ทนายอนันต์ชัย ร้อง “บิ๊กเต่า” ฟันผิดครูบาชัยวัฒน์-จนท.รัฐ ปมบุกรุกป่า ส.ป.ก.
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องเรียนกล่าวโทษ พระชัยวัฒน์ หรือ คณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในกรณีการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมชนะใจ หรือ "วัดป่าชนะใจ" การแผ้วถางและก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงถือเป็นการบุกรุกทรัพยากรของชาติ
นายอนันต์ชัย ระบุว่า นอกจากตัวครูบาและผู้รับเหมาแล้ว ยังพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีหน่วยงานรัฐหลายส่วนเข้าข่ายสนับสนุนการกระทำผิด อาทิ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ที่ลงนามโอนสิทธิที่ดินให้นอมินีของสำนักสงฆ์, เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อนุญาตให้ปักเสาไฟรุกล้ำพื้นที่ รวมถึงตั้งข้อสงสัยไปยังฝ่ายปกครองท้องถิ่น ตั้งแต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนถึง อบต. ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ พร้อมตอบโต้กลุ่มลูกศิษย์ที่อ้างว่าทำถูกต้องว่า ตามกฎหมายห้ามบุกรุกป่าทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนหรือพื้นที่ ส.ป.ก. เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ซึ่งขณะนี้สำนักสงฆ์ดังกล่าวยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย และขอเตือนให้ผู้ที่อาศัยอยู่เร่งออกจากพื้นที่เพราะกำลังทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ทนายอนันต์ชัย ยังเปิดเผยข้อมูลด้านพระธรรมวินัยว่า ครูบาชัยวัฒน์เพิ่งบวชได้เพียง 2 พรรษา ยังไม่ถือว่าเป็น "พระนวกะ" (ที่ต้องบวชอย่างน้อย 5 พรรษาและจบหลักสูตร) จึงยังไม่มีสิทธิออกมาเผยแผ่คำสอนที่อาจสร้างความคลาดเคลื่อน และขณะนี้ตนได้ยื่นเรื่องต่อเจ้าคณะจังหวัดเลย เพื่อให้สอบอธิกรณ์ครูบาชัยวัฒน์แล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการสนับสนุนให้ตัดไม้ทำลายป่าในเขตราชการ เข้าข่ายอาบัติปาราชิกฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือต้องพ้นจากความเป็นพระ
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ บก.ปทส. เร่งตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยย้ำว่าแม้ครูบาจะมีเจตนาอนุรักษ์ป่า แต่บ้านเมืองมีขื่อมีแป จะอ้างความดีมาละเมิดกฎหมายไม่ได้ การตัดต้นกระถินในเขตหวงห้ามก็ถือเป็นการทำลายป่าไม้เช่นกัน เตรียมเสนอผู้บังคับบัญชาตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อดำเนินคดีใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1. การบุกรุกป่าที่ดิน ส.ป.ก. และ 2. ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังพบพฤติกรรม Live สดชักชวนสาวกมาสร้างบ้านในพื้นที่ จนมีผู้เสียหายถูกหลอกแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ราย
"ผมเสียดายเจตนาดีของท่าน แต่นักบวชควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ภาพถ่ายโดรนมุมสูงมัดตัวชัดเจนว่ามีการรุกป่าจริง ยืนยันว่าตำรวจทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่ได้รังแกพระตามที่สาวกกล่าวอ้าง หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเกี่ยวข้องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะดำเนินคดีทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย