โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความยั่งยืนปี 69 ขึ้นกับชื่อรมต.ศึกษา-อว.‘ตัวซีเคร็ต’แต่ละพรรคเป็นใครมาจากสายไหน

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตอนนี้เหล่านัก CSR ที่ทำงานด้านความยั่งยืนคุยกันบ่อยเรื่องอนาคตของชาติ ออกความเห็นกันว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ จะเลือกพรรคใดมาเป็นรัฐบาล พรรคใดใส่ใจความยั่งยืนข้อไหน

เหล่าผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืน (CSO) ของบริษัทชั้นนำ ต่างเห็นไปในทางเดียวกันว่า ในระยะสั้น เรื่องความสามารถการแข่งขันของประเทศสำคัญมาก ดังนั้นพวกเขาให้ความสำคัญกับรายชื่อแคนดิเดต รัฐมนตรี (รมต.) กระทรวงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง แต่ละพรรคน่าจะมีรายชื่อ Big Name สายธุรกิจ มาแข่งกัน เพราะวิกฤติระยะสั้นที่เราจะเจอ มันยากเกินกว่าความสามารถของสายการเมืองที่จะบริหารได้

ส่วนระยะกลาง คงต้องดูเรื่องความมั่นคง อธิปไตย และบทบาทในการวางตำแหน่งภูมิรัฐศาสตร์ เช่นกัน แคนดิเดต กระทรวงที่เกี่ยวกับความมั่นคง และการต่างประเทศ สายนี้คงจะมีตัวเลือกที่โดดเด่นอยู่หลายท่าน

ในระยะยาว กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะต้องเร่งวางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนผ่านยุทธศาสตร์ การพัฒนาคน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีรัฐบาลใดใส่ใจ ให้ความสำคัญกับกระทรวงนี้เลย เป็นขุมทรัพย์นักการเมืองตามโควตา

เปลี่ยนกระทรวงศึกษา และ กระทรวง อว. ได้จะเปลี่ยนอนาคตของชาติได้ เราอยากเห็นพรรคต่าง ๆ เปิดตัวแคนดิเดต 2 กระทรวงนี้ ว่าของใครจะว้าว กว่ากัน ถ้าเราเห็นชื่อ เราจะรู้ทันทีว่าพรรคที่เราจะเลือกจะพาเราไปทางไหน

ในวงสนทนาของนัก CSR สายธุรกิจ ที่ทำงานช่วยกระทรวงศึกษาฯ และกระทรวง อว. มายาวนาน เห็นจุดอ่อน จุดแข็ง และอุปสรรคของการเปลี่ยนแปลง เขาประเมินว่า มีความเป็นไปได้4 ทาง

ทางที่1 รมต.ศึกษาฯ ที่มาจากสายการเมือง หรือสายราชการเกษียณ เรา คงเห็นอนาคตมืดมน คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นักการเมือง ทีมที่ปรึกษา และเหล่าข้าราชการคงจะเกาหลังกันไปมา เพื่อประสานผลประโยชน์ของทุกท่านให้ลงตัว จัดอีเวนต์เปิดงานต่าง ๆ เผางบประมาณตามที่จัดไว้ แบบนี้เราเห็นมาตลอด ท้อใจจนเลิกบ่นแล้ว

ทางที่2 รมต.ศึกษาฯ ที่มาจากสายเทคโนแครต เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางทฤษฎี มีความคิดใหม่ ๆ ที่มาจากนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ แต่เหล่าข้าราชการคงจะไม่ชอบนัก คงจะหากฎระเบียบ และข้อกฎหมายมาเป็นข้ออ้างว่าทำไม่ได้ ขัดขวางแนวความคิดของ รมต. ท่านจะทำงานอย่างโดดเดี่ยว และจะโดนฟ้องร้องเรียนหลายคดี ยิ่งจะเปลี่ยนแปลงมากเท่าใด ก็จะเกิดแรงต้านมากเท่านั้น เหมือนที่เราเคยเห็นอยู่ในบางยุค

ทางที่3 รมต.ศึกษาฯ ที่มาจากสายNGO สายประชาสังคม สายนี้เราก็ยังไม่เคยลอง คนที่มาจากสายนี้มักจะละเอียดอ่อนเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม ความสุข และจิตใจที่งดงาม พยายามต่อต้านวิธีคิดกระแสหลักที่ ใช้อำนาจกดทับจากบนลงล่าง เขาอยากกระจายอำนาจการจัดการแนวราบ เพื่อให้สถานศึกษาจัดการตัวเองได้ ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ต่อต้านกฎระเบียบที่ไร้เหตุผลที่สืบทอดกันมา รมต. สาย NGO นี้ก็คงต้องเจอกระแสการต่อต้านจากข้าราชการประจำที่ไม่อยากสูญเสียอำนาจ แนวคิดเรื่องเด็กเป็นศูนย์กลาง ความสุขของผู้เรียนรู้ และการกระจายอำนาจ ไม่เคยอยู่ในความคิดของระบบราชการเลย นอกจากอยู่ในเอกสาร จุดอ่อนของ รมต. สาย NGO นี้คือเรื่องความสามารถในการจัดการ การเงิน และชีวิตจริงของการแข่งขันของชาติ

ทางที่4 รมต.ศึกษาฯที่มาจากสายธุรกิจ ทางนี้คงจะเป็นไปได้ยากที่สุด แต่ก็น่าลอง เหล่านักธุรกิจสาย CSR ที่เคยช่วยงานกระทรวง จะเน้นเรื่องการจัดการ และผลลัพธ์ ผมจำได้ว่าใน ช่วงหนึ่งที่สภาการศึกษาได้เปิดโอกาสให้เหล่านักธุรกิจจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมมาร่วมเป็นกรรมการสภา ได้เริ่มคิดการบริหารการศึกษาด้วยวิธีแบบบริหารธุรกิจ เริ่มจากขอดูข้อมูลต่าง ๆ เอาเฉพาะที่สำคัญ เพื่อมาทำ Dashboard การจัดการ ปรากฏว่ากระทรวงศึกษาแทบไม่มีฐานข้อมูลที่สำคัญเลย และข้อมูลที่มี ก็ไม่ตรงกัน ไม่ทันสมัย ทั้งที่การเรียน การสอบ และกิจกรรมของเด็ก ๆ ผ่านระบบดิจิทัลแล้ว

เราสามารถได้ข้อมูลรายคนแบบ เรียลไทม์ และใช้ AI ช่วยวางแผนการเรียนรู้ และแผนที่อนาคตเชื่อมไปสู่ตลาดแรงงานได้เลย เช่น ถ้า 5 ปีข้างหน้าเราต้องการวิศวกร AI 50,000 คน เราควรรู้ว่าเด็ก ๆ ที่มีศักยภาพอยู่ที่ไหนบ้าง จะ ได้สนับสนุนให้ตรงจุด ไม่ใช่มั่วไปหมด ถ้าโรงพยาบาลท้องถิ่นต้องการหมอ 100 คน เด็กในจังหวัดต่าง ๆ ใครมีศักยภาพบ้าง ข้อมูลประเภทนี้สมัยนี้เรารู้ได้ถ้าฐานข้อมูลแม่นยำ ถ้าได้ รมต.จากสายธุรกิจ เราจะได้ประสิทธิภาพของการจัดการ การบริหารงบประมาณให้คุ้มค่า การอุดรอยรั่วของการทุจริต และเครือข่ายสีเทา ที่มี คดีค้างอยู่มากมาย ที่สำคัญคนสายนี้เขาเข้าใจเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต ที่ต้องปลูกฝังความยั่งยืน การดำเนินชีวิตแบบคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาคนอย่างก้าวกระโดด เรายังไม่เห็นตัวเลือกสายนี้เลย

ท่านผู้อ่านอยากได้ รมต.ศึกษาฯ ที่มาจากสายไหน ลองกระซิบพรรคที่ยังไม่ได้เปิดตัว ให้ไปคัด ตัวซีเคร็ต ออกมาโชว์กัน พรรคใดไม่มี หรือเปิดตัว รมต. ที่มาจากสายการเมืองสายราชการถือว่าความคิดล้าหลัง ขาดวิสัยทัศน์ และไม่สนใจการวางรากฐานของชาติ เราไม่อยากเห็นกระทรวงสำคัญนี้เป็นแค่โควตานักการเมืองอีกต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...