โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

จริงๆแล้วข้าเป็น ...เทพ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 01.10 น. • Rinol
ชายหนุ่มเพลย์บอยขับรถตกเขาจนตัวเองหลุดเข้าไปในโลกแห่งการบ่มเพาะ

ข้อมูลเบื้องต้น

ชายหนุ่มเพลย์บอยขับรถตกเขาจนตัวเองหลุดเข้าไปในโลกแห่งการบ่มเพาะ หลังจากผ่านไป 3000 ปี ในโลกแห่งการบ่มเพาะ ตัวเขาสำเร็จเป็นเทพและตัดสินใจที่จะเปิดมิติเพื่อกลับไปยังโลกเดิมของเขา แต่แล้วเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นเมื่อเขาดันหลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลา…

#เรื่องนี้แต่งเพื่อความสนุก สาระไม่ค่อยมี

ผู้แต่ง : Rinol

ขั้นพลัง

ชั้นมนุษย์ แบ่งเป็น ต่ำ กลาง สูง สุดยอด

1.ปรับแต่งร่างกาย

2.สร้างรากฐาน

3.รวบรวมลมปราณ

4.ควบแน่นลมปราณ

5.หล่อเลี้ยงลมปราณ

6.ปฐพี

7.สวรรค์

ขั้นเซียน แบ่งเป็น ต่ำ กลาง สูง สุดยอด

1.เซียน

2.เซียนทองแดง

3.เซียนเงิน

4.เซียนทองคำ

5.เซียนปฐพี

6.เซียนสวรรค์

7.เซียนศักดิ์สิทธิ์

ขั้นเทพ แบ่งเป็น ต่ำ กลาง สูง สุดยอด

1.ปฐมเทพ

2.เทพแท้จริง

3.เทพบรรพกาล

5.มหาเทพ

6.มหาเทพสรรพสิ่ง

7.จอมเทพ

8.จอมเทพโบราณ

9.จอมมหาเทพนิรันดร์

10.ผู้สร้าง(พระเจ้า)

กลับมา

ที่สวนสาธารณะเมืองเจียงไห่ ได้ปรากฏเหตุการประหลาดขึ้น ในอากาศที่ว่างเปล่าจู่ๆก็ประกฎหลุมดำขึ้นมา ต่อจากนั้นตามมาด้วยชายหนุ่มที่แต่งตัวม่อซ่อเดินออกมาจากหลุมดำ
เหตุการณ์ประหลาดนี้โชดดีที่ไม่มีใครพบเห็นไม่งั้นเรื่องประหลาดแบบนี้คงจะกลายเป็นเหตุการณ์ลี้ลับระดับโลกแน่
"อ่า…อากาศที่คุ้นเคย…ในที่สุดข้าก็กลับมาแล้ว"จู่ๆชายในชุดม่อซ่อก็เปิดปากพูดออกมา เสียงของเขาราวกับว่าไม่เคยเปล่งออกมานับล้านๆปี
"นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว ท่านพ่อท่านแม่คงจะกลายเป็นเถ้ากระดูกแล้วกระมัง ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น" จู่ชายชายในชุดม่อซ่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและถอนหายใจออกมา
ชายคนนี้มีชื่อว่าหลินเทียน เดิมทีเมื่อก่อนเขาเป็นคุณชายตระกูลหลิน ตอนนั้นมีแก๊งเหล่าคุณชายมาชวนเขาเพื่อที่จะไปแข่งรถ ซึ่งแน่นอนในขณะนั้นด้วยความที่ว่าหลินเทียนเป็นคุณชายเจ้าสำราญแน่นอนว่าเขาย่อมรับปากตอบตกลง
แต่แล้วเหตุการณ์เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังแข่งขับรถ
ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลากลางคืนและถนนเป็นถนนทางโค้งหลินเทียนหักหลบไม่ทัน ทำให้รถของเขาตกลงจากภูเขา ด้วยความที่ตกจากภูเขาคงไม่มีทางรอดแน่นอน
ตอนนั้นหลินเทียนคิดว่าตัวเองต้องตายแน่นอน แต่ช่วงเวลาความเป็นความตายนั้นเอง จู่ๆสร้อยคอที่เขาซื้อจากร้านขายของเก่าก็ส่องแสงสว่างขึ้น มันปรากกฎเป็นแสงจ้า
หลังจากที่สร้อยคอส่องแสงสว่าง มันก็ได้ปกคลุมตัวหลินเทียนทั้งตัว จากนั้นมันก็พาหลินเทียนไปยังอีกโลกหนึ่ง
ซึ่งโลกนั้นมีชื่อว่า โลกแห่งการบ่มเพาะ ผู้คนในโลกนั้นบ่มเพาะพลังเพื่อที่จะทำให้ตัวแข็งแกร่งขึ้น และมีอายุขัยยาวนานขึ้น
ในตอนนั้นตัวหลินเทียนพยายามหาวิธีตางๆ เพื่อที่จะกลับไปยังโลกเดิมของเขา แต่แล้วก็หมดหนทางไม่มีวิธีไหนที่จะพาเขากลับโลกเดิมได้
จนกระทั่งเขารู้มาว่าผู้ที่สำเร็จเป็นเทพเท่านั้นถึงจะสามารถเปิดมิติและไปที่มิติอื่นได้ เมื่อรู้แบบนั้นแน่นอนว่าหลินเทียนไม่รอช้า เขาเข้ารับตัวเป็นศิษย์สำนักหนึ่ง เขาเข้าในสำนักสำนักฝึกฝนข้ามวันข้ามคืน
จนกระทั่งเวลาผ่านไป 3000 ปี ตัวของหลินเทียนสำเร็จเป็นเทพ เเละแน่นอนว่าเขาไม่รอช้า
หลังจากที่เขาสำเร็จเป็นเทพ เขาก็ได้เปิดมิติขึ้นมาเพื่อที่จะกลับไปยังโลกเดิมของเขา
หลังจากที่เขาเข้าไปในมิติ ก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้น ปรากฏว่าเขาดันหลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลา ซึ่งสายธารแห่งการเวลามันจะปรากฎขึ้นในรอบหลายล้านๆปี โดยตามตำนานกล่าวว่าผู้ที่หลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลาไม่มีใครสามารถออกมาได้สักราย เพราะว่าเมื่อใดที่หลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลา คนผู้นั้นจะถูกพลังของสายธารแห่งการเวลาบดขยี้
ในตอนที่ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง จู่ๆสร้อยคอของหลินเทียนก็สว่างขึ้นอีกครั้งและมันปกคลุมทั่วทั่งตัวของหลินเทียน ทำให้หลินเทียนสามารถมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสายธารแห่งการเวลาได้ ด้วยความที่ว่าสายธารแห่งการเวลามีทางเข้าไม่มีทางออก ตัวของหลินเทียนที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าใด ก็ไม่สามารถออกมาได้ เขาได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะออกไปและตั้งใจเก็บตัวบ่มเพาะพลัง
