โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โบว์ ณัฏฐา มั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นโมฆะ บอก ‘กกต.’ ได้บทเรียน จัดเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้น

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.00 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 ก.พ.2569-น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และอดีตนักกิจกรรมทางการเมืองโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในบรรดากูรูที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งนั้น มีหนึ่งท่านที่หายไปและใครๆก็คิดถึง นั่นก็คือ มีชัย ฤชุพันธุ์ หรือคนที่มีส่วนสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญ60 เพราะอยากรู้ว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเรื่องการออกเสียงลงคะแนนโดยลับนั้นคืออะไร วันนี้อ่านเจอว่า ส.ว.บัส Tewarit Bus Maneechai ไปค้นมาให้แล้ว จึงขอยกส่วนคำอธิบายมาให้อ่านกัน

“เมื่อพิจารณาจาก ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ในหนังสือ ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ หน้า 141 https://www.senate.go.th/…/article_20191021103453.pdf] ซึ่งขยายความคำว่า “การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” นั้นว่า "จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด" จะเห็นว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ ไม่อาจทราบ แต่ยังรวมถึง "ไม่อาจตรวจสอบได้" เพื่อคุ้มครองผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง”

คำอธิบายนี้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ไทยร่วมเป็นภาคีมาตั้งแต่ปี 2539 ที่ได้บัญญัติรับรองหลักการ Secret Ballot หรือการลงคะแนนลับ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้เคยตีความไว้ว่า “ต้องป้องกันการเปิดเผยว่าบุคคลใดลงคะแนนให้ใคร และต้องไม่อนุญาตให้มีระบบที่ทำให้สามารถติดตามคะแนนย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้” ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ทราบกันดี คือเพื่อป้องกันการจ่ายเงินซื้อเสียงหลังการเลือกตั้ง การข่มขู่หรือแก้แค้นภายหลัง รวมถึงการควบคุมการลงคะแนนของกลุ่มอำนาจ ซึ่งล้วนจะทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยเจตจำนงเสรีของผู้ใช้สิทธิ

สำหรับคนที่ยึดมั่นในหลักการนี้ ข้ออ้างใดๆในการสร้างระบบที่จะมาลดทอนหลักประกันของเสรีภาพในการเลือกตั้งนี้จึงฟังไม่ขึ้น นั่นคือเหตุผลที่แม้จะมีบางประเทศพยายามสร้างระบบที่รัดกุมกว่าไทยมากๆมาใช้เพื่อการตรวจสอบ แต่ตามที่อ.ปริญญา Prinya Thaewanarumitkul ให้ข้อมูลไว้ หลายประเทศก็เลิกใช้ไปเพราะการให้น้ำหนักกับหลักการ Secret Ballot เหนือเหตุผลเหล่านั้น แล้วเลือกใช้วิธีอื่นแทนแบบประเทศส่วนใหญ่ในโลกและแบบที่ประเทศไทยเองก็ใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา รวมถึงการประชามติในครั้งนี้ (แม้ในการเลือกตั้ง 66 ที่ชอบอ้างว่ามีคิวอาร์โค้ดกัน อดีต กกต.สมชัย ศรีสุทธิยากร ก็เพิ่งให้ข้อมูลว่า เชื่อมโยงไปแค่ล็อตการจัดส่งเพื่อตรวจสอบว่าบัตรนี้ส่งไปไหน ไม่ได้เชื่อมถึงต้นขั้วแต่ละใบแบบของปี 69)

ดังนั้น ในเชิงหลักการ หากยึดหลัก Secret Ballot โดยเคร่งครัด ก็ไม่ควรไปสร้างระบบที่จะขัดกับหลักการนี้ในทุกกรณี หรือ หากจะยึดประโยชน์ในการตรวจสอบแล้วยอมลดทอนหลักการนั้นเหมือนบางประเทศที่อ้างถึง ก็ควรพิจารณาบริบทประเทศไทยเสียหน่อย ว่ามีทั้งประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และอัตราการใช้อิทธิพลรวมถึงการคอรัปชันในระบบราชการ ใกล้เคียงกับสองสามประเทศที่ยกขึ้นมาเทียบหรือไม่

ไม่ว่าจะอย่างไร ข้อถกเถียงเหล่านี้มีประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะเป็นการตอกย้ำว่าสิทธิในการเลือกตั้งสำคัญเพียงใดกับประเทศประชาธิปไตย

ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ทุกฝ่ายไม่ต้องไปกังวลหรือคาดหวังให้วุ่นวายใจ อย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่การจัดการเลือกตั้งในอนาคตจะดีขึ้นแน่ เพราะ กกต.น่าจะได้บทเรียนแล้ว เป็นหนึ่งในบทเรียนที่ อ.บวรศักดิ์ สรุปไว้ว่า “วันนี้เมื่อคนไม่ไว้ใจ QR Code บาร์โค้ดต้องหาวิธีใหม่ที่จะพิสูจน์บัตรปลอมโดยระบุตัวไม่ได้มาใช้แทน จะพิมพ์ลายน้ำหรือมีเทคนิคอะไรก็ต้องคิดกัน จะต้องใช้เงินมากขึ้นอีกเท่าไหร่ก็อาจต้องยอม”

เห็นด้วยค่ะ และไม่ต้องกังวลว่าจะใช้เงินมากขึ้นหรือไม่ ในทางปฏิบัติก็แค่กลับไปใช้ระบบปกติแบบที่เคยทำมา และแบบที่ทำกับบัตรประชามติในครั้งนี้ หรือในอนาคตจะมีวิธีอื่นที่ประหยัดกว่าหรือมีประสิทธิภาพกว่าก็ทำไป

ไม่มีอะไรในกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่ควรถูกตีค่าเหนืออำนาจอธิปไตยของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...