โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก

Amazing Thailand

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 12.23 น. • Amazing Thailand
ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก
27 ก.ย. - 8 ต.ค. 2568
ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก
27 ก.ย. - 8 ต.ค. 2568
ณ ริมแม่น้ำโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
นครพนม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก

27 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของขบวนเรือไฟสุดวิจิตรตระการตา พร้อมกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการ ที่คุณไม่ควรพลาด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลระดับโลก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา วิถีชีวิต และความงดงามของจังหวัดนครพนม

แสงไฟไม่เพียงแค่ส่องสว่าง แต่ยังสื่อถึงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความผูกพันกับสายน้ำ และจิตวิญญาณร่วมของผู้คนในลุ่มน้ำโขง “ไหลเรือไฟ” จึงไม่ใช่แค่ประเพณี แต่เป็นพลังศรัทธาที่ไหลผ่านกาลเวลา

-จุดเริ่มต้นของแสงไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีสำคัญของชาวนครพนม จัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งตรงกับช่วงปลายฤดูฝน บรรยากาศริมฝั่งโขงเย็นสบาย เหมาะแก่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ต้นกำเนิดของประเพณีนี้ เชื่อมโยงกับความเชื่อในการบูชาพระพุทธเจ้า และการอุทิศไฟเพื่อสักการะแม่น้ำโขง ซึ่งถือเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเผยแผ่ธรรมะ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ภูเขาในแถบนี้

-แสงไฟ…แทนพลังศรัทธา ความเชื่อพื้นบ้านระบุว่า การจุดไฟลอยตามน้ำมีไว้เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่เชื่อว่าประดิษฐานอยู่ริมโขง อุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ ขอขมาแม่น้ำที่อาจใช้ประโยชน์จากสายน้ำเกินควร เเละเพื่อเป็นการส่งแสงนำทางให้พญานาค กลับคืนสู่นาคโลกในวันออกพรรษา เมื่อแสงไฟนับร้อยล่องลอยตามกระแสน้ำโขงในยามค่ำคืน จึงเปรียบเสมือน “บทสวดมนต์แห่งแสง” ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

-ภูมิปัญญาชาวบ้าน…ในเรือไฟหนึ่งลำ แม้จะงดงามจนหลายคนตื่นตะลึง แต่เบื้องหลังความตระการตาของเรือไฟหนึ่งลำ เต็มไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยโครงเรือที่ทำจากไม้ไผ่สานอย่างประณีต ไฟแต่ละดวงใช้น้ำมันก๊าดหรือเทียนพรรษาเป็นเชื้อเพลิง ไปจนถึงการวางลำดับดวงไฟที่ต้องคำนวณทิศทางน้ำ ลม และระยะเวลาไหม้ เพื่อให้แสงไฟปรากฏเป็นลวดลายอย่างแม่นยำ ลวดลายบนเรือมักมีความหมายทางพุทธศิลป์ เช่น รูปพระพุทธเจ้า, พระธาตุพนม, พญานาค, หรือแม้แต่สัญลักษณ์ไทยร่วมสมัย เรือไฟจึงเปรียบเหมือน ผืนผ้าใบแห่งศรัทธา ที่ถักทอขึ้นจากฝีมือและหัวใจของชาวชุมชน

-อนุรักษ์ไว้ด้วยแรงใจทั้งเมือง สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้ยังคงอยู่ คือ พลังของชุมชน เพราะชาวนครพนมทุกกลุ่ม ทุกวัย ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งเดือนเพื่อเตรียมเรือไฟ ทุกภาคส่วนล้วนมีส่วนร่วมในการเตรียมการตั้งเเต่สถานศึกษาให้นักเรียนช่วยออกแบบเรือไฟ วัดและชุมชนช่วยกันจัดทำโครงสร้าง ผู้เฒ่าผู้แก่เป็นที่ปรึกษาด้านความเชื่อ เเละเยาวชนช่วยโปรโมทประเพณีผ่านโซเชียล ถือเป็นตัวอย่างที่มีรูปธรรมชัดเจนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เกิดจากรากของคนในสังคม

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๒๕๖๘ มหกรรมไหลเรือไฟโลก

27 กันยายน – 8 ตุลาคม 2568 อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของขบวนเรือไฟสุดวิจิตรตระการตา พร้อมกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม การแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการ ที่คุณไม่ควรพลาด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลระดับโลก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา วิถีชีวิต และความงดงามของจังหวัดนครพนม

