โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารพันวิธีช่วยเพื่อนสี่ขาจากปัญหาเสียงพลุ: อย่าปล่อยให้แสงสีเสียงที่ตระการตา สร้าง Trauma ให้ใคร

นิตยสารคิด

อัพเดต 14 ธ.ค. 2566 เวลา 01.06 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2566 เวลา 01.06 น.
firework-effect-on-dog-cover

ลอยกระทง ปีใหม่ สงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองไหน ๆ ก็คงไม่พ้นต้องมีการปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วย “การแสดงพลุ” ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง ขนาดที่ห่างไปสามบ้านแปดบ้านก็ยังต้องวิ่งออกมาดู ลวดลายสีสว่างที่แวบวับตัดกับความมืดในยามค่ำคืน พร้อมกับเสียง “ปัง!” อันเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นไฮไลต์สำคัญที่ใครหลายคนต่างเฝ้ารอ ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคน (และทุกตัว) ที่ชอบใจกับไฮไลต์นั้น

เสียงพลุเฉลิมฉลองที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ คงไม่ต่างอะไรกับอันตรายที่ไร้สัญญาณเตือนสำหรับสัตว์ที่ไม่ได้รู้จักกับการฉลองเทศกาลใด ความเครียดและความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อการแสดงออก และอาจสร้างบาดแผลให้กับสัตว์ทั้งทางกายและทางใจ สัตว์ป่าหลายชนิด เช่น นก ต่างต้องระหกระเหินบินหนีเสียงด้วยความหวาดกลัวกลางดึก บ้างก็บินออกไปสู่เขตทะเลและไม่มีโอกาสได้บินกลับมา และบ้างก็บินชนอาคาร หลงทิศหลงทาง และร่วงลงมา เหตุการณ์สะเทือนใจยังเกิดขึ้นเป็นทอด ๆ ยิ่งในฤดูที่ลูกนกเพิ่งเกิด หากพ่อแม่หายไป ก็เท่ากับการตายของเด็ก ๆ ที่ขาดน้ำและอาหาร

Zuza Gałczyńska / Unsplash

ขณะที่สัตว์เลี้ยงอย่างหมาหรือแมวเอง ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผลสำรวจจาก New Zealand Veterinary Journal ที่สอบถามเจ้าของสุนัขชี้ให้เห็นว่า สุนัขของผู้เข้าร่วมการสำรวจกว่าครึ่งกลัวพลุ ทั้งงานวิจัยอื่นยังชี้ว่าพลุทำให้เจ้าสี่ขาหวาดกลัวมากกว่าเสียงปืนหรือเสียงพายุฝนเสียงอีก โดยอาจเป็นเพราะสุนัขมีประสาทการรับเสียงที่ดีเหนือกว่ามนุษย์หลายเท่า รวมไปถึงการเกิดเสียงแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ขณะที่แสงและสีที่ไม่คุ้นตาก็อาจทำให้สัตว์รู้สึกไม่ปลอดภัยได้ ความหวาดกลัวนี้ แสดงออกผ่านพฤติกรรมหลายอย่าง เช่น ตัวสั่น เห่า และมีอารมณ์ที่รุนแรง ส่งผลต่อถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่น ๆ ที่น่าเศร้า ทั้งการวิ่งหนีหายออกไปจากบ้าน และไม่อาจคาดเดาเลยว่าจะสามารถตามหากันเจอหรือไม่ รวมถึงการบาดเจ็บจากการวิ่งชนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ไปจนถึงอันตรายต่อชีวิต

เพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าน้องหมาแสนรักจะปลอดภัยในทุกฤดูเทศกาล วิธีต่าง ๆ ที่จะกล่าวต่อไปนี้คือข้อแนะนำจากหลากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะพาเจ้าสี่ขาผ่านพ้นคืนแห่งการเฉลิมฉลองไปอย่างไม่ยากลำบากเท่าที่เคยเผชิญ

รู้จักเจ้าสี่ขา
ก่อนที่จะดูวิธีการรับมือต่าง ๆ การรู้จักสุนัขของตัวเองว่าพวกเขามีปฏิกิริยาหรือมีความกลัวต่อเสียงพลุมากน้อยแค่ไหนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าสุนัขทุกตัวจะกลัวดอกไม้ไฟ ทั้งการแสดงออกต่อความกลัวก็ต่างออกไปตามวัย สายพันธุ์ และประสบการณ์ที่พวกเขาได้พบเจอมา ในขณะที่สุนัขหนึ่งสายพันธุ์ก็อาจจะมีความไวในการตอบสนองต่อเสียงพลุมากกว่าอีกสายพันธุ์เช่นกัน ดังนี้การรู้จักสุนัขของตัวเองให้ดีพอ ผ่านการสังเกตปฏิกิริยา โดยไม่ได้นำความรู้สึกของเราเป็นตัวตัดสินทั้งหมด จึงนับเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราช่วยเหลือพวกมันได้อย่างถูกจุด

Angel Luciano / Unsplash

เตรียมพร้อมมะหมา แม้ในสถานการณ์ Worst Case
หากรู้แน่ชัดแล้วว่าวันนี้จะต้องมีการจุดพลุ การพาสุนัขออกไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมที่กระฉับกระเฉง กระทั่งการออกกำลังกาย ก็อาจจะช่วยให้พวกมันรู้สึกเหนื่อยและลดความวิตกกังวลลงได้ โดยเจ้าของอาจพาพวกเขาออกเดินในช่วงเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะฟ้ามืดก่อนถึงบ้าน แต่ถ้าหากมีสายจูงก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น

และถึงแม้ว่าเราจะป้องกันอย่างดีแค่ไหน แต่โอกาสของการวิ่งเตลิดหนีหายก็ไม่ได้กลายไปเป็นศูนย์เสียทีเดียว ดังนั้นการคิดเผื่อเพื่อเตรียมการป้องกันให้ครอบคลุมแม้ไม่อยากให้เกิดขึ้นจึงจำเป็น สุนัขที่อยู่ในความดูแลทุกตัว ควรที่จะได้รับการติดแท็กหรือมีไมโครชิปที่สามารถระบุตำแหน่งได้ติดไว้กับตัว รวมถึงอาจใส่ข้อมูลที่อยู่ไว้ที่ปลอกคอ และหมั่นตรวจทานด้วยว่าข้อมูลเหล่านั้นจะได้รับการอัปเดตให้ถูกต้องอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับบ้านอย่างปลอดภัยมากขึ้น “หากพวกเขาหนีออกไปได้ ก็มีโอกาสที่จะได้รับการส่งคืน” เจนน์ สแตนลีย์ (Jenn Stanley) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมที่ได้รับการรับรองและผู้ฝึกสอนสุนัขมืออาชีพกล่าว

หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พาน้องเข้าบ้าน
สุนัขบางตัวอาจจะชอบอยู่ข้างนอกเป็นชีวิตจิตใจ แต่เคิร์ต เวเนเตอร์ (Kurt Venator) สัตวแพทย์ที่ประจำอยู่ที่นิวยอร์ก ก็แนะนำว่าเด็ก ๆ ควรอยู่ในบ้านเพื่อป้องกันการเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจตกใจจนวิ่งหายไป ยิ่งหากสุนัขมีอาการกลัวเสียงพลุอย่างมากหรือมีปฏิกิริยาที่รุนแรงต่อเสียงดังแล้ว ก็ยิ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วย เพราะถึงแม้เราจะคิดว่าในบ้านค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะทำร้ายตัวเอง หรือกระโดดไปชนข้าวของจนบาดเจ็บ กระทั่งชนหน้าต่างกระจกเพื่อหลบหนีออกมาได้ ดังนี้หากเจ้าของไม่ว่างจริง ๆ อย่างไรก็ควรต้องมีใครสักคนที่เจ้าสี่ขารู้สึกไว้ใจอยู่เป็นเพื่อน เพื่อคอยดูแลและปลอบประโลมใจกัน

นอกจากในแง่ของการหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เผชิญกับพลุที่กำลังวาดลวดลายบนท้องฟ้าแล้ว เราก็ควรเก็บดอกไม้ไฟหรือประทัดให้ไกลจากสัตว์เลี้ยงของเราด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ทั้งหลายเผลอกินมันเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจส่งผลให้พวกมันมีอาการต่าง ๆ เช่น เซื่องซึม เหงือกเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล เทา หรือน้ำเงิน รวมถึงท้องเสียและอาเจียนเป็นเลือดได้

George Chandrinos / Unsplash

สร้างฐานทัพลับที่รู้สึกปลอดภัยให้พวกเขาได้ผ่อนคลาย
มองหาพื้นที่ในบ้านที่จะสามารถเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความรู้สึกปลอดภัย โดยเน้นที่ความเงียบสงบปราศจากความวุ่นวายเป็นหลัก เช่น พื้นที่เงียบ ๆ ที่ห่างจากหน้าต่าง อย่างห้องใต้ดินหรือในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ทั้งควรปิดหน้าต่าง ประตู และม่านให้เรียบร้อย เพื่อกันไม่ให้สุนัขได้กลิ่นหรือเห็นแสงของพลุ เวเนเตอร์ยังแนะนำว่า หากเป็นสุนัขที่ได้รับการฝึกให้อยู่ในกรงอยู่แล้ว ก็สามารถให้เขาอยู่ในกรงหรือลัง และเพิ่มระดับความรู้สึกปลอดภัยให้เขาได้ด้วยการใส่ของเล่นชิ้นโปรด หรือผ้าห่มและเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของเราหลงเหลืออยู่ และอาจปูผ้าห่มผืนหนาเพื่อสร้างความรู้สึกอบอุ่นกว่าเดิมได้ แต่ถ้าหากเป็นสุนัขที่ไม่เคยได้รับการฝึกให้อยู่ในกรงมาก่อน ก็ห้ามบังคับให้เข้าไปอยู่ในกรงเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจไปกระตุ้นความรู้สึกวิตกกังวลให้หนักกว่าเก่า โดยเขาแนะนำให้พาสุนัขที่ยังไม่ได้รับการฝึกให้ไปอยู่ในห้องที่มืดและสงบจะดีกว่า

นอกจากนี้ เราอาจสร้างบรรยากาศโดยรอบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจผ่านการใช้เสียงที่สม่ำเสมอและคุ้นเคย เช่น เสียงลมจากเครื่องปรับอากาศ เสียงเพลงผ่อนคลาย หรือเสียงจากโทรทัศน์และวิทยุ (ที่ไม่ใช่การถ่ายทอดสดการแสดงดอกไม้ไฟ) เป็นตัวช่วย รวมไปถึงตัวของเล่นที่สร้างความคุ้นเคย และขนมรสโปรดที่นอกจากจะช่วยเปลี่ยนโฟกัสได้แล้ว ยังช่วยลดความวิตกกังวลล รวมถึงป้องกันการไปกัดแทะสิ่งของอื่น ๆ ในบ้านเช่นเดียวกัน

เรายังสามารถทำการปลอบประโลมเจ้าหมาที่ตื่นกลัวในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยวิธีการแสดงออกที่ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป กล่าวคือ ใช้น้ำเสียงที่ผ่อนคลายและสม่ำเสมอ ควบไปกับการค่อย ๆ ลูบไปตามลำตัวอย่างช้า ๆ และหนักแน่นเพื่อช่วยให้เจ้าสี่ขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และระมัดระวังไว้ว่าการปฏิบัติในทิศทางอื่น ๆ เช่น การพูดปลอบว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ซ้ำ ๆ ด้วยเสียงที่สูงขึ้น ก็อาจจะทำให้สุนัขรู้สึกว่ามีอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นจริงได้ ดังนี้เจ้าของจึงต้องพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนให้ดีและให้การช่วยเหลือพวกเขาด้วยความมั่นใจ

สิ่งนี้สอดคล้องกับที่เจอร์รี ไคลน์ (Jerry Klein) หัวหน้าสัตวแพทย์จาก American Kennel Club ได้กล่าวเอาไว้ว่า สุนัขจะสงบที่สุดก็เมื่ออยู่กับคนที่มันไว้ใจที่สุด (ซึ่งก็คือเจ้าของนั่นเอง) ดังนี้หากเจ้าของอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ใจเย็น เจ้าสี่ขาของเราก็จะสงบไปด้วย กระนั้นการปลอบใจสุนัขมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการเข้าใจว่าเป็นรางวัลซึ่งการแสดงออกของความกลัว และการใส่ใจที่มากเกินไปก็อาจทำให้สุนัขที่ถูกกระตุ้นอยู่แล้วยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ American Kennel Club จึงแนะนำให้เจ้าของทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ขณะที่ก็คอยสังเกตอาการต่าง ๆ อยู่ห่าง ๆ และถ้าเห็นว่าสุนัขพบพื้นที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ต้องไปรบกวนพวกเขานัก

