ศักดิ์สยาม ลุ้นระทึก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ
ช่วงบ่ายวันนี้จะเป็นวันที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อดีต รมว.คมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุ้นระทึกที่สุดในชีวิต
เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัยกรณีที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่
จากกรณีปมถือหุ้น-เป็นเจ้าของ หจก.บุรีเจริญ ที่พรรคฝ่ายค้านเวลานั้นร้องว่า บริษัทดังกล่าวรับสัมปทานงานของกระทรวงคมนาคม และมี “ศักดิ์สยาม” เป็นเจ้าของตัวจริง
ก้าวไกลจุดประเด็นใน อภิปรายไม่ไว้วางใจ
ย้อนกลับไป วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายศักดิ์สยามว่า “นายศักดิ์สยามปกปิดทรัพย์สินในส่วนที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยใช้ลูกจ้างเป็นนอมินี และจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อให้ตนเองมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ของรัฐ”
ไล่เลียงพฤติกรรม ปี 2539 ก่อตั้ง หจก.บุรีเจริญคอนสตรักชั่น โดยมีตระกูลชิดชอบถือหุ้น 80% ใช้บ้านของนายศักดิ์สยามในขณะนั้นเป็นที่ตั้งสำนักงาน
ปี 2540 เมื่อมีตำแหน่งการเมือง นายศักดิ์สยามได้ออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น และย้ายที่ตั้งสำนักงานไปที่อื่น
ปี 2558 นายศักดิ์สยามกลับมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท และย้ายที่ตั้งสำนักงานมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ของตัวเอง
ปี 2558-2560 ได้งานยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวม 440 ล้านบาท
ปี 2559-2560 มีรายได้รวม 576 ล้านบาท
ปี 2561 เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะเลือกตั้ง นายศักดิ์สยามได้โอนหุ้นทั้งหมดมูลค่า 119.4 ล้านบาท ไปให้นอมินีที่ชื่อ
“นายเอ” และย้ายที่ตั้งสำนักงานออกจากบ้านตัวเอง ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี 23 วัน
และ “นายเอ” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทร้อยล้าน แต่กลับมีรายได้เดือนละ 9,000 บาทเท่านั้น
ศักดิ์สยามโต้ ไม่ซุกหุ้น-ฮั้วประมู
ขณะที่ “ศักดิ์สยาม” ชี้แจงว่า การขายหุ้น หจก.บุรีเจริญ ของตน ที่ผู้อภิปรายกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเป็นการซื้อขายปลอม เพื่อให้ตนได้ประโยชน์ในโครงการของกระทรวงคมนาคม ว่าเรื่องนี้มีการซื้อขายกันจริงกับนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เพื่อนของตน ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2561 มีการโอนเงินเสร็จเรียบร้อย มีหลักฐานยืนยันจากธนาคาร โดยมีการโอนเงิน 3 ครั้ง คือ วันที่ 2 ส.ค. 2560 วันที่ 5 ก.ย. 2560 และครั้งสุดท้ายวันที่ 5 มกราคม 2561 รวม 119 ล้านบาท
มีการดำเนินการซื้อขายจริง และมีการจัดการเรื่องการเปลี่ยนหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2561 แสดงให้เห็นว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ หจก.บุรีเจริญ อีกเลย ดังนั้น หจก.บุรีเจริญ จะไปดำเนินกิจกรรมหรือธุรกรรมอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับตน
ส่วนทำไมการซื้อขายหุ้นไม่ยื่นหลักฐานไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กรณีเดียวที่ต้องยื่นคือการเพิ่มทุนจดใหม่ นอกจากนั้นไม่ต้องยื่น ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2561 ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจกับ หจก.บุรีเจริญ แต่อย่างใด
ส่วนเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นเป็นเรื่องส่วนตัวของตนว่าจะนำไปใช้อะไร ส่วนที่ไม่มีการรายงานเป็นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะกิจกรรมทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้าสู่ตำแหน่ง คือก่อนวันที่ 5 พ.ค. 2562 ซึ่งยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ หจก.
ส่วนโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคมนั้น ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการฮั้วประมูล ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง ได้ให้นโยบายกับข้าราชการให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลักธรรมาภิบาล และต้องรับฟังความเห็นของประชาชน ดังนั้น การฮั้วประมูลจึงเป็นไปไม่ได้
ฝ่ายค้านหอบคำร้องยื่นศาล
หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้าน รวบพยานหลักฐาน-เอกสาร ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของ “ศักดิ์สยาม” เมื่อ 25 มกราคม 2566
โดยรวบรวม สส.ฝ่ายค้าน จํานวน 54 คน หอบเอกสาร 14 รายการ ยื่นคําร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจํากัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง ซึ่งจะทําให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน
เป็นการกระทําอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคําร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82
ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง โดยพิจารณาข้อเท็จจริงตามคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องแล้ว เห็นว่ากรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (4) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคําสั่งรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
พร้อมกับพิจารณาให้ “ศักดิ์สยาม” ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคําร้องและเอกสารประกอบคําร้อง ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยแจ้งให้คู่กรณีและนายกรัฐมนตรีทราบ
“ศักดิ์สยาม” กล่าวหลังทราบข่าว จะหยุดปฏิบัติหน้าที่หลังจากได้รับคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ และระหว่างหยุดปฎิบัติหน้าที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน
จากนั้น ศักดิ์สยาม หลบเข้าหลังม่านการเมือง ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน รวม 6 ปาก คือ นางวราภรณ์ เทศเซ็น, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์, นางสาววรางสิริ ระกิติ, นางสาวฐิติมา เกลาพิมาย และนางสาวอัญชลี ปรุดรัมย์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566
อดเป็นรัฐมนตรีแค่ 2 ปี
ขณะที่ “ปกรณ์วุฒิ” สส.ก้าวไกล ผู้ที่เปิดโปงกรณีดังกล่าวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 2565 กล่าวถึงกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยในทางไม่เป็นคุณกับนายศักดิ์สยาม ว่า ตอนที่ฝ่ายค้านสมัยที่แล้วยื่นคำร้องไป ตอนนั้นนายศักดิ์สยาม ยังเป็นรมว.คมนาคมอยู่ แต่ปัจจุบัน นายศักดิ์สยาม ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งจากการศึกษาข้อกฎหมายพบว่า หากผลออกมาในทางไม่เป็นคุณ ก็จะทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่ศาลมีคำวินิจฉัยเท่านั้น
ทั้งนี้ ข้อกฎหมายที่ “ปกรณ์วุฒิ” อ้างถึง คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (8) ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุกระทําการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง
รอลุ้นระทึกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะตัดสินวันนี้
- ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี
- ศักดิ์สยาม ปัดซุกหุ้น หจก. ยันขายให้เพื่อนจริง ไม่มีฮั้วประมูล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศักดิ์สยาม ลุ้นระทึก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net