โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรณีศึกษา Lock-In Effectเมื่อดอกเบี้ยพุ่งจนการขายบ้านไม่คุ้ม พาคนกอดบ้าน ฉุดตลาดบ้านซบเซา

BottomLiner - บทสรุปการลงทุน

อัพเดต 22 พ.ย. 2566 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2566 เวลา 11.36 น.

หลายคนน่าจะได้ยินข่าวตลาดอสังหาที่สหรัฐซบเซากันมาบ้าง
ว่ากันว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นหากวัดกันที่ยอดขายบ้านรายเดือนตอนนี้ หนักพอ ๆ กับหลังวิกฤติ Subprime และหนักกว่าช่วงปิดเมืองปี 2020 เป็นที่เรียบร้อย

แต่หลายคนน่าจะงงเมื่อหาข้อมูลราคาบ้าน พบว่าปัจจุบันนั้น ราคาบ้านของสหรัฐยังรอบค้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่เลย (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2566) มันจะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อยอดขายบ้านแย่ขนาดนี้แต่ราคาบ้านยังแพงแสนแพง แถมข้อมูลการขออนุญาตสร้างบ้านใหม่ก็ไม่ได้แย่เท่ายอดขาย

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “Lock-In Effect”
เป็นชื่อเรียกในสถานการณ์ที่ เจ้าของบ้านไม่ต้องการที่จะขายบ้านออกมา
แม้ราคาปัจจุบันจะเป็นราคาที่มีกำไรแล้ว
เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ๆ

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
เราจะลองสมมุติให้บ้าน 2 หลัง ที่ราคา $400,000 เท่ากัน แต่ซื้อกันคนละเวลา
แตกต่างแค่อัตราดอกเบี้ยบ้าน ระหว่าง 2% กับ 7.6%
บ้าน Aทซื้อในช่วงปิดเมืองปี 2020
ด้วยอัตราดอกเบี้ย 2%
ทำให้ต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านที่ $1,182 / เดือน เป็นเวลา 30 ปี หรือประมาณ $425,772
ในขณะที่การซื้อบ้าน B ตอนนี้ที่อัตราดอกเบี้ย 7.6% นั้นจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่
$2,275/ เดือน เป็นเวลา 30 ปี หรือประมาณ $819,280
หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 92%

สิ่งนี้ทำให้คนที่เป็นเจ้าของบ้านหลายคนไม่ยอมขายบ้าน
แม้ว่าปัจจุบันจะมีราคาบ้านโดยเฉลี่ยจะเพิ่มมาจากช่วงปี 2020 กว่า 50%
เพราะหลายคนมองว่า หากขายบ้านออกมา นอกจากต้องโดนหักภาษีเงินได้แล้ว
อาจจะไม่คุ้มกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ทำให้ผ่อนแพงขึ้นกว่าเท่าตัว
สิ่งนี้ทำให้ตลาดบ้านของสหรัฐซบเซาขึ้นมาก
แต่หากเปรียบเทียบระหว่างตลาดบ้านมือ 1 และ มือ 2
ก็ต้องบอกว่ามือ 2 หนักขึ้นไปกว่าตลาดบ้านมือ 1 เสียอีก
เนื่องจากบ้านมือหนึ่ง ยังพอมีนโยบายสนับสนุนให้คนบางกลุ่ม

สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยได้ง่ายอยู่บ้าง
แต่บ้านมือ 2 นี่กลับไม่มีนโยบายสนับสนุนแถมคนขายก็ไม่ค่อยจะมีอีกด้วย
วิธีแก้ไขที่มีประสิทธิภาพที่สุดหนีไม่พ้นการลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ว่ามันจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและต้องคิดให้รอบครอบเพราะเรื่องของดอกเบี้ยนโยบายส่งผลไปทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะแค่อสังหา
วิธีอื่น ๆ ที่น่าจะได้ผลดีและตรงจุด ไม่กระทบ Sector อื่นมาก คือการให้ Incentive สำหรับคนที่ Refinance และ ให้ส่วนลด/การลดหย่อนภาษี/ อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับการย้ายที่อยู่อาศัย พร้อมกับสนับสนุนให้มาใช้อัตราดอกเบี้ยแบบ ARMs (Adjustable-Rate Mortgages) แทน Fixed Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่คงที่ และเปลี่ยนไปตามดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตก็จะช่วยได้มากครับ
BottomLiner

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...