แสงไฟไม่เพียงแค่ส่องสว่าง แต่ยังสื่อถึงศรัทธาในพระพุทธศาสนา ความผูกพันกับสายน้ำ และจิตวิญญาณร่วมของผู้คนในลุ่มน้ำโขง “ไหลเรือไฟ” จึงไม่ใช่แค่ประเพณี แต่เป็นพลังศรัทธาที่ไหลผ่านกาลเวลา

-จุดเริ่มต้นของแสงไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีสำคัญของชาวนครพนม จัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ซึ่งตรงกับช่วงปลายฤดูฝน บรรยากาศริมฝั่งโขงเย็นสบาย เหมาะแก่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ต้นกำเนิดของประเพณีนี้ เชื่อมโยงกับความเชื่อในการบูชาพระพุทธเจ้า และการอุทิศไฟเพื่อสักการะแม่น้ำโขง ซึ่งถือเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเผยแผ่ธรรมะ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ภูเขาในแถบนี้

-แสงไฟ…แทนพลังศรัทธา ความเชื่อพื้นบ้านระบุว่า การจุดไฟลอยตามน้ำมีไว้เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่เชื่อว่าประดิษฐานอยู่ริมโขง อุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ ขอขมาแม่น้ำที่อาจใช้ประโยชน์จากสายน้ำเกินควร เเละเพื่อเป็นการส่งแสงนำทางให้พญานาค กลับคืนสู่นาคโลกในวันออกพรรษา เมื่อแสงไฟนับร้อยล่องลอยตามกระแสน้ำโขงในยามค่ำคืน จึงเปรียบเสมือน “บทสวดมนต์แห่งแสง” ที่เชื่อมโยงมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

-ภูมิปัญญาชาวบ้าน…ในเรือไฟหนึ่งลำ แม้จะงดงามจนหลายคนตื่นตะลึง แต่เบื้องหลังความตระการตาของเรือไฟหนึ่งลำ เต็มไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยโครงเรือที่ทำจากไม้ไผ่สานอย่างประณีต ไฟแต่ละดวงใช้น้ำมันก๊าดหรือเทียนพรรษาเป็นเชื้อเพลิง ไปจนถึงการวางลำดับดวงไฟที่ต้องคำนวณทิศทางน้ำ ลม และระยะเวลาไหม้ เพื่อให้แสงไฟปรากฏเป็นลวดลายอย่างแม่นยำ ลวดลายบนเรือมักมีความหมายทางพุทธศิลป์ เช่น รูปพระพุทธเจ้า, พระธาตุพนม, พญานาค, หรือแม้แต่สัญลักษณ์ไทยร่วมสมัย เรือไฟจึงเปรียบเหมือน ผืนผ้าใบแห่งศรัทธา ที่ถักทอขึ้นจากฝีมือและหัวใจของชาวชุมชน

-อนุรักษ์ไว้ด้วยแรงใจทั้งเมือง สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้ยังคงอยู่ คือ พลังของชุมชน เพราะชาวนครพนมทุกกลุ่ม ทุกวัย ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งเดือนเพื่อเตรียมเรือไฟ ทุกภาคส่วนล้วนมีส่วนร่วมในการเตรียมการตั้งเเต่สถานศึกษาให้นักเรียนช่วยออกแบบเรือไฟ วัดและชุมชนช่วยกันจัดทำโครงสร้าง ผู้เฒ่าผู้แก่เป็นที่ปรึกษาด้านความเชื่อ เเละเยาวชนช่วยโปรโมทประเพณีผ่านโซเชียล ถือเป็นตัวอย่างที่มีรูปธรรมชัดเจนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เกิดจากรากของคนในสังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ท่องเที่ยว อื่น ๆ

รวมให้แล้ว 12 พิกัดที่เล่นน้ำสงกรานต์กรุงเทพฯฟรี ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 9-19 เมษายน 2569

ชิลไปไหน

สงกรานต์คลองสาม ปทุมฯ สุดมันส์! ตั๊กแตน-มีนตรา ชวนเล่นน้ำพร้อมพิธีสรงน้ำพระ-รดน้ำผู้สูงอายุ

77kaoded

ทม.คลองหลวง สืบสานสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ พร้อมเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว-แจกข้าวสาร

77kaoded

สัมผัสศาสตร์อาหารฝรั่งเศส ณ 'Duet by David Toutain' นิยามใหม่ของไฟน์ไดนิ่ง

MATICHON ONLINE

วิถีน้ำ…วิถีไทย ครั้งที่ 11

เดลินิวส์

เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี? เช็กสภาพอากาศและเทศกาลน่าเที่ยวปี 2026

sanook.com
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...