โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'สุรเดช' เผย ประชาชน ตื่นตัวเลือกตั้งล่วงหน้า หวังรัฐบาลบริหารงานต่อเนื่อง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

1 ก.พ. นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและอดีตสว.และสส.จากการเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าว่า วันนี้ ตนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแถวถนนสุขุมวิท ซึ่งบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนคนไทยตื่นตัวมากขึ้น ในการที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า ประชาชนออกไปใช้สิทธิจำนวนมาก สะท้อนถึงความตั้งใจที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ นาย สุรเดช กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาทำงานแบบยาวนานหน่อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานในระยะเวลาที่สั้นมาก ซึ่งการเมืองจะมีผลต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือคนทำงานทั่วไป

ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนอยากได้จากพรรคการเมืองก็คือนโยบายที่ยั่งยืน จับต้องได้ และยาวนานหน่อย ไม่ใช่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา พอเปลี่ยนขั้ว ก็เปลี่ยนนโยบาย ตนจึงคิดว่าประชาชนคาดหวังอยากให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ได้อยู่ยาวและมีเสถียรภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าพรรคใหญ่อาจจะได้เปรียบพรรคเล็ก แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคด้วยว่าเป็นนโยบายที่จับต้องได้หรือไม่ และเป็นนโยบายที่จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ ดังนั้นใครที่มาเป็นรัฐบาลก็จะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการผิดสัญญากับประชาชน

นายสุรเดช กล่าวว่าขณะนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้มข้น และต้องจับคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษให้ได้ โดยเฉพาะพวกที่ซื้อสิทธิขายเสียงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย ต้องลงโทษทั้งคู่ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา รู้สึกว่ากกต.ไม่สามารถจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียงได้เลย ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ ผู้สื่อข่าวถามว่าดังนั้นครั้งนี้จึงน่าจะเป็นความท้าทายการทำหน้าที่ของกกต.ในการที่จะจับคนที่ซื้อสิทธิ ขายเสียงให้ได้ หรือต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้งหนึ่งหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนเองก็คาดหวังเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่ตนเป็นสว.และสส.อยู่ในสภามา 10 กว่าปี ตอนเป็นสว. ก็แต่งตั้งองค์กรอิสระหลายองค์กร และเราก็ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระด้วยความเข้มข้น เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ถ้าเราได้คนที่เก่ง ที่ดี มีอุดมการณ์เข้ามาในสภาเยอะๆ ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ผู้แทนของประชาชนก็จะเป็นผู้แทนที่แท้จริงที่จะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะคนเหล่านี้จะต้องเสียสละตัวเองพอสมควร และต้องมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์และทุ่มเทให้กับประชาชน แต่ถ้าเราได้คนที่ทุจริตคอรัปชั่น ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะเข้ามาถอนทุนคืน ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรชาติบ้านเมืองและประชาชนเลย
แถมยังผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นจึงอยากสื่อไปถึงประชาชนทุกคนว่า ‘ขอเถอะ อย่าไปรับเงินคนเหล่านี้เลย ถ้ารับก็อย่าไปลงคะแนนให้เขา ซึ่งไม่ผิดอะไร เพราะถือว่าเขาให้ด้วยความเสน่หา แต่ถ้ารับเงินเขาแล้วไปลงคะแนนให้เขา แล้วถูกจับได้ ตรงนี้จะมีความผิดแน่นอน

ดังนั้นจึงอยากบอกประชาชนว่าขอให้ตื่นตัว และทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี ใครให้เงินอย่าไปเลือก ขอให้เลือกคนที่ไม่ให้เงิน เลือกคนที่มาหาเสียงด้วยความสุจริตและด้วยความตั้งใจจริง ตนอยากให้สนับสนุนคนเหล่านั้น

"ส่วนตัวคิดว่า กกต.เป็นกลไกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง หรือรุ่งริ่ง ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือเรื่องของ
สแกมเมอร์ ซึ่งการซื้อสิทธิ ขายเสียง อาจมีสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจเข้ามาเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมือง มาอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ ทำให้เงินสะพัดลงไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้ ไปรับเงินเขา แล้วตัดสินใจเลือกพรรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้บ้านเมืองจบเห่แน่นอน เพราะพวกสแกมเมอร์เหล่านี้ถูกรัฐบาลที่ผ่านมากดดันอย่างหนัก และต้องตอบโต้เราแน่นอน ด้วยการเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย"

นายสุรเดช กล่าวว่าในส่วนของ กกต. ก็คงจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยเฉพาะล่าสุดที่มีข่าวว่ามีการไปเบิกเงินสดจากธนาคารนับ 100 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงนี้กกต.ยิ่งต้องเคลื่อนไหวเพราะไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะโดนข้อหา
ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะประชาชนสามารถเข้าชื่อร้องเรียนได้ อย่าคิดว่าเป็นองค์กรอิสระแล้วจะทำอะไรตามอิสระของตัวเองได้ จะคิดอย่างนั้นไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวอยากแนะนำประชาชนให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และให้เต็มที่ ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แม้แต่กกต.เองก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ดูแลการเลือกตั้งให้ดีที่สุด แต่หากมันจะมีอุบัติเหตุที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกินความคาดหมาย ก็ต้องถือว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือกกต.แต่ตอนนี้อย่าพึ่งไปตื่นตระหนกหรือไปทึกทักว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปคาดการณ์ได้หรือคาดเดาได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แม้ว่าเราไม่อยากให้เกิดก็ตาม แต่ส่วนตัวคิดว่ามาถึงขนาดนี้แนวโน้มไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร น่าจะสามารถเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ กกต. ควรให้ความสำคัญกับ 7 จังหวัดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มากเป็นพิเศษ โดยกกต.กลางจะต้องสั่งการหรือกำชับกกต.จังหวัดเหล่านั้นให้เข้มงวดในพื้นที่ โดยไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจก่อน และถ้าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นจริง ก็ค่อยมาพิจารณากันอีกที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...