จากนั้นไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด อาจจะหมื่นปี แสนปี ล้านปี หรือ ล้านๆปี หลินเทียนลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เขามองดูสร้อยคอที่กำลังปรากฏรอยแตกร้าวบนมือของเขา
หลังจากนั้นไม่นานสร้อยคอของเขาก็แตกออกจากกัน พร้อมกันนั้นได้ปรากฎ ช่องมิติขึ้นตรงหน้าหลินเทียน แน่นอนว่าหลินเทียนไม่รอช้าเขาก้าวเข้าไปในช่องมิติ และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ปรากฏขึ้นที่สวนสาธารณะของเมืองเจียงไห่
ประสบการณ์นี้หลินเทียนคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับเขา เขารู้สึกราวกับว่าได้นอนหลับและเพิ่งตื่นเท่านั้น
"ลองใช้จิตสัมผัสตรวจดูที่ตั้งหลุมศพของพ่อกับแม่ดีกว่า" ช่วงเวลานั้นเองหลินเทียนตั้งใจจะใช้จิตสัมผัสเพื่อจะตรวจสอบสายเลือดหาที่ตั้งหลุมศพของพ่อกับแม่ของเขา
ทันใดนั้นจู่ๆเมฆบนท้องฟ้าก็รวมกันหนาแน่นขึ้นปรากฏเห็นสายฟ้าจางๆขึ้นในหมู่เมฆ ช่วงเวลานั้นเองหลินเทียนสัมผัสได้ถึงอะนตรายขึ้นมา เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าและอุทานออกมา "ทัณฑ์สวรรค์อย่างงี้นหรอ?! นี่มัน….พุ่งเป้ามาที่ตัวข้าอย่างงั้นหรอ อะไรกัน…เพราะอะไร…ข้า…ข้าเพิ่งกลับมาเองแท้ๆ…ทำไม…ทำไม" ในเวลานี้หลินเทียนรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา ในตอนนี้เขาไม่มีสร้อยที่จะปกป้องเขาได้อีกแล้ว
ในขณะที่สายฟ้าเตรียมที่จะลงทัณฑ์นั้น จู่ๆ หลินเทียนก็ได้ตั้งสติและรวบรวมความคิดของเขาขึ้นมา "สายฟ้าลงทัณฑ์ ไม่มีทางที่จะพุ่งเป้ามาที่ข้าโดยไร้เหตุผลเป็นแน่ โดยปกติสายฟ้าลงทัณฑ์จะปรากฏก็ต่อเมื่อมีคนข้ามขั้นระดับพลัง และสมบัติสวรรค์ปรากฏขึ้น ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ไม่น่าจะพุ่งเป้ามาที่ข้า มันต้องเป็นเหตุผลอื่นเป็นแน่ หรือว่า…" ทันใดนั้นหลินเทียนเหมือนจะคิดอะไรออก จู่ๆไอพลังในตัวเขาก็ได้หายไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ จากนั้นหลินเทียนก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง ปรากฏว่าเมฆดำที่กำลัวก่อตัวขึ้นมานั่น จู่ๆก็ค่อยๆสลายหายไป จากนั้นเพียงครู่เดียวท้องฟ้าก็กลับคืนสู่ปกติ ปรากฏดวงดาวขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิดอีกครั้ง
"เป็นไปอย่างที่คิด มันคิดว่าข้าเป็นภัยคุกคามต่อมัน
โชดดีที่ข้าผนึกพลังได้ทัน ไม่งั้นคงเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งโลกเป็นแน่ ไม่สิ บางทีโลกนี้ไม่ทันจะได้วุ่นวายคงจะสลายไปก่อนละมั้ง?"
"เฮ้อ…ตอนนี้ข้าสามารถใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้จำกัด การจะหาหลุ่มศพของท่านพ่อท่านแม่คงจะต้องใช้ระยะเวลาที่นานแน่นอน ควต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ด้วยการที่เรามีสายเลือดเดียวกันมันคงไม่ยากเกินไปละมั้ง" หลังจากที่คิดกับตัวเองสักพักหลินเทียนก็ได้เดินออกจากสวนสาธารณะ และเดินไปตามทางเดินของถนนที่ดูทันสมัยแตกต่างจากโลกที่เขาเคยไปอยู่

