึ้น ร้านค้าต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้คะแนน “รีวิว” ดี ๆ เพื่อชักจูงให้ลูกค้าเลือกร้านตัวแทนคู่แข่งที่ขายสินค้าหรือบริการคล้ายกัน

BuzFeedNews รายงานว่า ในโลกที่คราคร่ำด้วยสินค้าออนไลน์ สิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น คือ การตามอ่านรีวิวต่าง ๆ

ในปี 2011 มีผลสำรวจที่พบว่าผู้บริโภคถึง 87% บอกว่ารีวิวที่ดีมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของตน โดยรีวิวมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสูงเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากคำแนะนำของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน

ปัญหาที่ร้านค้าประสบคือ มีผู้ใช้งานจริงแค่ 3-10% ที่จะเขียนรีวิวหลังการซื้อ

ดังนั้น หนทางที่ง่ายและเร็วที่สุดในการได้มาซึ่งรีวิวที่ดีในปริมาณมาก ๆ ก็คือ การจ้างคนมาเขียนรีวิวให้ ระยะแรกร้านใช้วิธีมอบส่วนลดหรือส่งสินค้าให้ใช้ฟรี เพื่อแลกกับการให้คะแนนรีวิวจากลูกค้า แต่พอทำกันมากเข้า Amazon เริ่มทนไม่ไหว จนนำมาสู่การสั่ง “แบน” ร้านค้าที่ใช้วิธีนี้ในเดือนตุลาคม 2016

ทว่า การใช้ไม้แข็งแบบนี้ไม่ช่วยให้การระบาดของรีวิวปลอมลดลงแม้แต่น้อย

ทอมมี นูนาน ซีอีโอของ ReviewMeta ที่คอยมอนิเตอร์เฟกรีวิวบนโลกออนไลน์ พบว่านับจากปี 2017 ปรากฏการณ์ “รีวิวผิดธรรมชาติ” บน Amazon มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แสดงว่าการ “แบน” ไม่ได้ช่วยอะไร แต่กลับผลักให้ธุรกิจนี้เติบโตกว่าเดิมและมีเครือข่ายที่ซับซ้อนขึ้น จากเดิมที่เคยเป็นรีวิวแบบบ้าน ๆ เพื่อแลกส่วนลดหรือสินค้าฟรี ก็กลายมาเป็นอาชีพเสริมสำหรับใครหลายคน ซึ่งนอกจากรีวิวชมสินค้าตัวเองแล้ว ร้านค้ายังสามารถจ้างให้เขียนรีวิวเชิงลบเพื่อกดคะแนนสินค้าของคู่แข่งได้ด้วย

จากการใช้ระบบอัลกอริทึมคำนวณ ทอมมีคาดว่ายอดรีวิวทั้งหมดบน Amazon น่าจะอยู่ที่ 250 ล้านรีวิวต่อปี (ข้อมูลในปี 2018) โดยเว็บไซต์ของบริษัทเขาสามารถรวบรวมมาได้ทั้งสิ้น 58.5 ล้านรีวิว และเมื่อนำมาวิเคราะห์ผ่านระบบอัลกอริทึมพบว่ามีถึง 9.1% หรือ 5.3 ล้านรีวิวที่เป็นรีวิวที่ “ผิดธรรมชาติ”

สอดคล้องกับรายงานของ World Economic Forum ที่รวบรวมตัวเลขจากแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำหลายแห่ง เช่น Trip Advisor Yelp TrustPilot และ Amazon แล้วพบว่า 4% ของรีวิวทั้งหมดเป็น “เฟกรีวิว” ซึ่งมีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์โดยคิดเป็นมูลค่าถึง 152 พันล้านเหรียญต่อปี (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2021)

นอกจากนี้ BuzFeed News ยังแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มแชตลับต่าง ๆ ทั้งใน slack Facebook และ discord เพื่อเรียนรู้วิธีแจกงานของนักรีวิวปลอม โดยพบว่าร้านค้าจะใช้วิธีโพสต์รูปสินค้าบนกลุ่มต่าง ๆ เมื่อสมาชิกคนไหนรีวิวเสร็จพร้อมส่ง แคปรูปมายืนยันก็จะได้เงินค่าจ้างไปประมาณ 4-5 เหรียญต่อโพสต์ โดยจะมีนายหน้าหรือ headhunter ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มหักหัวคิวไปก่อน 20-25%

ร้านค้าบางแห่งอาจทุ่มเงินจ้างถึง 30 เหรียญ/รีวิว หากผู้รีวิวเป็นสมาชิกระดับพรีเมี่ยมของ Prime Amazon

หากอยากรู้ว่าธุรกิจรีวิวสินค้าแพร่หลายและใกล้ตัวเราขนาดไหน ลองพิมพ์คำว่า “amazon review” ในช่องค้นหาของ Facebook ก็จะพบกลุ่มที่เกี่ยวข้องผุดขึ้นมาให้เลือกจนตาลาย

World Economic Forum บอกว่า เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจนี้เฟื่องฟูและฆ่าไม่ตายสักทีมาจากการเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำในขณะที่มีผลตอบแทนสูง เช่น ร้านอาหารที่ได้ “ดาว” เพิ่มมาแค่ดวงเดียวบนแพลตฟอร์มของ Yelp จะสามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 5-9%

ในขณะที่คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐ พบว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นสูงกว่าเงินค่าจ้างรีวิวถึง 20 เท่า ทำให้ตราบใดที่ตลาดออนไลน์ยังคงเป็นที่นิยม ธุรกิจรีวิวสินค้าก็น่าจะรุ่งโรจน์และอยู่เป็นเสี้ยนตำตา Amazon ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...