โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แพทย์เตือน! สิ่งนี้ทำลายตับยิ่งกว่าเนื้อติดมัน ดื่มแก้วเดียวเสี่ยง "ไขมันพอกตับ" ไม่รู้ตัว

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หมอเตือน ฆาตกรเงียบบนโต๊ะอาหาร ทำร้ายตับหนักยิ่งกว่าเนื้อติดมัน ดื่มปุ๊บสะสมไขมันปั๊บ

หมอเตือน ฆาตกรเงียบบนโต๊ะอาหาร ทำร้ายตับหนักยิ่งกว่าเนื้อติดมัน ดื่มปุ๊บสะสมไขมันปั๊บ

หลังเทศกาลเฉลิมฉลอง หลายคนมักคิดว่าแค่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็เพียงพอที่จะดูแลตับแล้ว แต่ผลตรวจสุขภาพกลับทำให้ต้องตกใจเมื่อพบภาวะ ไขมันพอกตับ นพ.หยาง จื้อจวิน ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือดได้ออกมาเตือนว่า แท้จริงแล้วตัวการสำคัญที่ทำลายตับไม่ใช่เนื้อติดมัน แต่เป็น "น้ำตาล" จากเครื่องดื่มโปรดของเราต่างหาก

ฟรุกโตส: ฆาตกรเงียบ บนโต๊ะอาหาร

หลายคนมีพฤติกรรมชอบดื่มชานมไข่มุก น้ำผลไม้ หรือทานผลไม้รสหวานจัดหลังมื้ออาหารเพราะคิดว่าช่วยล้างปาก แพทย์เตือนว่าอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลฟรุกโตสเหล่านี้ จะถูกส่งไปเผาผลาญที่ตับเกือบทั้งหมด หากสะสมเป็นเวลานานจะก่อให้เกิด ไขมันพอกตับ ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเครื่องดื่มแบบหวานปกติเพียง 1 แก้ว ก็สามารถทำให้ตับทำงานหนักจนเกินขีดจำกัด และเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไขมันสะสมทันที

อันตรายของภาวะไขมันพอกตับ สู่โรคตับแข็ง

เมื่อไขมันเข้าไปสะสมอยู่ในตับแล้ว การลดแคลอรีหรือการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดออกได้ง่ายเหมือนไขมันใต้ผิวหนัง หากปล่อยปละละเลย ภาวะ ไขมันพอกตับ อาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดในตับ และนำไปสู่โรคตับแข็งในที่สุด ซึ่งหากตับแข็งแล้วจะไม่สามารถรักษาให้ตับกลับมาทำงานเป็นปกติได้อีก

iStockphoto

3 วิธีง่ายๆ ช่วยลดภาระให้ตับ

เพื่อป้องกันความเสี่ยงและฟื้นฟูสุขภาพ แพทย์ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ 3 ข้อในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้:

  • งดเครื่องดื่มรสหวาน: เปลี่ยนจากน้ำผลไม้ น้ำอัดลม และชานมไข่มุก มาเป็นชาไร้น้ำตาลหรือน้ำเปล่า ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
  • ปรับลำดับการกิน: เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยโปรตีน (ปลา ไก่ ถั่ว) และผักสด ก่อนที่จะทานคาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น ข้าวผัด หรือขนมหวาน
  • ขยับร่างกายหลังกินอิ่ม: หลีกเลี่ยงการนั่งดูซีรีส์หรือนั่งนิ่งๆ ทันทีหลังมื้ออาหาร แนะนำให้ชวนครอบครัวไปเดินเล่นเบาๆ ประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น

สรุปแนวทางการป้องกันไขมันพอกตับ

การปรับพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะการลดปริมาณน้ำตาลจากเครื่องดื่ม ถือเป็นเกราะป้องกัน ไขมันพอกตับ ที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพตับที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

  • ETtoday
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...