ขอทาน?

หลังจากที่ออกจากสวนสาธารณะ หลินเทียนก็เดินไปเรื่อยๆเขามองดูสถาปัตยกรรมที่คุ้นเคยในความทรงจำของเขา จากนั้นก็เปิดปากพูดออกมา"เป็นไปไม่ได้ ทำไมข้ารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลงเลย นี่มันก็ผ่านมานานมากแล้วอย่างน้อยมนุษย์จะต้องก้าวหน้ามากกว่านี้บ้าง"
ในระหว่างที่เขากำลังคิดอะไรอยู่นั้น จู่ๆหลินเทียนก็เหลือบไปมองคนๆหนึ่ง เธอกำลังยืนอยู่บนราวสะพาน คาดว่ากำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
เมื่อเห็นดังนั้นร่างกายของหลินเทียนก็กระพิบขึ้นและปรากฎตัวข้างๆหญิงสาวในพริบตา ถึงแม้ว่าพลังเขาจะถูกผนึกอยู่แต่ว่าร่างกายของเขาเป็นร่างเทพ สำหรับความเร็วเท่านี้ไม่มีอะไรให้พูดถึง
หลังจากที่หลินเทียนปรากฎกายข้างๆหญิงสาวและได้เห็นหน้าหญิงสาวชัดๆ เขาก็ต้องตกตะลึง หญิงสาวคนนี้สวยมาก ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตภายในมีดวงดาวระยิบระยับ จมูกโด่งได้รูป ปากนิดหน่อยของเธอราวกับว่าถูกสรรสร้างมาจากพระเจ้า
'ผู้หญิงคนนี้สวยมากจริงๆ' หลินเทียนคิดในใจแม้ว่าในชีวิตเขาจะเจอผู้หญิงสวยมามากแต่หญิงสาวคนนี้ถือได้ว่า ติด 1ใน3 ของผู้หญิงที่สวยที่สุดในชีวิตของเขาเลย
หลังจากตั้งสติขึ้นมาได้หลินเทียนก็เอ่ยปากถามหญิงสาว" เจ้าคิดจะทำอะไร?" สิ้นเสียงของหลินเทียน หญิงสาวหันหน้ามาจ้องมองไปที่หลินเทียนจากนั้นเธอก็เปิดปากพูดขึ้นมา "นายเป็นใคร?" หญิงสาวพิจารณามองหลินเทียนด้วยความแปลกใจ ชายคนนี้เป็นขอทานงั้นหรอ? ยังหนุ่มอยู่เลย
หลังจากที่ได้ยินเสียงของหญิงสาวหลินเทียนราวกับว่าเขาได้ยินเสียงสวรรค์ ถึงแม้จะเป็นคำกล่าวสั้นๆ แต่มันก็เพราะเป็นอย่างมาก "ข้ามีนามว่า หลินเทียน เจ้าคิดจะฆ่าตัวตายอย่างงั้นหรอ?"
"ฆ่าตัวตาย? ข้าไม่โง่ขนาดนั้นหรอก"หลังได้ยินคำถามของหลินเทียนหญิงสาวประหลาดใจเล็กน้อย และโพล่งออกมา
'ไม่ได้อยากฆ่าตัวตาย ทำไมถึงไปยืนบนราวสะพานล่ะ' หลินเทียนคิดอยู่ภายในใจ หญิงสาวผู้นี้เป็นอะไรทำไมถึงต้องยืนบนราพาน
ราวกับว่าหญิงสาวจะสัมผัสได้ถึงความคิดของหลินเทียน เธอเอ่ยปากขึ้นมา "ฉันมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยน่ะ ก็เลยมายืนสงบจิตใจบนนี้"
"อ้อ ข้านึกว่าเจ้าจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เจ้ามีเรื่องอะไรสามารถเล่าข้าฟังได้น่ะ บางทีข้าอาจสามารถช่วยเจ้าได้" หลังจากที่เห็นสาวสวยมีปัญหา สัญชาตญาณของคุณชายเจ้าสำราญก็ถูกปลุกขึ้นมา เขาทนมองเห็นสาวงามมีปัญหาไม่ได้
