33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (159)
บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (159)
เปิดศึก ‘นักการเมือง’
ระหว่างที่ผมกำลังทำคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ได้มีนายประเทือง นุสคง สจ.สงขลา เขต อ.สิงหนคร เดินทางขึ้นมาบนโรงพัก สิงหนคร และพบกับผม ซึ่งผมเคยเห็นและรู้จักนายประเทือง นุสคง มาก่อน นายประเทืองถือเป็น สจ.คนดังในพื้นที่ นอกจากนั้นผมยังรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นคนอื่นๆ ของ อ.สิงหนคร และศึกษาเรียนรู้พฤติกรรมนักการเมืองเหล่านี้
ผมเคยร่วมกับตำรวจหลายหน่วยไปตรวจค้นบ้านพักของนักการเมืองท้องถิ่น ในพื้นที่ของผม ผมต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า นักการเมืองบางคนมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก ทั้งปืนยาว และปืนสั้น อาวุธจำนวนมากเหล่านี้เหมือนเป็นคลังอาวุธหรือคลังแสงย่อมๆ เลยทีเดียว
และประหลาดใจที่เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้มากมายถึงเพียงนี้ เมื่ออยู่ในเคหสถาน เป็นพื้นที่ของนักการเมืองย่อมได้รับสิทธิตามกฎหมาย
แต่วันนี้นายประเทือง นุสคง พกปืนสั้นจนเอวตุง มาถึงที่ทำงานของผม และอยู่ต่อหน้าผม ผมจึงขอตรวจค้นทันที และผมทราบอยู่แล้วว่า ระดับ สจ.คงจะไม่พกปืนเถื่อนที่ไม่มีทะเบียน คงจะมีใบอนุญาตให้ครอบครอง
แต่ผมมั่นใจว่าไม่มีใบอนุญาตให้พกพาอย่างแน่นอน เมื่อนายประเทืองไม่สามารถแสดงการอนุญาตให้พกพาได้ จึงเป็นความผิดซึ่งหน้า ผมจึงยึดอาวุธปืนและดำเนินคดีในความผิดฐานพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตทันที แล้วนำตัวเข้าห้องขังของ สภ.อ.สิงหนคร
นายประเทือง นุสคง ไม่พอใจผมที่กล้าจับกุม จึงได้พูดปรามาสผมและพูดท้าทายผมให้ได้ยินไปทั่วโรงพักว่า “ถ้ารองปวีณจับเจ้แก้วติดคุกได้ ผมจะกราบตีนรองปวีณ”
เจ้แก้ว ก็คือนางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ต่อมา นางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ ถูกผมดำเนินคดีและศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ สั่งประหารชีวิตในความผิดฐานใช้จ้างวานฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี และอยู่ในเรือนจำนานถึง 7 ปี
ผมยังไม่เคยเห็นนักเลงตัวจริงคนไหนทำตามคำพูดที่เคยลั่นวาจาของลูกผู้ชายเอาไว้
เวลาต่อจากนั้น ข่าวที่ผมจับ สจ.เทือง ดังไปทั่วจังหวัดสงขลา จนไปเข้าหูของ พ.ต.ท.มานิตย์ รัตนาวิน รอง ผกก. (สส.) สภ.อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นนายตำรวจรุ่นพี่ของผมที่รู้จักสนิทสนมกับผม
และวันหนึ่งผมได้พบ พ.ต.ท.มานิตย์ที่ศาลจังหวัดสงขลา คำพูดที่ผมได้ยินจากปากนายตำรวจรุ่นพี่ พูดกับผมว่า “ไอ้วีณ มึงไปจับไอ้เทือง มึงไม่กลัวมันยิงหัวกบาลมึงเหรอ” แม้จะเป็นคำพูดที่พูดสัพยอก แต่มันเป็นประโยคที่ดังก้องอยู่ในหูผมตลอดเวลา
ผมเป็นตำรวจ มีหน้าที่จับผู้ร้าย เมื่อเจอผู้ร้ายจึงต้องจับไปตามหน้าที่ หากผมกลัวการจับผู้ร้าย ผมก็ไม่สมควรจะเป็นตำรวจ
วันที่ 21 สิงหาคม 2540
พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร จ.สงขลา ได้มอบหนังสือให้ผม จำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรก เป็นหนังสือถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2540 ฉบับที่ 2 ทำถึงหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสิงหนคร ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2540 และผู้ลงนามตอนท้ายหนังสือเป็นบุคคลคนเดียวกัน คือภรรยาของ ด.ต.ดุสิต รัตนมณี และข้อความในหนังสือทั้ง 2 ฉบับ เหมือนกัน
เหตุผลที่ทำหนังสือเพื่อขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี โดยได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเหตุผลที่คัดค้านการประกันตัวดังนี้
