โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชินชาแล้วการเมือง เสียงสะท้อนคนชายแดนสุรินทร์ไม่คาดหวังรัฐบาลใหม่ หลังเจอปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 23 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนชายแดนเขาคิดและคาดหวังอย่างไรกับการเลือกตั้งใหญ่ สส.เขตและรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจและภาวะสงครามตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นผ่านมา ซึ่งทุกวันยังคงคลุมเครือไม่ชัดเจนว่าจะมีรอบ 3 เกิดขึ้นอีกหรือไม่ ที่ผ่านมาชาวบ้านตามแนวชายแดนเบื่อหน่ายซ้ำซากกับการอพยพจากถิ่นฐาน ขาดเงินขาดรายได้ติดหนี้สินเพิ่มขึ้น แม้ภาครัฐจะมีการเยียวยาก็ตามแต่ก็ไม่เท่าความสูญเสียที่ชาวบ้านได้รับ และเริ่มเบื่อหน่ายกับการเล่นการเมืองของผู้มีอำนาจที่มองเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนน้อยกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง

นายเมย ยิ่งเจนจบ อดีตผู้ใหญ่บ้านบุอำเปาว์ หมู่ 4 ตำบลบักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ใครก็แล้วแต่ที่ประชาชนเขาเลือกขึ้นมาแล้วก็น่าจะปล่อยโอกาสให้เขาทำงานให้ครบวาระ ถ้าท่านไหนที่ขึ้นมาครบวาระถ้าทำดีประชาชนก็เลือกอีก ที่ผ่านมามีแต่ไม่ครบเทอม ก็ยุบสภาแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าใครจะดีหรือไม่ดี เปรียบเทียบเหมือนนายกอบต.นายกเทศมนตรี เขาก็ปล่อยให้ทำงานจนครบวาระ ถึงแม้ว่าใครจะดีหรือไม่ดี หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่คุณจบแน่นอนถ้าไม่ดี ในเรื่องของการเมืองใหญ่ตอนนี้ก็ยังเงียบๆอยู่เพราะเขาเบื่อหน่าย ประชาชนเขาเลือกไปแล้วทีนี้ก็ไปสู้กันในเมืองใหญ่ ชาวบ้านก็ไม่ได้อะไร ไปๆมาๆก็เสียงบประมาณทิ้งไปเฉยๆการเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้เงินไม่ใช่น้อย ก็น่าจะปล่อยโอกาสให้เขาทำงานครบไป 4 ปี
นายเมย กล่าวอีกว่า ส่วนรัฐบาลที่อยากได้คือเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะว่าเราเป็นคนชายแดนเศรษฐกิจมันต้องมาก่อน ปัญหาเศรษฐกิจปัญหาแนวชายแดนต่างๆที่เราได้รับความเดือดร้อนอยากให้แก้ปัญหา เหมือนยางพาราถ้าอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 25 ถึง 30 บาทชาวบ้านก็อยู่ได้ ทีนี้ลงมาที่ 21 บาท ปีนั้นลดลงมา 15 บาท ตนหยุดเลยทั้งค่าน้ำมันค่าน้ำกรดค่าเสียเวลาต่างๆไม่คุ้ม ถ้าราคา 25 บาทขึ้นไปถึง 30 บาท ไม่ต้องถึง 60 บาท 70 บาทก็ได้ ส่วนรั้วแนวชายแดนก็อยากให้ทำ อย่างของเราเป็นเทือกเขาก็ทำเป็นลวดหนามไป แล้วก็มีเส้นทางและอยากให้ป่าไม้อะลุ่มอล่วยให้กองทัพ คือจากแนวเขตของเราถอยมาหลัง 1 กิโลเมตรให้เป็นแนวเขตของทหารไปเลย 1 กิโลตลอดแนวจากจังหวัดอุบลราชธานีจนไปถึงจังหวัดตราด ถัดจาก 1 กิโลเข้ามาก็เป็นพื้นที่ของป่าไม้ไป ทางทหารจะได้อยู่ตามแนวชายแดนทำถนนทำอะไรเป็นแหล่งท่องเที่ยวตนคิดแบบนั้น เพราะว่าทุกวันที่ทำไม่ได้เพราะติดขัดกับพื้นที่ของป่าไม้ พื้นที่ตรงนั้นก็เลยไม่มีใครอยู่ดูแล ปล่อยไว้ฝั่งเขมรก็ขึ้นมาอยู่ แต่ป่าไม้ไม่สามารถไปไล่พวกเขมรได้ นอกจากทหารและกองทัพเท่านั้นและจะได้มีทหารอยู่ตลอดแนว ฝั่งเขมรจะได้ไม่สามารถบุกขึ้นมาอาศัยได้ ตามปกติประสาทตาควายและเนิน 350 เขมรมันไม่น่าจะขึ้นมาอยู่ได้ที่ผ่านมา

ด้านนางสาวจริยา อินทรจิต อายุ 35 ปี ชาวบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งบ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังจากสะเก็ดระเบิดลูกกระสุนปืนใหญ่ฝั่งกัมพูชารอบ 2 ที่ผ่านมา กล่าวว่า จากใจคนชายแดนถ้าสมมุติว่ามีรอบ 3 จริงๆอยากให้รัฐบาลปล่อยคำสั่งให้เต็มที่ไปเลยแบบถึงไหนถึงกันไม่ต้องไปสนประเทศที่ 3 ที่ 4 ว่าเขาจะมองยังไง ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามเขาไม่ได้มองจุดนี้เลยก็อยากให้จัดการให้เด็ดขาดไปเลย เหมือนกำหนดประมาณว่ารบกัน 10 วัน 10วันใครได้ตรงไหนก็เอาตรงนั้นไปเลยจากนั้นก็สร้างกำแพงให้จบ ไม่ต้องมายืดเยื้อตรงนี้ตรงนั้นไปเรื่อยๆ ส่วนการคาดหวังกับการเมืองคือ 50/50 ถ้าจากใจชาวบ้านคนชายแดน ในฐานะคนชายแดนฐานะพลเมืองประมาณว่าตนไม่อิน เหมือนรู้สึกว่าได้สีไหนมามันก็น่าจะเหมือนเดิม เพราะว่าขนาดคุณหาเสียงคุณยังขัดแย้งกันเองเลย อย่างกรณีเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว คุณยังเอามาเล่นกันในทางการเมือง แทนที่จะร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา คุณถนัดด้านนี้นะผมถนัดด้านนี้นะเรามาแก้ไขปัญหาจุดนี้ด้วยกันก่อนอะไรแบบนั้นส่วนการเมืองเอาไว้ทีหลัง แต่นี่เหมือนกับเอาปัญหาของประชาชนมาขัดแย้งกันเองแล้วโจมตีกันเอง จึงทำให้เราไม่คาดหวังอะไรกับการเมือง ก็เลยกลายเป็นแบบว่ามันชินชาเฉยๆประมาณว่าได้รัฐบาลคนไหนเข้ามาบริหารก็น่าจะเหมือนเดิมประมาณนั้น
ภูมิภาค-63

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...