"ขอทานอย่างนายสามารถช่วยฉันได้งั้นหรอ" หญิงสาวเอ่ยปากขึ้นมา
"ขอทาน?เจ้าหมายถึงข้า" ได้ยินหญิงสาวกล่าวอย่างนั้น หลินเทียนผงะถอยหลังทันที 'ขอทาน? บ้าน่า ข้าเป็นเทพไม่ได้เป็นขอทานสงสัยต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ'
"ในที่นี้มีนายกับฉัน แล้วนายคิดว่าฉันคุยกับใครล่ะ อีกอย่างนายแต่งตัวอย่างนี้ไม่ให้ฉันเรียกว่าขอทานแล้วให้ฉันเรียกว่าอะไร" หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความผ่อนคลาย อันที่จริงเธอก็ไม่อยากจะคิดว่าหลินเทียนเป็นขอทาน แต่การแต่งตัวของหลินเทียนมันทำให้เธออดคิดไม่ได้
หลินเทียนมีผมที่ยาวสวมชุดจีนโปราณที่ขาดรุ่งริ่ง เนื้อผ้าเก่าเป็นอย่างมาก อันที่จริงเสื้อผ้าของหลินเทียนมันยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้วซะอีก
หลินเทียนก้มหน้ามองเสื้อผ้าตัวเอง หลังจากที่เขามองดูสภาพตัวเองเขาก็ต้องตกใจ ถึงว่าล่ะทำไมถึงมีคนชอบจ้องมองมาที่เขา 'บ้าเอ้ย ดันลืมเปลียนเสื้อผ้าไปได้'
"เอ่อ…ข้า…คือว่า" หลังจากที่เห็นสภาพของตัวเองแล้วนั้น หลินเทียนไม่รู้จะเถียงหญิงสาวยังใง สภาพของเขาไม่ต่างจากขอทานจริงๆ อันที่จริงยิ่งกว่าขอทานซะอีก
เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะไม่รู้จะพูดอะไรเเบบนั้นของหลินเทียน เซียวอยูซวนก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยและกล่าวว่า"เอาล่ะขอบใจนายมาก อันที่จริงไม่มีอะไรมากหรอก มันเกี่ยวข้องกับพ่อของฉันน่ะ"
"พ่อของเจ้า เขาเป็นอะไรอย่างงั้นหรอ?" หลินเทียนถามออกมาด้วยความสงสัย
"พ่อของฉันป่วยน่ะ" เมื่อกล่าวถึงพ่อของเธอเซียวอยูซวนก็มีท่าทางหม่นหมองลงขึ้นมา พ่อของเธอป่วยมาได้ 3 ปีแล้วแต่แพทย์ไม่สามารถวินิฉัยโรคที่พ่อของเธอเป็นได้ ในเวลา 3ปี มานี้นี้เธอต้องหยุดเรียนเพื่อทีาจะต้องคอยดูแลรักษาบริษัทพ่อของเธอ ทุกวันนี้เธอเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เธอต้องแบกรับความกดดันจากทุกๆด้าน และในช่วง 2-3 วันมานี้พ่อของเธอก็อาการทรุดขึ้มมาอย่างกระทันหัน ทำให้ตอนนร้เซียวอยูซวนเป็นห่วงอาการของพ่อเธออย่างมาก
"ป่วยหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นข้าว่าข้าสามารถช่วยเจ้าได้น่ะ"ได้ยินหญิงสาวกล่าวว่าพ่อของเธอป่วยพร้อมกับหน้าตาที่หม่นหมองหลินเทียนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือช่วยเหลือเธอ