ตามที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว มีนางพรณี วรรณวงศ์ เป็นผู้ใช้จ้างวาน ปรากฏว่า กลุ่มที่จ้างวานเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมีมือปืนที่อยู่ในความดูแล และนางพรณีเป็นญาติกับนักการเมืองท้องถิ่นของสิงหนคร ได้แสดงพฤติกรรมข่มขู่ ภรรยาและญาติของ ด.ต.ดุสิต รัตนมณี เกิดความหวาดกลัวเสมอ หลัง ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ด้วยวิธีการคือ
1) ใช้ผู้หญิงโทรศัพท์มาหาภรรยาของ ด.ต.ดุสิตว่า “ให้ระวังตัวให้ดี” แล้ววางหู เหตุเกิดประมาณ วันที่ 25 มิถุนายน 2540 เวลากลางวัน
2) วันที่ 20 มิถุนายน 2540 เวลาประมาณ 23.00 น. หลานชายผู้ตาย ขับรถกระบะของผู้ตายกลับจากไปทำธุระ เมื่อมาถึงบริเวณบ้านพักของนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นน้องชายของผู้จ้างวาน ได้มีรถกระบะ 2 คัน ขับรถปาดหน้า โดยไม่ให้สัญญาณไฟ จึงทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง
3) หลานชายของผู้ตายได้มาช่วยดูแลคุมงานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ของผู้ตาย ปรากฏว่า มีรถกระบะสีเขียวอ่อน และรถมอเตอร์ไซค์ขับมาแสดงอำนาจ และข่มขู่ โดยการขับวนไปวนมา วันละหลายๆ รอบ รถติดฟิล์มทึบสีดำ ในขณะขับจะเร่งเครื่องยนต์ให้เกิดเสียงดัง คนงานก่อสร้างทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้โดยตลอด และทำบ่อยมาก
4) หลังจากที่มีการจับกุมผู้จ้างวานได้ พยานที่ไปชี้ตัวผู้ต้องหาจะถูกข่มขู่ทุกวัน โดยพรรคพวกของผู้ใช้จ้างวานขู่ว่า “ถ้าไม่อยากเดือดร้อนให้อยู่เฉยๆ” ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับพยานมาก
นางพรณี วรรณวงศ์ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลมาโดยตลอด และมีคดีใช้จ้างวานฆ่ามาหลายคดี และทราบว่าได้รับการประกันตัวในคดีที่ สภ.ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา ภรรยาผู้ตายและพยานมีความหวาดกลัวอยู่แล้ว และยังได้ข่มขู่พยานที่จะไปให้การต่อตำรวจ และอาจไปทำลายพยานหลักฐานจนเสียหายต่อคดี หากมีการยื่นขอประกันตัวนางพรณี วรรณวงศ์ กับพวก
จึงขอความกรุณาคัดค้านการให้ประกันตัวทุกคนด้วย
เป็นการถอดข้อความสำคัญบางส่วนของหนังสือนั้น
ผมได้นำหนังสือทั้ง 2 ฉบับมาประกอบสำนวนการสอบสวนและยังสำเนายื่นให้ศาลจังหวัดสงขลา ประกอบการพิจารณาอีกด้วย
คดีที่มีความผิดร้ายแรง เมื่อจับตัวคนร้ายได้ ตามปกติพนักงานสอบสวนจะต้องคัดค้านการประกันตัวเสมอ
กลางเดือนสิงหาคม 2540 สภ.อ.สิงหนคร มีความเคลื่อนไหวของนายตำรวจที่ได้เลื่อนยศและเลื่อนตำแหน่ง และย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร จึงได้ออกเป็นคำสั่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอสิงหนครที่ 327/2540 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2540 เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากมีข้าราชการตำรวจได้รับการแต่งตั้งมารับตำแหน่งใหม่ ฉะนั้นเพื่อให้การปกครองกวดขัน ควบคุม กำกับดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาจึงได้มอบหมายการปกครองบังคับบัญชา โดยให้ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาไปตามลำดับชั้น
ซึ่ง ร.ต.อ.คณิต รัตนมณี เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็น สวส.สภ.อ.สิงหนคร
ร.ต.ท.อภิชัย กรอบเพชร เลื่อนยศเป็น ร.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร
มีนายตำรวจย้ายมาดังนี้
1. ร.ต.อ.กองทัพ เสนาทิพย์ รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร
2. ร.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร
3. ร.ต.อ.เศียร พรหมมา รอง สวป.สภ.ต.สามบ่อ มาช่วยราชการ สภ.อ.สิงหนคร
4. ร.ต.อ.สุคิด พาหุมันโต เป็น หน.สภ.ต.ปากรอ อ.สิงหนคร
ส่วน ร.ต.อ.บัญชา อุ่นเสียม รอง สว.ธร.สภ.อ.สิงหนคร ย้ายออกไป
ณ เวลานั้น สภ.อ.สิงหนคร จึงมีนายตำรวจ 15 นาย ชั้นประทวน 82 นาย รวมทั้งสิ้น 97 นาย ผกก. 1 นาย, รอง ผกก. 2 นาย, สว. 3 นาย, รอง สวส. 4 นาย, รอง สวป. 5 นาย
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (159)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly