โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘สิ่งของ ตัวตน และความทรงจำ’ เมื่อวันหนึ่งต้องเสียของรักไปโดยไม่คาดคิด เราจะรับมือยังไงดี?

The MATTER

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 19.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 12.00 น. • Lifestyle

แหวนที่ตกทอดมาจากคุณยาย
เสื้อแจ็กเก็ตที่ส่งต่อมาจากแม่ที่ล่วงลับ
หนังสือเล่มโปรดที่อ่านมาตั้งแต่มัธยม
อัลบั้มรูปถ่ายวัยเด็ก

ช่วงชีวิตหนึ่งเราคงมีสิ่งของอันเป็นที่รัก บางครั้งอาจสำคัญถึงขนาดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลายเป็นเราทุกวันนี้ หากว่าวันหนึ่งเราต้องสูญเสียไปแบบไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน ไม่ว่าจะเพราะทำหายโดยไม่ตั้งใจ ถูกคนนิสัยไม่ดีขโมย หรือแม้กระทั่งภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แถมดูยังไงก็ไม่มีทางได้ของบางอย่างคืนกลับมา เหตุการณ์เหล่านี้คงทำให้ความรู้สึกเราแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

แล้วทำไมเราถึงรู้สึกเสียใจกับสิ่งของเหล่านี้ด้วยนะ? วันนี้ The MATTER ชวนสำรวจว่า เมื่อต้องสูญเสียสิ่งของที่รัก เราจะสูญเสียตัวตนไหม แล้วผิดไหมที่เราจะเสียใจกับของที่สูญเสียไปแบบไม่มีวันได้คืน?

สิ่งของมาพร้อมกับความทรงจำ

นักจิตบำบัด เจอรัลดีน เทย์เลอร์ (Geraldine Taylor) อธิบายว่า การผูกพันกับสิ่งของที่มีคุณค่าทางใจเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แม้จะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะยึดช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งไว้ แต่มนุษย์ก็ยังปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น เพื่อเก็บเป็นความทรงจำให้เราหวนระลึกถึงอีกครั้ง

“ไม่สำคัญว่าสิ่งของที่เรารักจะเป็นแค่เปลือกหอยบนชายหาด แต่ประเด็นคือสิ่งของนั้นอยู่กับเราต่างหาก”

**เมื่อต้องสูญเสียสิ่งของเหล่านั้น ความเสียใจของเรานั้นมีหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเพราะเรามองว่าสิ่งนั้นเป็นตัวแทนคนสำคัญ สิ่งนั้นทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า สิ่งนั้นทำให้รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ สิ่งนั้นทำให้เราอุ่นใจ หรือสิ่งอาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคมก็ได้ ดังนั้น จึงไม่แปลกหากเราจะรู้สึกโศกเศร้าหลังการสูญเสีย เพราะเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะมีความผูกพัน โดยเฉพาะหากเป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนคนหรือสถานที่เรารัก

หลายครั้งเราจึงไม่ได้เสียใจที่ตัวสิ่งของจริงๆ แต่เราเสียใจเพราะมันเป็นตัวแทนบางอย่างของเราต่างหาก

เราเสียใจที่ทำแหวนที่ตกทอดมาจากคุณยายหาย ไม่ใช่เพราะเราเสียใจถึงอัญมณีเก่าหนึ่งชิ้น แต่มันหมายถึงเราสูญเสียตัวแทนเชื่อมโยงระหว่างคนที่เรารัก และเรารู้สึกเสียใจที่เราไม่สามารถรับผิดชอบมันไว้ได้ เช่นเดียวกับสิ่งของที่เรารักชิ้นอื่นๆ มันไม่ใช่แค่สิ่งของที่มีหน้าตาเหมือนกับของที่วางขายทั่วไป หากแต่เป็นความทรงจำและความผูกพันที่เรามีกับของชิ้นนั้น ที่ทำให้มันพิเศษขึ้นเหนือของสิ่งของอื่นๆ

นอกจากนี้ การสูญเสียสิ่งของที่เรารักยังไปกระตุ้นความเชื่อหลัก (core beliefs) หรือความเชื่อขั้นพื้นฐานตามธรรมชาติ 3 ด้าน ที่ส่วนใหญ่เรามักใช้มองโลกในแง่ลบคือ การมองตัวเอง การมองคนอื่น และการมองโลก ตามแนวคิดของนักจิตวิทยา จูดิธ เบค (Judith Beck) โดยการสูญเสียของสำคัญจะทำให้เรามองว่า ‘โลกนี้น่ากลัวไม่ปลอดภัย’ ซึ่งอาจส่งผลให้เรามีอารมณ์แปรปรวน เหนื่อยง่าย ไม่อยากจะทำอะไร อยากอยู่คนเดียว ไปจนรู้สึกไม่มีคุณค่า มีปัญหาด้านการนอนและการกินคล้ายกับอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล**

