โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุปสุนทรพจน์ 'ทรัมป์' World Economic Forum ยันไม่ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าว สุนทรพจน์ในงาน World Economic Forum ณ เมืองดาวอส เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 นานกว่า 1 ชั่วโมง โดยกล่าวว่า "สหรัฐอเมริกาเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของโลก และเมื่ออเมริกาเจริญรุ่งเรือง โลกทั้งใบก็จะเจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเมื่ออเมริกาตกต่ำ โลกทั้งใบก็ตกต่ำตามไปด้วย เมื่อเราตกต่ำลง พวกคุณก็ตกต่ำตามเรา เมื่อเรารุ่งเรือง คุณก็รุ่งเรืองตามเรา"

ความสำเร็จว่า ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตนเองสามารถลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ รายเดือนลงได้ 77% โดยไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ

อีกทั้งสหรัฐฯ กำลังสร้างโรงงานเหล็กทั่วประเทศ และบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์กับคู่ค้าหลายชาติ ครอบคลุมกว่า 40% ของมูลค่าการค้าสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงข้อตกลงทางการค้ากับประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านน้ำมันและก๊าซ

โดนัลด์ ทรัมป์

ข้อตกลงเหล่านี้ได้เพิ่มความมั่งคั่ง และทำให้ตลาดหุ้นเฟื่องฟู ไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมในข้อตกลงเหล่านี้ด้วย

ส่วนเรื่องของกรีนแลนด์ ทรัมป์ ระบุว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีแค่แร่หายาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ ความมั่นคงแห่งชาติเชิงยุทธศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ และบอกว่าจะรีบเจรจาเพื่อเข้าซื้อกรีนแลนด์ในทันที

กรีนแลนด์เป็นดินแดนที่กว้างขวาง เกือบทั้งหมดไม่มีผู้อยู่อาศัยและยังไม่ได้รับการพัฒนา มันตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ระหว่างสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน

"มันไม่ได้สำคัญแค่เรื่องแร่ธาตุหรือแร่หายาก (Rare Earth) อย่างที่ทุกคนพูดถึงกัน แต่เหตุผลที่แท้จริงที่เราต้องการพื้นที่นี้ คือเพื่อความปลอดภัยของชาติและเสมือนเป็นเกราะป้องกันความมั่นคงระหว่างประเทศ"

เกาะที่กว้างขวางและยังไม่ได้รับการคุ้มครองแห่งนี้ จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกาเหนือ อยู่ทางพรมแดนตอนเหนือของซีกโลกตะวันตก มันคือดินแดนของเรา (That's our territory)

ดังนั้น มันจึงเป็นผลประโยชน์หลักด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และเป็นนโยบายของเรามานานนับร้อยปีที่จะป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามจากภายนอกเข้าสู่ซีกโลกของเรา ซึ่งเราทำได้สำเร็จและแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา

พร้อมยืนยันว่า ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้อย่างสมบูรณ์ เพราะเชื่อว่า ไม่มีชาติหรือกลุ่มประเทศใดที่จะสามารถรักษาความปลอดภัยของกรีนแลนด์ได้

นอกจากสหรัฐฯ มีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่สามารถปกป้องผืนดินขนาดมหึมานี้ ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้ พัฒนาและปรับปรุงมันให้เป็นประโยชน์ต่อยุโรป ปลอดภัยต่อยุโรป และเป็นประโยชน์ต่อเรา พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อเข้าซื้อทันที

ทรัมป์ กล่าวว่า สิ่งที่สหรัฐอเมริกาต้องการ กรีนแลนด์ สิ่งที่เราต้องการคือกรรมสิทธิ์และการเป็นเจ้าของ เพราะคุณจำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์เพื่อปกป้องมัน คุณไม่สามารถปกป้องมันได้ด้วยการเช่า และให้สัญญาว่า “จะไม่ใช้กำลังทางทหาร” เพื่อยึดครอง

“เราอาจจะไม่ได้อะไรเลย เว้นแต่ว่าผมจะตัดสินใจใช้ความแข็งกร้าวและกำลังอย่างมหาศาล ซึ่งบอกตามตรงนะว่าไม่มีใครหยุดเราได้หรอก แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้น" ทรัมป์กล่าว

ขณะเดียวกันทรัมป์ยังแขวะแคนาดาว่า “ไม่สำนึกบุญคุณ” (Ungrateful) โดยกล่าวถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เดนมาร์กพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีหลังสู้รบไปได้เพียง 6 ชั่วโมง ไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือกรีนแลนด์ ทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้าไปจัดการแทน และเราก็ทำสำเร็จ เราได้มันมาแล้ว แต่เราส่งคืนเดนมาร์กหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

พร้อมแสดงความเสียดายต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในตอนนั้นที่ยอมให้เดนมาร์กถือครองกรีนแลนด์เป็นดินแดนของตนต่อไป ตอนนั้นพวกเราช่างโง่สิ้นดีที่ทำแบบนั้น สหรัฐควรเก็บมันไว้ แต่เราก็ทำไปแล้ว เราคืนมันไปแล้ว

ทั้งยังตอบโต้สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ที่คัดค้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำแคนาดา ไม่ได้รู้สึกขอบคุณมากนัก แคนาดาได้รับของฟรีจากเรามากมายอยู่แล้ว พวกเขาควรจะรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ แต่กลับไม่จำเรื่องนี้ไว้ด้วยนะ มาร์ก ตอนที่คุณจะแถลงอะไรในครั้งหน้า

ผู้นำสหรัฐยังย้ำอีกครั้งว่า “อเมริกาที่แข็งแกร่งและปลอดภัยนั้น หมายถึงนาโตที่แข็งแกร่งด้วย”

นอกจากนี้ทรัมป์ยังได้ปฏิเสธคำกล่าวที่ว่าการครอบครองกรีนแลนด์จะเป็นภัยคุกคามนาโตด้วย โดยแย้งว่าไม่เป็นธรรม และบอกว่าสหรัฐให้สิ่งต่างๆ กับนาโตไปมาก แต่ได้รับกลับเพียงน้อยนิด

“คุณจะไม่มีนาโต ถ้าผมไม่ได้มีส่วนร่วม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...