Adam Griffith / Unsplash

ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล
อย่างไรก็ตาม หากสุนัขของคุณมีอาการวิตกกังวลหรือหวาดกลัวอย่างรุนแรง การนัดพบสัตวแพทย์ก็น่าจะเป็นกระบวนการสำคัญที่สามารถแนะนำทางออกของปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการจัดการพฤติกรรม อุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนคลาย ไปจนถึงการใช้ยาที่จะต้องให้สัตวแพทย์ประเมินและจ่ายให้ในปริมาณที่พอดี

หรือในบางกรณี เราอาจจะลองปรึกษากับผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญในการปรับพฤติกรรมเจ้าหมาให้ค่อย ๆ ลดความตื่นกลัวเสียงพลุลงไป ผ่านวิธีการเช่นการสร้างความคุ้นชินด้วยการเปิดเสียงพลุคลอเบา ๆ ในระดับที่สุนัขจะพอรับรู้ แต่ไม่ถึงกับสร้างความเครียด พร้อมกับการจับคู่เสียงนี้กับขนมโปรดของพวกเขา ซึ่งสแตนลีย์เรียกมันว่าเป็น “การวางเงื่อนไขกลับ” (counter-conditioning) จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มเสียงขึ้นทีละน้อย รวมถึงเปลี่ยนคลิปเสียงให้มีความหลากหลายทั้งจังหวะการเกิดและที่มาต่อไป

หลากทางแก้ปัญหา ให้น้องหมา (และผองเพื่อน) ฝันดี
ปัญหาเรื่องมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้นจากพลุ คือหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับผู้คนและสัตว์มาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลาย ๆ คน จะพยายามคิดค้นและเสนอแนวทางแก้ปัญหาทั้งในรูปแบบที่แก้จากตัวเรา ไปจนถึงในระดับที่สร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างมากขึ้น

ปิดหูเพื่อนคู่ใจด้วย “Pawnix”
เช่นเดียวกับสุนัขหลาย ๆ ตัว “เจ้าเอ็มม่า” กลัวเสียงดังทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัย รถมอเตอร์ไซค์ หรือเสียงพายุฝนฟ้า และเสียงพลุ ซ้ำร้ายยังไม่มีวิธีการไหนที่จะช่วยเธอจากความกลัวนี้ได้ แม้แต่วิธีที่ได้แนะนำไปข้างต้น จนกระทั่งวันหนึ่งที่เอ็มม่าได้ขึ้นเครื่องบินและแอบสะดุ้งทุกครั้งที่พนักงานต้อนรับปิดช่องเก็บสัมภาระอย่างแรงด้วยความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้เคิร์สเตน แบรนด์ (Kirsten Brand) จึงได้ลองสละหูฟังตัดเสียงรบกวนของเธอให้กับเจ้าหมาแสนรัก และถึงแม้มันจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่ปรากฏว่าหนูน้อยเอ็มม่ากลับหยุดกระโดด นั่งลงอย่างเรียบร้อย และมีท่าทีที่สบายใจมากขึ้น กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับแบรนด์ สู่การเกิดขึ้นของ “Pawnix” หูฟังตัดเสียงรบกวนที่พอดีสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ

Pawnix ใช้ตัดเสียงรบกวนได้อย่างครอบคลุม ผ่านฟังก์ชันที่จะตัดเสียงรบกวนและลดระดับเสียงลง จนเสียงพลุที่ว่าดังนักดังหนา ยังกลายเป็นระดับเสียงที่เบาพอ ๆ กับความดังของเครื่องดูดฝุ่น dyson หรือเครื่องล้างจานขณะทำงานเท่านั้นเอง หูฟังนี้ยังสามารถจับคู่กับโทรศัพท์ของเจ้าของ เพื่อให้เราสามารถเปิดเพลงกล่อมเจ้าเพื่อนยาก ทั้งยังสามารถควบคุมระดับเสียงได้ในระดับที่ไม่เกิน 50 เดซิเบลตามที่ตัวหูฟังได้จำกัดไว้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของหูเจ้าสี่ขา ซึ่งรีวิวจากเหล่าเจ้าของที่ซื้อไปลองใส่ให้น้องหมาที่บ้าน ก็การันตีให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ที่ทำให้ทั้งคนทั้งหมาไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มในคืนที่พายุเข้าอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัส

เบาเสียงลงหน่อย ก็ไม่ได้ทำให้งานกร่อยสักเท่าไร
เพราะเห็นแก่ความสุขและสุขภาวะของสัตว์เลี้ยงอยู่เหนือความอลังการของพลุขนาดใหญ่ ชาวเมืองคอลเล็กชิโอในอิตาลี จึงตัดสินใจที่จะใช้ “ดอกไม้ไฟเงียบ” (Silent Firework / Quiet Firework) เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลสำคัญก่อนใคร ทั้งยังช่วยปลุกกระแสให้แนวคิดดังกล่าวกลายมาเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Alexander Kagan / Unsplash

ดอกไม้ไฟเงียบ คือพลุที่ได้รับการออกแบบให้มีเสียงที่เบากว่าพลุแบบปกติ (แต่ไม่ถึงขนาดไม่มีเสียงเลย) ด้วยการเอาดินปืนออกจากสมการ เพื่อประโยชน์ทางด้านความเบาของเสียงเป็นสำคัญ ทำให้พลุประเภทนี้ค่อนข้างเป็นมิตรต่อเจ้าเพื่อนยากสี่ขา และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

ดอกไม้ไฟเงียบไม่ได้เป็นนวัตกรรมใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากโดยปกติแล้ว มันมักแอบฉายแววอยู่ในการแสดงพลุแบบคลาสสิกอยู่แล้ว ในฐานะองค์ประกอบขับเสริมความอลังการให้กับพลุลูกใหญ่ เช่น “หางดาวหาง” ซึ่งมีลักษณะเป็นแสงที่พุ่งขึ้นฟ้า พร้อมประกายแวววับก่อนจะค่อย ๆ มอดดับลงอย่างเงียบ ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ นอกจากข้อดีในมิติของเสียงที่จะทำให้ผู้รับชมไม่ต้องคอยปิดหูไปตลอดโชว์ ดอกไม้ไฟเงียบยังมีดีในมิติด้านสีสันที่มากกว่า เนื่องจากการระเบิดที่ไม่ค่อยรุนแรง ทำให้เอฟเฟ็กต์สีที่เกิดจากสารเคมีและความร้อนไม่ได้อันตรธานไปเหมือนอย่างที่พลุลูกใหญ่เป็น กระนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ให้ความเห็นว่า เนื่องจากพลุประเภทนี้ไม่ได้มีการระเบิดใหญ่ ๆ เลย มันจึงตอบโจทย์ได้เพียงงานฉลองกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งสำหรับงานระดับชาติแล้ว ถ้าจะใช้พลุชนิดนี้ก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้เล็กลง แต่กระจายตัวกันมากขึ้น เพื่อดึงความสนใจจากทุกคนให้ได้

สร้างพลุแบบใหม่ ด้วยการใช้โดรน
ในการเฉลิมฉลองวันชาติของสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง “Stella & Chewy” ได้จัดพื้นที่สำหรับการแสดงสุดพิเศษเพื่อเจ้าของและน้องหมา ผ่านการแสดงดอกไม้ไฟแบบใหม่ที่ร่วมมือกับบริษัทแสดงโดรนชั้นนำอย่าง “Pixis” ในการสร้างโชว์ดอกไม้ไฟจากโดรน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก “SPH Engineering”