รับมืออย่างไรเมื่อต้องสูญเสียสิ่งของที่รัก**

หลายคนอาจเลือกที่จะมองข้ามความเสียใจท่ามกลางการสูญเสียนั้นไป และแทนที่ด้วยประโยคปลอบใจที่ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นสุดคลาสสิกอย่าง “สิ่งของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้” แต่หลายครั้งประโยคนี้กลับกลายเป็นเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งก็ทำให้หลายคนมองว่าสิ่งของสำคัญเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ทั้งที่จริงการสูญเสียสิ่งของที่เรารักก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นเลย

เรื่องนี้นักจิตบำบัดอย่างอลิซาเบธ ซีโบลต์ เอสพาซา (Elizabeth Seabolt-Esparza) ให้คำปรึกษากับผู้คนในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่เกิดภัยพิบัติอย่างเฮอร์ริเคนอยู่บ่อยครั้งว่า คนที่เข้ารับการบำบัดหลายคนต้องเผชิญกับความโศกเศร้าหลังจากเกิดพายุฮาร์วีย์ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่พยายามจะละทิ้งความเสียใจจากการสูญเสียสิ่งของที่รัก แถมบอกอีกด้วยว่า “ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ”

อลิซาเบธจึงลองถามกับพวกเขาว่า ทำไมถึงละทิ้งความรู้สึกของตัวเองอย่างรวดเร็วนัก แล้วก็ได้คำตอบว่า พวกเขากลัวว่านักบำบัดอย่างอลิซาเบธจะเมินเฉยกับความโศกเศร้าที่พวกเขาเจอ แล้วพยายามชวนให้เขามองโลกในแง่ดี และบอกว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีชีวิตอยู่

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นหลังการสูญเสีย อลิซาเบธในฐานะนักบำบัดจึงแนะนำว่า เราอาจจะต้องลองปล่อยให้ตัวเองได้ร้องไห้ หรือเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับทำตามวิธีอื่นๆ เช่น

เสียใจได้แต่อย่าโทษตัวเอง - ไม่แปลกเลยถ้าหากเราจะเศร้าเสียใจกับการสูญเสียสิ่งสำคัญเป็นอาทิตย์ๆ แต่การโทษตัวเองอย่าง “อ่อนแอจัง” หรือ “โตขึ้นบ้างเถอะ” นั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เพราะไม่ว่าการสูญเสียจะเกิดขึ้นกับใคร ก็คงต้องเสียใจเหมือนกัน ให้เวลากับตัวเอง - ให้เวลาตัวเองได้เสียใจ ทุกคนมีช่วงเวลาทำใจไม่เท่ากัน ดังนั้น ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่ เราก็ควรให้ตัวเองได้ก้าวผ่านเรื่องเหล่านี้ไป เผชิญหน้ากับมัน - เช่น การเขียนบันทึกความรู้สึก อย่างการสูญเสียสิ่งของเหล่านั้นไป ทำให้เรารู้สึกอย่างไร? ชีวิตเราต่างจากเดิมไหม? ถ้าบอกกับสิ่งของชิ้นนั้นได้จะบอกว่าอะไร? จริงๆ แล้วเราสูญเสียอะไรไปกันแน่ มีอะไรเป็นตัวแทนได้อีกไหม? เพราะบางทีเมื่อเผชิญหน้ากับมันได้แล้ว เราจะสามารถเก็บความทรงจำของสิ่งนั้นไว้ในใจ จนตัวเราเองก้าวต่อไปได้**

**สิ่งของมากมายมักมาพร้อมกับความทรงจำ ทั้งยังเป็นตัวแทนที่ทำให้นึกถึงใครสักคน และเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็นตัวเองทุกวันนี้ ความเสียใจหลังสูญเสียสิ่งของเหล่านั้นไปโดยไม่คาดคิดจึงเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ

หากเราเห็นใครที่กำลังเสียใจด้วยเหตุนี้ อย่าลืมรับฟังเขาอย่างจริงใจ ให้พื้นที่ให้เขาได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา หรือหากคุณเป็นคนสูญเสียของบางอย่างที่รักเอง ก็อย่าลืมว่าการเสียใจกับเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีเหตุผล แต่มันเป็นเพราะคุณให้ความสำคัญกับความทรงจำนั้นมากๆ ต่างหาก

อ้างอิงจาก

cosmopolitan.com

harleytherapy.co.uk

houston-therapy.com**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...