กรมควบคุมโรคยืนยัน ไทยยังไม่พบผู้ป่วย “นิปาห์ไวรัส”
วันนี้ (23 ม.ค.2569) พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ว่า ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ไม่ใช่เชื้ออุบัติใหม่ และมีรายงานการเกิดโรคในบางประเทศมาอย่างต่อเนื่องในอดีต โดยประเทศไทยยังไม่เคยพบผู้ป่วยนิปาห์ไวรัสในคน แต่มีระบบเฝ้าระวังมาเป็นเวลานานแล้ว
พญ.จุไร ระบุว่า การเฝ้าระวังนิปาห์ไวรัสของประเทศไทยดำเนินการตามแนวคิด One Health ซึ่งบูรณาการทั้งด้านสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม ในส่วนของคน นิปาห์ไวรัสถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตราย มีการเฝ้าระวังผ่านระบบโรคไข้สมองอักเสบมาโดยตลอด ขณะที่ภาคสัตว์มีหลายหน่วยงานร่วมดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นกรมปศุสัตว์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงกรมป่าไม้
แหล่งรังโรคหลักของนิปาห์ไวรัส คือ ค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งในประเทศไทยมีการเฝ้าระวังเชื้อในค้างคาวอย่างต่อเนื่อง แต่ ยังไม่พบการแพร่เชื้อจากค้างคาวสู่คน หรือจากสัตว์สู่คน เช่น หมู หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์ในต่างประเทศ มีรายงานการระบาดของนิปาห์ไวรัสในบางประเทศ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ รวมถึงในอดีตเคยพบในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยกรณีล่าสุดในประเทศอินเดีย การระบาดยังจำกัดอยู่ในบางพื้นที่ และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็น บุคลากรทางการแพทย์ ที่ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันอย่างเพียงพอ
โฆษกกรมควบคุมโรคอธิบายว่า การแพร่เชื้อนิปาห์ไวรัสจากคนสู่คน ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดมาก เช่น การดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล ผ่านสิ่งคัดหลั่งหรือละอองฝอย ขณะที่การติดเชื้อจากสัตว์สู่คน มักเกิดจากการบริโภคอาหารหรือผลไม้ที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระของค้างคาวที่มีเชื้อ
อาการของผู้ป่วยนิปาห์ไวรัสมีความรุนแรง แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป โดยเริ่มจากมีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ก่อนพัฒนาเป็นอาการทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ ซึม สับสน หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจและปอดอักเสบร่วมด้วย อัตราการเสียชีวิตของโรคนี้สูงถึง ร้อยละ 50–70 และปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาเฉพาะหรือวัคซีนป้องกัน
พญ.จุไร ระบุเพิ่มเติมว่า ระยะฟักตัวของโรคประมาณ 2 สัปดาห์ และแม้โรคจะมีความรุนแรงสูง แต่ยังไม่สามารถแพร่ระบาดในวงกว้างได้เหมือนโควิด-19 เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการหนัก ไม่สามารถเดินทางหรือแพร่เชื้อข้ามพื้นที่ได้ง่าย การระบาดจึงมักพบเป็นจุด ๆ และยุติลงในเวลาไม่นาน
ในส่วนของมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ตั้งจุดคัดกรองเฉพาะผู้เดินทางจากอินเดีย เนื่องจากการระบาดยังจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่ และผู้ป่วยมักมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถเดินทางได้ อย่างไรก็ตาม สนามบินยังคงมีระบบคัดกรองผู้ที่มีอาการป่วยตามปกติ หากพบผู้มีอาการรุนแรงจะเข้าสู่กระบวนการดูแลทันที
กรมควบคุมโรคขอประชาชน ไม่ตื่นตระหนก แต่ให้ตระหนักถึงโรค โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย และบริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค โดยกองระบาดวิทยา ยังคงติดตามสถานการณ์นิปาห์ไวรัสในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด หากพบการระบาดในวงกว้าง จะมีการรายงานเข้าสู่ระบบองค์การอนามัยโลก และแจ้งเตือนประชาชนทันที
"ไวรัสนิปาห์" ระบาด "กรมควบคุมโรค" ประกาศเตือน
รู้จัก "ไวรัสนิปาห์" ระบาดอินเดีย ยืนยันผู้ป่วย 5 คนในเวสต์เบงกอล สั่งกักตัวอีกเกือบร้อย