โชว์สุดพิเศษนี้จัดขึ้น ณ แซนตามอนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีจุดประสงค์เพื่อชูประเด็นความรู้สึกไม่ค่อยสบายอกสบายใจที่คนหลาย ๆ กลุ่มมีต่อการแสดงดอกไม้ไฟแบบดั้งเดิม รวมถึงกลุ่มสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ต้องเผชิญความรู้สึกยากลำบากในทุก ๆ การเฉลิมฉลองตลอดปี หากแต่การแสดงที่ใช้โดรนกว่า 300 ตัวนี้ จะต่างออกไป ด้วยคำยืนยันว่า โชว์ดังกล่าว “เป็นมิตรกับสัตว์” นี่จึงนับเป็นการปฏิวัติรูปแบบการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ที่จะทำให้เจ้าสี่ขาสามารถข้ามผ่านคืนแห่งความสุขร่วมกับครอบครัวของตนได้อย่างสบายหูและสบายใจ

เบอร์นาร์ด โอซารอฟสกี้ (Bernard Ozarowski) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Pixis ยังชี้ว่า ในอนาคตโชว์ดอกไม้ไฟจากโดรนนี้จะขยายขอบเขตไปมากกว่าเพื่อสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อผู้ที่ประสบภาวะ PTSD (Post-traumatic Stress Disorder หรือ ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ) ได้เช่นกัน ในขณะที่หัวหน้าฝ่าย Drone Show Technologies จาก SPH Engineering อย่างอเล็กซานเดอร์ เลวานดอฟสกี้ (Alexander Levandovskiy) ก็ชี้ว่าโปรเจ็กต์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า เราสามารถจัดลำดับความสำคัญสำหรับงานเฉลิมฉลอง เพื่อให้สุขภาวะที่ดีของผู้คนและเพื่อนขนปุยมาก่อนได้อย่างไรด้วยการใช้เทคโนโลยีโดรน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งนำนวัตกรรมเข้ามาจัดการปัญหาในชีวิตจริง รวมถึงการมุ่งสู่วันพรุ่งนี้ที่ทุกคนจะเพลิดเพลินกับวันหยุดได้โดยไม่รบกวนความสงบสุขของใคร

David Álvarez López / Flickr

ความพยายามที่เกิดขึ้นทั้งหมดนับเป็นสัญญาณดี ที่สื่อสะท้อนให้เห็นความร่วมมือจากคนทุกภาคส่วนที่พยายามจะรับมือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหา ร่วมด้วยความตระหนักรู้ที่ว่า เราสามารถหลีกเลี่ยงการเฉลิมฉลองที่ส่งผลกระทบร้าย ๆ ต่อเพื่อนร่วมโลกของเราได้อย่างสมบูรณ์ ผ่านวิถีทางมากมายที่กำลังได้รับการพัฒนา ดังนี้จึงหวังว่าในอนาคตข้างหน้า มนุษย์จะสามารถเอ็นจอยกับทุกช่วงเวลาพิเศษ พร้อม ๆ กับเพื่อนร่วมโลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่า โดยไม่พลาดทำร้ายใครด้วยความไม่ตั้งใจอีก

ที่มา : เว็บไซต์ pawnix.com
บทความ “How to Keep Your Dog Calm During Fireworks” โดย Teresa Traverse
บทความ “7 Ways to Keep Your Dog Safe During Fireworks” โดย Anna Brooks
บทความ “Fireworks and Furry Friends: Keeping Your Pets Safe on the Fourth of July” โดย DoveLewis
บทความ “The Devastating Effects of Fireworks on Pets and Wildlife” โดย Kendra Coulter
บทความ “Four Ways Fourth of July Fireworks Can Harm Our Pets” จาก aspca.org
บทความ “Noise Canceling Headphones for Dogs That Block Out Scary Sounds Such As Thunder or Fireworks” โดย Lori Dorn
บทความ “‘Quiet Fireworks’ Promise Relief for Children and Animals” โดย Steph Yin
บทความ “QUIET FIREWORKS – SILENT FIREWORKS” จาก fantasticfireworks.co.uk
บทความ “Town In Italy Is Using Silent Fireworks – Should We All?” โดย Kristina Lotz
บทความ “Watch these pet-friendly fireworks in California to celebrate Independence Day” จาก usatoday.com
บทความ “Pixis and Stella & Chewy's Unite to Introduce innovation Silent Fireworks as Pet-Friendly Entertainment, Powered by Drone Show Technologies from SPH Engineering” จาก sphengineering.com

เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...