โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแม่วัย19 ฆ่าลูกทารก ยัดกระเป๋าทิ้งกลางทุ่งนา สารภาพกลัวแฟนใหม่รับไม่ได้

Khaosod

อัพเดต 10 ต.ค. 2564 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2564 เวลา 05.07 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ตามรวบแม่วัย19 ฆ่าลูกทารก ยัดกระเป๋าทิ้งกลางทุ่งนา สารภาพสิ้นกลัวพ่อเเม่และแฟนใหม่รับไม่ได้

จากกรณีมีชาวบ้านพบกระเป๋าเดินทาง มีเลือดไหลออกมา ถูกทิ้งไว้กลางทุ่งนา บ้านนาสีนวล หมู่7 ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ภายในกระเป๋าสีดำ ยังพบทารกเพศหญิง อายุครรภ์ราว 8-9 เดือน สภาพถูกห่อด้วยถุงและผ้าจำนวนหลายชั้น สภาพเน่าเปื่อย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-5 วัน ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบ และแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา

คืบหน้าล่าสุดวันที่ 10 ต.ค. 64 พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ใจสะบาย รอง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ สั่งการให้เร่งไล่ล่าผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 24 ชั่วโมง สามารถแกะรอยจากเสื้อที่พบในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเสื้อเป็นของบริษัทขนส่งชื่อดัง กระทั่งทราบตัวแม่คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง หมู่7 ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมได้ในหอพักบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

จากการสอบสวน น.ส.เอ ให้การรับสารภาพว่า ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เป็นแบบนี้ แต่ตนกลัวว่าแฟนหนุ่ม ที่ทำงานบริษัทขนส่ง ที่ได้คบกันเพียง 6 เดือน จะทราบเรื่องว่าตนท้อง และมีลูกคลอดออกมา และกลัวพ่อแม่ ของตนจะรับไม่ได้ เมื่อลูกคลอดออกมาอยู่ในหอพักตนเกิดตกใจจึงตัดสินใจ และนำสายชาร์จมือถือที่อยู่ข้างตัวมาก่อเหตุ จนไม่ได้ยินเสียงร้องของทารก

ก่อนที่ตนจะห่อหุ้มด้วยผ้าหลายชั้น นำใส่กระเป๋าเดินทาง ขี่รถจักรยานยนต์มาทิ้งไว้บริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นแฟนของตนยังทำงาน ไม่มีส่วนรู้เห็น และยืนยันไม่ได้ทุบศีรษะ เนื่องจากตอนนั้นตกใจคว้าอะไรได้ก็นำมารัดก่อนแล้วนำไปทิ้ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน โดย ร.ต.อ.ขันติ เพียรสูงเนิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ จะนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้นอำพรางศพ ก่อนที่จะสอบสวนว่ามีใครมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ และจัส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...