โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ฮ่องกง” ชูนวัตกรรม-AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ คาดหนุน GDP โต 3.5%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 08.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.)นายพอล ชาน เลขาธิการสำนักงานการคลังประจำรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน ได้แถลงงบประมาณประจำปี 2026-2027 โดยระบุว่า ฮ่องกงเตรียมต่อยอดแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ด้วยการมุ่งเน้นบ่มเพาะนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ทั้งนี้ บัญชีงบดำเนินงานของฮ่องกงได้กลับมาเกินดุลในงบประมาณปี 2025-2026 ซึ่งเป็นผลพวงจากรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนที่กลับมาคึกคัก

นายชาน ระบุว่า สถานะการคลังสาธารณะโดยรวมของฮ่องกงปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับโครงการรัดเข็มขัดทางการคลังที่ช่วยเติมเต็มเงินคงคลัง นอกจากนี้ ในปี 2026 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ของจีน ฮ่องกงจะเดินหน้าบูรณาการและสนับสนุนการพัฒนาระดับชาติโดยรวม ผ่านการส่งเสริมพลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ และสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการในการสำรวจตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจ รัฐบาลคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของฮ่องกงในปี 2026 จะขยายตัวในกรอบร้อยละ 2.5-3.5 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.7 และ 1.8 ตามลำดับ ส่วนแนวโน้มระยะกลางในช่วงปี 2027-2030 ประเมินว่าเศรษฐกิจฮ่องกงจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปีในเชิงมูลค่าที่แท้จริง โดยมีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยร้อยละ 2 ต่อปี

รายงานงบประมาณฉบับล่าสุดยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้น้ำหนักไปที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งฮ่องกงจะส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ได้จริง โดยนายชานเตรียมจัดตั้งและนั่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ AI+ และการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดทิศทางและสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการนำ AI เข้ามาพลิกโฉมการพัฒนาอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน บริษัทสถาบันวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ฮ่องกงจะเริ่มดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) ของปี 2026 เพื่อต่อยอดการพัฒนา AI+ และนำผลลัพธ์ด้านการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ กลุ่มศูนย์ข้อมูลในเขตซาหลิ่ง ซึ่งมีพื้นที่อาคารใช้สอยรวม 2.5 แสนตารางเมตร จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลโดยรวมของฮ่องกง โดยเตรียมประกาศผลการประมูลพื้นที่ดังกล่าวในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ฮ่องกงได้จัดสรรทรัพยากรสำหรับการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตระดับชาติแห่งแรกนอกแผ่นดินใหญ่ของจีนในฮ่องกง ตลอดจนผลักดันการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ นิคมฮ่องกงในเขตความร่วมมือนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหอเท่า และโครงการซานทิน เทคโนโพล (San Tin Technopole) ซึ่งเป็นเขตนวัตกรรมและเทคโนโลยีขนาดใหญ่

ในมิติของตลาดการเงิน นายชานระบุว่า ฮ่องกงจะเดินหน้าผลักดันการใช้งานเงินหยวนในระดับสากลและปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายภายในปีนี้เพื่อปรับปรุงระบบภาษีสำหรับสำนักงานธุรกิจครอบครัวและกองทุนต่างๆ รวมถึงจัดตั้งระบบการออกใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการซื้อขายและรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้านมาตรการช่วยเหลือสังคม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1.58 หมื่นล้านบาท) เพื่อเยียวยาผู้อยู่อาศัยในโครงการที่พักอาศัยหงฝูย่วน หรือ หวั่งฟุกคอร์ต ในเขตต้าผู่ ซึ่งห้องพักได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวสอดคล้องกับแผนจัดหาที่อยู่อาศัยระยะยาวที่รัฐบาลได้ประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รายงานงบประมาณประเมินว่า บัญชีงบดำเนินงานของฮ่องกงจะรักษาสถานะเกินดุลได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2026-2027 ถึง 2030-2031 แม้บัญชีงบลงทุนจะเผชิญการขาดดุลรายปีจากค่าใช้จ่ายในโครงการลงทุนและก่อสร้างขนาดใหญ่ก็ตาม โดยรัฐบาลจะเพิ่มการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต โดยคาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าว เงินสำรองทางการคลังของฮ่องกงจะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.78 ล้านล้านบาท)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...