สำหรับหลินเทียนความเจ็บป่วยของมนุษย์ไม่มีอะไรให้พูดถึง เขาเพียงแค่ใช้พลังเทพเล็กน้อยก็สามารถช่วยพ่อของเซียวอยูซวนได้ สิ่งที่หลินเทียนกังวลคือ ทัณฑ์สายฟ้า เขากลัวว่าถ้าเขาใช้พลังเทพขึ้นมามันจะเรียกทัณฑ์สายฟ้าผ่าลงมาที่ตัวเขา 'ข้าใช้พลังเทพนิดเดียวคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ถึงแม้ว่าข้าไม่สามารถใช้พลังเทพได้ ข้ายังมีโอสถรักษาในแหวนมิติของข้า' หลินเทียนคิดกับตัวเอง
เมื่อเซียวอยูซวนได้ยินว่าหลินเทียนสามารถช่วยพ่อของเธอได้ ปฎิกริยาแรกของเธอไม่ใช่ท่าทางตื่นเต้นดีใจ แต่กลับกันสีหน้าของเธอยิ่งหม่นหมองขึ้นกว่าเดิม 'ขนาดแพทยผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถรักษาอาการของพ่อฉันไม่ได้เลย แล้วขอทานน้อยอย่างนายจะช่วยอะไรได้ ' แน่นอนว่าเธอไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆเพื่อทำร้ายความรู้สึกของหลินเทียน เธอเพียงกล่าวขึ้นเบาๆภายในใจ
ส่วนทางด้านหลินเทียนเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหญิงสาวยิ่งหม่นหมองขึ้นกว่าเดิม เขาก็กล่าวออกมาว่า'' เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลข้าสามารถช่วยเจ้าได้ "
"ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณในความมีน้ำใจของนาย" ถึงอย่างไรเซียวอยูซวนก็ไม่เชื่อว่าหลินเทียนสามารถช่วยพ่อของเธอได้
หลินเทียนที่เห็นว่าเซียวอยูซวนไม่อยากให้เขาช่วย เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หลินเทียนเพียงแค่เอามือไพล่หลังและสบัดเบาๆ จากนั้นขวดหยดก็ปรากฏขึ้นบนมือของเขา หลินเทียนยื่นขวดหยกไปที่เซียวอยูซวนและกล่าวว่า " ในนี้มีโอสถรักษามันสามารถช่วยเหลือพ่อของเธอได้"
เมื่อเซียวอยูซวนเห็นว่าหลินเทียนส่งขวดหยกให้กับเธอ เธอเเปลกใจเป็นอย่างมาก เธอดูออกว่าขวดหยกที่หลินเทียนยื่นมาให้เธอนั้นเป็นหยกของจริง ซึ่งคาดว่าน่าจะเเพงเป็นอย่างมาก
ไม่ทันที่เซียวอยูซวนจะได้หายแปลกใจ หลินเทียนก็คว้าไปที่มือของเธอ จากนั้นส่งขวดหยกไปที่มือของเธอและกล่าวว่า "ไม่ต้องขอบคุณข้า" หลังจากนั้นหลินเทียนก็เดินจากไป
เซียวอยูซวนสตั้นไปสักพัก ทันทีที่เธอตั้งสติได้เธอก็มองไปที่หลินเทียนที่ตอนนี้เดินจากไปไกลแล้ว เธอมองไปที่ขวดหยกในมือตัวเอง จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาว่า "ข้าไม่ได้อยากได้"

