โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินเดียผลักดัน "BRICS เชื่อม CBDC" ท้าชนดอลลาร์ วาระร้อนประชุมสุดยอด 2569

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ขยับหมากสำคัญสะเทือนดอลลาร์! เตรียมเสนอรัฐบาลนิวเดลีผลักดันวาระร้อนกลางเวทีประชุมสุดยอดปี 2569 ที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพ ด้วยแผนการเชื่อมโยง “สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง” (CBDC) ระหว่างสมาชิกกลุ่ม BRICS หวังสร้างทางด่วนการชำระเงินข้ามพรมแดนและท่องเที่ยว ลดการพึ่งพาระบบรางการเงินดั้งเดิมของสหรัฐฯ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ประกาศกร้าวพร้อมเปิดศึกกำแพงภาษีใส่กลุ่มขั้วอำนาจใหม่ที่คิดแข็งข้อ

สมรภูมิการเงินโลกกำลังจะระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้เสนอแนะให้รัฐบาลนำข้อเสนอเรื่อง “การเชื่อมต่อระบบ CBDC” (CBDC Connectivity Proposal) บรรจุเป็นวาระหลักในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ปี 2569 ซึ่งหากนิวเดลีไฟเขียว นี่จะเป็นครั้งแรกที่แนวคิดนี้ถูกผลักดันอย่างเป็นทางการบนโต๊ะเจรจาระดับสูง เพื่อหาทางออกจากการผูกขาดของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

วาระแห่งปี 2569 ปูพรมแดงสู่ ‘การเงินโลกใหม่’

รายงานจาก Reuters ระบุว่า ข้อเสนอนี้เป็นการต่อยอดจากปฏิญญาริโอเดจาเนโรปี 2568 ที่สมาชิก BRICS ต่างเห็นพ้องต้องกันในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบการชำระเงิน (Interoperability) เพื่อให้การค้าขายและการท่องเที่ยวระหว่างกันลื่นไหล รวดเร็ว และประหยัดต้นทุน โดยไม่ต้องง้อตัวกลางอย่าง SWIFT หรือธนาคารในนิวยอร์ก

สำหรับตลาดคริปโตฯ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินกำลังกลายเป็น “ยุทธภูมิเชิงกลยุทธ์” โดยมี “เงินโทเคน” (Tokenized Money) เป็นแกนกลาง ไม่ว่าจะเป็น CBDC ของรัฐ หรือ Stablecoin ของเอกชน ที่กำลังแย่งชิงความได้เปรียบเรื่องความเร็ว ต้นทุน และอำนาจการควบคุม

ฝ่าดงกระสุน ‘ทรัมป์’ เดิมพันสูงบนความเสี่ยง

แผนการนี้เปรียบเสมือนการเล่นกับไฟ เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยประกาศกร้าวตราหน้ากลุ่ม BRICS ว่าเป็น “กลุ่มต่อต้านอเมริกา” (Anti-American) และขู่จะใช้มาตรการกำแพงภาษีถล่มสมาชิกกลุ่มนี้หากคิดจะเลิกใช้ดอลลาร์

ทำให้อินเดียต้องเดินเกมการทูตอย่างระมัดระวัง โดย RBI พยายามสื่อสารว่า การผลักดัน “รูปีดิจิทัล” (e-rupee) ให้เชื่อมต่อกับโลก ไม่ได้มีเจตนาจะโค่นล้มดอลลาร์ (De-dollarization) แต่เป็นเพียงการขยายขอบเขตการใช้งานเงินสกุลท้องถิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินเท่านั้น

ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง? กับดักทางเทคนิคและดุลการค้า

แม้แผนจะดูสวยหรู แต่ในทางปฏิบัติยังเต็มไปด้วยขวากหนาม

1.ยังไม่มีใครพร้อมจริง เนื่องจากสมาชิกหลักอย่าง บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย ,จีน และแอฟริกาใต้ ยังไม่มีใครเปิดใช้ CBDC แบบเต็มรูปแบบ (Fully Launched) ทุกประเทศยังอยู่ในช่วงทดลอง (Pilot) โดยอินเดียเองเพิ่งมีผู้ใช้งาน e-rupee ราว 7 ล้านราย

2.ปมดุลการค้า ที่ยังเป็นปัญหาคลาสสิกที่เคยทำลายข้อตกลงซื้อขายน้ำมันรัสเซีย-อินเดีย คือ “การเกินดุลที่ไม่สมดุล” (Trade Imbalances) รัสเซียขายน้ำมันให้อินเดียจนมีเงินรูปีล้นมือ แต่ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรต่อเพราะอินเดียส่งออกไปรัสเซียน้อย จนสุดท้ายต้องแก้เกมนําเงินไปซื้อพันธบัตรท้องถิ่นแทน

3.มาตรฐานกลางในการกำหนดการเชื่อมระบบของแต่ละชาติเข้าด้วยกัน ต้องอาศัยมาตรฐานทางเทคนิคและกฎเกณฑ์การกำกับดูแลที่ยอมรับร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องยากในกลุ่มที่มีความหลากหลายสูง

เปิดศึก ‘Stablecoin’ รัฐขอทวงคืนศรัทธา

นอกจากมิติระหว่างประเทศแล้ว RBI ยังใช้โอกาสนี้ประกาศสงครามกับ Stablecoin ภาคเอกชนโดยย้ำจุดยืนว่าการเติบโตของ Stablecoin อาจบั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นในเงินตรา รัฐจึงต้องเร่งส่ง CBDC ออกมาเป็น “ทางเลือกที่ถูกกฎหมายและปลอดภัยกว่า” เพื่อกันซีนไม่ให้เอกชนเข้ามายึดครองระบบการเงินของประเทศ

การเป็นเจ้าภาพ BRICS ในปี 2569 ของอินเดีย จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะสามารถสร้าง “ทางรถไฟสายการเงิน” ของตัวเองได้สำเร็จหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงเสือกระดาษที่ยังคงต้องพึ่งพาใบบุญของดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อไป ท่ามกลางสายตาจับจ้องของพญาอินทรีที่พร้อมจะโต้กลับทุกเมื่อ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...