โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอกนิติ’ยันเข้มถอนเงินสดผิดปกติ!เป็นแนวทางปราบทุนเทา

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 มกราคม 2569 เวลา 23.15 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เอกนิติ’ แจงปม ‘แบงก์ชาติ’ ถือไม้เรียวตรวจแถวเข้มถอนเงินสดผิดปกติ ชี้เป็นส่วนหนึ่งของ Connect the Dots ปราบทุนเทา ระบุมีการประสานงานใกล้ชิดมาตลอด ยันหากพบธุรกรรมผิดปกติต้องเข้าไปตรวจสอบเร่งด่วนทั้งหมด

29 ม.ค. 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ได้มีการตรวจพบและอยู่ระหว่างการตรวจสอบธุรกรรมการเบิกถอนเงินสดที่น่าสงสัย 2 กรณี โดยกรณีแรกมีการเบิกเงินสดสูงถึง 250 ล้านบาท และอีกกรณีมีการเบิกเงินสด 200 ล้านบาท จาก 2 ธนาคาร แห่งละ 100 ล้านบาท และบางรายพบว่ามีการเบิกเงินสดที่เป็นธนบัตรชนิดราคา 500 บาท โดยหากตรวจพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ ธปท. จะดำเนินการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ก็จะเร่งส่งข้อมูลให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบต่อไป ว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Connect the Dots)

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประสานความร่วมมือ และข้อมูลกับทาง ธปท. อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นกับพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ต้องสงสัย โดยเฉพาะเรื่องการเบิกเงินสดเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความผิดปกติ และ ธปท. ได้เร่งดำเนินการเข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

“เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการปราบปรามเงินทุน/ทุนเทา ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ ธปท. ที่ได้มีการหารือเรื่องนี้กับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งหลักการที่ใช้พิจารณา คือ เราจะดูพฤติกรรม หรือธุรกรรมที่น่าสงสัย หรือผิดปกติ เช่น การเบิกเงินสดจำนวนมาก ๆ แบบนี้ ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ไม่เป็นปกตินัก เมื่อ ธปท. พบ ก็ได้เข้าไปเร่งหาวิธีดำนเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นทันที” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุถึงกรณีที่ ธปท. ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้มีการเบิกเงินแบบผิดปกติ ว่า เป็นหน้าที่ผู้ว่า ธปท.และสถาบันการเงินทุกแห่ง ถ้ามีธุรกรรมทางการเงินที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ก็มีหน้าที่ต้องรายงาน ธปท. ส่วนการดำเนินการตามภารกิจปกติทั่วไป เป็นหน้าที่ของผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งตนก็ดูข่าวท่านก็ทำถูกต้องทุกอย่างอยู่แล้ว ท่านก็บอกว่าถ้ามีอย่างนี้ก็จะแจ้งไปยัง ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ครบถ้วนกระบวนความ

"การชี้แจงอย่างนี้ก็ดี แสดงว่าผู้ว่าแบงก์ชาติเอาจริง ฉะนั้นธุรกรรมเหล่านี้แบงก์ทุกสาขาตอนนี้ ถ้าใครมาเบิกแบงค์ 100 แบงค์ 500 คราวนี้ไม่ต้องให้เบิกและต้องรายงานอย่างเข้มงวด ซึ่งมันก็ดีใช่หรือไม่ เป็นสิ่งที่ดีทำให้การเมืองสามารถมีความโปร่งใสเพิ่มมากขึ้น ส่วนถามว่ามีโอกาสจะขอข้อมูลจากผู้ว่าแบงก์ชาติเรื่องการเบิกเงินไปใช้ในเส้นทางที่ผิดกฎหมายหรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ กกต. นายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยว นายกฯ ถือเป็นคู่แข่งคนหนึ่ง ฉะนั้นถ้าผมลงไปเกี่ยวข้องหรือทำอะไร จะถูกหาว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่เกิดความเป็นธรรม ผมถึงบอกทำได้เต็มที่ คือ โทรไปหา รมว.การคลัง และชื่นชมผู้ว่าแบงก์ชาติที่ได้ออกมาเอาจริงเอาจังกับเรื่องของธุรกรรมทางการเงินในช่วงเลือกตั้งนี้” นายอนุทิน ระบุ

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า หลังจากนี้อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท. จะแก้กฎหมายหรือเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินจำนวนที่เหมาะสม เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท (อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลข) ธนาคารจะต้องเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกว่า นำเงินดังกล่าวไปใช้ทำอะไร โดยหากพบข้อมูลต้องสงสัยก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อทันที ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าเป็นการเบิกเงินเพื่อทำธุรกิจตามปกติ หรือธุรกรรมส่วนบุคคล เช่น เป็นสินสอด สถาบันการเงินก็จะอำนวยความสะดวกให้ตามปกติ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...