ป้อนยา

หลังจากที่หลินเทียนเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อย เขาก็หยุดที่บริเวณทะเลสาบแห่งหนึ่ง "ต้องล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อยแล้ว สภาพนี้ดูไม่ได้เลย "หลินเทียนก้มมองดูสภาพตัวเองจากนั้นก็ส่ายหัว สภาพนี้มันยิ่งกว่าขอทานซะอีก
ทันใดนั้นหลินเทียนก็ถอดเสื้อผ้าและกระโดดลงไปในทะเลสาป
หลินเทียนล้างเนื้อล้างตัวเสร็จประมาณ 30 นาที จากนั้นเขาขึ้นจากทะเลสาป เขาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็สวมใส่
"คงต้องหาชุดสมัยนี้มาสวมใส่ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสนใจมากเกินไป "หลินเทียนกล่าวขึ้นกับตัวเองเบาๆ ตอนนี้เขากำลังสวมชุดจอมยุทธ์เสื้อขาวอยู่ ถ้ามีคนมาเจอเขาคงเลี่ยงไม่ได้จะทำให้ตกเป็นเป้าสายตามากเกินไป "แต่ว่าก่อนอื่นต้องตัดผมซะก่อน" หลินเทียนมองดูผมตัวเองที่ยาวประบ่า ผมของเขาต้องใช้พลังเทพเท่านั้นถึงตัดขาด ถ้าเกิดว่าเอากรรไกรมาตัดมีหวังกรรไกรมีรอยบิ่นแน่นอนเลย
หลินเทียนใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการตัดผมของเขา ทำให้ตอนนี้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ร่องรอยแห่งกาลเวลาบนตัวเขาเลย " ตอนนี้คงต้องพักที่นี่สักคืนก่อนเเล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยออกไปตามหาหลุมศพของท่านพ่อกับท่านแม่"หลินเทียนเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจากนั้นนั่งไขว่ห้างหลับตาทำสมาธิ
ทางด้านของเซียวอยูซวน เมื่อเธอเพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายขึ้น
ป้าเฉินวิ่งมาที่รถของเซียวอยู่ซวยด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นเธอกล่าวกับเซียวอยู่ซวยด้วยความร้อนรนว่า "คุณหนู…คุณหนู คุณผู้ชายแย่เเล้วเจ้าค่ะ"
"อะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้น'' เซียวอยูซวนโพล่งออกมาด้วยความตื่นตระหนก และกล่าวถามออกมา
"คือว่า…อาการของคุณผู้ชายแย่แล้วเจ้าค่ะ" ทันทีที่สิ้นเสียงของป้าเฉิน เซียวอยูซวนได้วิ่งเข้าไปในบ้านทันที เธอวิ่งอย่างรวดเร็วจนไปถึงข้างในห้องที่พ่อของเธอกำลังพักรักษาตัวอยู่
เมื่อเธอเข้ามาภายในห้อง เธอเห็นหมอหลายคนกำลังพยายามยื้อชีวิตพ่อของเธออยู่ เมื่อเธอเห็นแบบนั้น ร่างกายของเธอสั่นขึ้นมาทันที น้ำตาสองสายก็ร่วงลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายของราวกับว่าโดนฟ้าผ่ามันชาไปหมดทั้งตัว เธอรู้สึกสิ้นหวัง
เพียงแต่ว่าไม่นานก็ได้มีอ้อนแขนที่อบอุ่นเข้ามากอดเธอจากด้านข้าง เมื่อเธอหันหน้าไปมองเธอถึงกับร้องไห้เสียงดังออกมาทันที "แม่…ฮื้อ…ฮื้อ…"
ซูเหม่ยมองดูลูกสาวในอ้อมเเขนตนด้วยดวงตาที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นน้ำตาของลูกสาวเธอรู้สึกบีบหัวใจอย่างมาก เธอกล่าวกับลูกสาวของเธอเบาๆว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พ่อของลูกเขาจะต้องไม่เป็น อย่ากังวลไปเลยน่ะลูกรัก" ถึงแม้ซูเหม่ยจะกล่าวไปแบบนั้น แต่ดวงตาของเธอก็เปียกไปด้วยน้ำตามากขึ้นกว่าเดิม ความหวังของเธอมีไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่เธอต้องกล่าวแบบนั้นเพื่อทำให้ลูกสาวของเธอสบายใจ …
หลังจากที่ซูเหม่ยปลอบเซียวอยูซวนสักพัก เซียวอยู่ซวนก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกันนั้นทางคุณหมอก็สามารถยื้อชีวิตท่านชายเซียวสำเร็จ
เซียวอยูซวนพละออกจากอ้อมกอดแม่ของเธอออกมา จากนั้นเธอเดินไปท
หาคุณหมอที่เธอรู้จัก " หมอหู่พ่อของฉันเป็นอย่างไรบ้างค่ะ" เซียวอยูซวนถาคุณหมอด้วยเสียงสะอื้น
หมอหู่เป็นหมอวัยกลางคนมีหนวดเครา เขาหันหน้าไปมองเซียวอยูซวน จากนั้นก็ถอนหายใจ
" เห้อ…ไม่เป็นไรแล้วละ อาการตอนนี้คงที่แล้วเพียงแต่ว่า…"
"แต่ว่าอะไรหรอค่ะ"ได้ยินหมอหู่หยุดพูดกลางคัน ซูเหม่ยที่เพิ่งเดินมาก็อดที่จะถามไม่ได้
"เพียงแต่ว่า…ท่านชายเซียวคงไม่รอดเกินวันพรุ่งนี้" หมอหู่กล่าวออกพร้อมกับหลบตาสองแม่ลูก เขารู้สึกละอายเป็นอย่างมาก ตัวเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอผู้เชี่ยวแต่กลับไม่สามารถค้นหาโรคที่ท่านชายเซียวป่วยได้
เมื่อสองแม่ลูกได้ยินคำกล่าวของหมอหู่ น้ำตาของพวกเธอก็ไหลออกมาอีกครั้ง ต้องจากไปตลอดกาลงั้นหรอ?
หลังจากนั้นสักพักซูเหม่ยก็เช็ดน้ำตาตัวเองทันที เธอจะไม่แสดงท่าทางอ่อนแอต่อหน้าลูกสาวของเธอเด็ดขาด ซูเหม่ยหันหน้ามองไปที่หมอหู่และถามออกมาว่า "ไม่มีทางอื่นเลยหรอคะ หมอหู่"
ซูเหม่ยถามขึ้นด้วยดวงตาที่คาดหวัง เธอไม่อยากยอมแพ้อะไรง่ายๆ
"อันที่จริงมันก็มีหนทางหนึ่งนะครับ เเต่มันเป็นไปได้ยากมาก" หมอหู่กล่าว
ได้ยินสิ่งที่หมอหู่กล่าว ดวงตาของเซียวอยูซวนเปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอถามออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า "วีธีอะไรหรือคะหมอหู่"
หมอหู่เงียบสักพักเเละกล่าวว่า"วีธีนั้นก็คือขอให้ หมอเทวดาหยวนช่วย"
"หมอเทวดาหยวน?"สองแม่กล่าวพร้อมกัน จากนั้นส่งดวงตาแห่งความสงสัยไปที่หมอหู่
เมื่อเห็นเเววตาสงสัยใคร่รู้ของสองแม่ลูกหมอหู่ก็อธิบายออกมาว่า " หมอเทวดาหยวน เป็นหมอแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเย่นจิง ลือกันว่าเขาสามารถชุบชีวิตคนตาย ถ้าเกิดว่าหมอเทวดาหยวนยอมช่วยเหลือ ท่านชายเซียวอาจผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ "
"แล้วหมอหู่มีวิธีติดต่อหมอเทวดาหู่ไหมคะ" ซูเหม่ยถามออกมาด้วยความคาดหวัง ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ เธอก็จะต้องช่วยสามีของเธอให้ได้
"เอ่อ…ผมไม่มีครับ" หมอหู่กล่าวออกมาอย่างหมดหนทาง ที่หมอหู่กล่าวว่าหมอเทวดาหยวนสามารถรักษาท่านชายเซียวได้นั้น อันที่จริงเขาแค่ต้องการปลอบใจสองแม่ลูกเท่านั้น มีความหวังนิดเดียวย่อมไม่มีอะไรเลย
หมอเทวดาหยวนเป็นคนระดับนั้น เขาคงจะไม่ช่วยเหลือคนธรรมดาอย่างท่านเซียวหรอก
"อย่างงั้นหรอคะ "ซูเหม่ยกล่าวออกมาด้วยท่าทางเศร้าๆ เซียวอยูซวนที่ตอนแรกมีความหวังบัดนี้ความหวังของเธอถูกดับหมดแล้ว เธอมองออกทันทีว่าหมอหู่เพียงต้องการให้ความหวังแก่พวกเธอเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆเธอก็นึกถึงชายขอทานคนนั่นขึ้นมา เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อจากนั้นก็หยิบเอาขวดหยกขึ้นมา เมื่อซูเหม่ยเห็นลูกสาวของเธอหยิบขวดหยกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอก็ถามด้วยความแปลกใจผสมสงสัย "นั้นอะไรหรอซวนเออร์"
"นี่เป็นของที่หนูได้มาจากคนๆหนึ่งคะแม่ เขาบอกว่าสามารถช่วยพ่อได้" เซียวอยูซวนตอบคำถามของแม่ของเธอ
เมื่อทุกคนในห้องได้ยินว่าของที่เซียวอยูซวนหยิบออกมาสามารถช่วยท่านชายเซียวได้ สายตาของทุกคู่ก็ตกไปที่ขวดหยกทันที
"ลูกแน่ใจหรอว่าสามารถช่วยพ่อของลูกได้" ซูเหม่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจ
"อันที่จริงหนูก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ค่ะ" เซียวอยูซวนตอบแม่ของเธอ
เมื่อได้คำพูดของลูกสาว ซูเหม่ยหันหน้าไปมองหมอหู่สเพื่อขอความคิดดห็น "หมอหู่ คุณคิดว่ายังใงค่ะ"
หมอหู่คิดสักพัก และส่งสายตาไปยังคุณหมอที่เหลือ ทันทีที่คุณหมอที่เหลือเห็นสายตาของหมอหู่พวกเขาก็พยักหน้าพร้อมกัน อย่างไรก็ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว "ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรครับ" หมอหู่กล่าว
ทันทีที่ได้รับคำตอบ เซียวอยูซวนก็เปิดฝาขวดหยกออกและเทของข้างในออกมา ปรากฎเป็นเม็ดยาสีดำสนิทเม็ดหนึ่งอยู่บนมือ เมื่ออย่างนี้เซียวอยูซวนไม่รอช้า เธอเดินไปที่เตียงที่พ่อเธอนอนอยู่ จากนั้นเธอเปิดปากพ่อของเธอออกมาเล็กน้อย และป้อนเม็ดยาลงไป

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...