โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สายลดน้ำหนักควรต้อง…ก่อนเสี่ยงโยโย่-อันตรายต่อสุขภาพ

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รู้หรือไม่…ใช้ปากกาลดน้ำหนักผิด เสี่ยงโยโย่-อันตรายต่อสุขภาพ

วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)โดยศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาล vimut มาบอกถึง ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักในรูปของปากกาสำหรับฉีดยา โดยในปี ค.ศ.2014 องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้รับรองยาที่ชื่อ Liraglutide ชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ไว้ใช้สำหรับลดน้ำหนัก ซึ่งกลไกการทำงานของยาที่ได้จากปากกาลดน้ำหนักนั้น เป็นดังนี้

  • ยานี้เป็นยาเลียนแบบฮอร์โมนอิ่ม GLP-1 (Glucagon Like Peptide 1) โดยตัวยามีความใกล้เคียงกับ GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายถึง 97%
  • ยานี้จะช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ อาหารที่กินเข้าไปนั้นย่อยช้าลง ช่วยให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น จึงรับประทานอาหารได้น้อยลง
  • ยามีฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้ไม่รู้สึกหิว ความอยากอาหารลดน้อยลง และทำให้ควบคุมการกินได้ดีขึ้น
  • กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินมาช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด โดยไม่ทำให้น้ำตาลตก หรือวูบ เพราะยาจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วเท่านั้น

ยา Liraglutide ในรูปแบบปากกาลดน้ำหนัก มักใช้หัวเข็มขนาดเล็กมาก โดยมีวิธีใช้งานตามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ดังนี้

  • ฉีดยาเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนที่มีไขมันมากๆ แต่บริเวณอื่นๆ อาจฉีดยากกว่าบริเวณหน้าท้อง
    • สามารถฉีดยาเวลาใดก็ได้ ได้ทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่แนะนำให้เป็นเวลาที่สามารถฉีดเป็นประจำได้ทุกวันและไม่ลืม โดยส่วนมากแพทย์จะแนะนำให้ฉีดช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือกลางคืนก่อนนอน
    • ฉีดยาทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ห้ามลืม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้ดีที่สุด หากลืมอาจจะทำให้ได้รับปริมาณยาที่ลดลง และผลของการลดน้ำหนักลดลง
    • ฉีดยาต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะต้องหยุดยาเมื่อไหร่ โดยจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องการ เช่น หากใช้แล้วน้ำหนักลดลงตามที่ต้องการแล้ว แต่ค่า BMI ยังเกินมาตรฐานอยู่ก็สามารถใช้ต่อเนื่องได้หากต้องการ หรือหยุดใช้ได้เพราะได้ตัวเลขน้ำหนักที่พอใจแล้ว

การใช้ปากกาลดความอ้วนนั้นไม่เจ็บ เนื่องจากเข็มที่มีขนาดเล็กมาก โดยการฉีดครั้งแรกแพทย์จะเป็นผู้สอนการใช้และจะจับมือฉีดให้ลองใช้เอง เพื่อให้สามารถฉีดได้เองในครั้งต่อไป

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้

  • คนที่มีภาวะน้ำหนักเข้าเกณฑ์โรคอ้วน คือ มีดัชนีมวลกาย BMI เกิน 30 kg/m2
    [* คนที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานดัชนีมวลกาย BMI เกิน 27 kg/m2 หรือมีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือภาวะต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันเกาะตับ , * คนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ , * คนที่ต้องการปรับพฤติกรรมการกิน เช่น กินมากไป กินจุบจิบ , * คนที่ต้องการหาวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ , * คนที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ แล้วยังไม่เห็นผล ]

ทั้งนี้ กลไกหลักของปากกาลดน้ำหนักเน้นการควบคุมปริมาณแคลอรีที่เข้าสู่ร่างกาย จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่กินน้อย หรือไม่ชอบกินจุบจิบ เพราะจะยิ่งทำให้กินได้น้อยลงไปอีก จนอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรีไม่เพียงพอ โดยปากกาลดน้ำหนักนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลว่าสามารถใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 75 ปี และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ก็ตาม แต่บุคคลในกลุ่มนี้แนะนำว่าไม่ควรใช้ และห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ ผู้ที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบ และอย่างไรก็ตามก่อนการใช้ปากกาลดน้ำหนัก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการใช้ยาทุกครั้ง

ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่จริงไหม ?

เมื่อใช้ปากกาลดน้ำหนัก อาจมีผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น

  • เนื่องจากตัวยามีผลต่อการบีบตัวต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ จึงอาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอมได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อกินเร็ว หรือกินในปริมาณมาก โดยจะเป็นเฉพาะช่วงเริ่มใช้ยา หรือปรับเพิ่มขนาดยาใหม่
    [    * ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียเล็กน้อย ,     * ท้องผูก เนื่องจากยาที่ฉีดเข้าไปจะลดอัตราการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง จึงมีโอกาสทำให้เกิดท้องผูก ]

แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน และร่างกายจะสามารถปรับตัวได้เมื่อใช้ยาต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์

การใช้ปากกาลดน้ำหนักนี้เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะช่วยควบคุมการกินอาหาร ควบคุมปริมาณแคลอรีที่ได้รับเข้าไปในร่างกายให้น้อยลงกว่าเดิม โดยปกติแล้วเมื่อได้รับแคลอรีน้อยลงกลไกของร่างกายจะดึงเอาพลังงานจากกล้ามเนื้อไปใช้ก่อน ทำให้กล้ามเนื้อสลายไปก่อนไขมัน น้ำหนักที่หายไปอาจไม่ใช่การลดลงของไขมันแต่เป็นกล้ามเนื้อ ซึ่งการลดลงของกล้ามเนื้อนี่เองคือเหตุผลที่หากหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักจะทำให้เสี่ยงโยโย่ หากควบคุมการรับประทานอาหารไม่ได้

ดังนั้น เพื่อให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพของอาหารที่กินเข้าไปด้วย ควรเน้นการกินโปรตีนให้มาก ลดคาร์โบไฮเดรตและไขมันลง กินอาหารที่มีกากใย เช่น ผักต่างๆ และเลือกผลไม้ที่น้ำตาลน้อย เป็นต้น นอกจากนี้แม้ปากกาลดน้ำหนักจะใช้งานได้ง่าย แต่ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแพทย์จะช่วยตรวจสภาพร่างกาย ช่วยวัดเปอร์เซ็นต์ของไขมันและกล้ามเนื้อ ติดตามผลของการลดน้ำหนักและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการได้ด้วย จึงทำให้ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักนั้นดีกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...