ถอดบทเรียน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ทำอย่างไร ให้ดัชนีผลตอบแทนดีที่สุดในโลก
ความร้อนแรงของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ที่พุ่งสูงที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ มีที่มาจากปมความแค้นในอดีตของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ผู้ซึ่งเคยเป็นนักลงทุนรายวัน (Day Trader) ที่ขาดทุนอย่างหนักในช่วงวัย 30 ปี
อี แจ-มยอง เปิดเผยว่าความล้มเหลวในครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากความประมาทของเขาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบที่ไม่เป็นธรรมซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่มักเอาเปรียบนักลงทุนรายย่อย
ประสบการณ์อันขมขื่นนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาประกาศปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินอย่างถอนรากถอนโคนนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างสนามเล่นที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
นโยบาย KOSPI 5,000
การปฏิรูปภายใต้นโยบาย “KOSPI 5,000” ของอี แจ-มยอง ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเกินคาด โดยดัชนีพุ่งปิดที่ 5,809 จุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คิดเป็นการเติบโตถึง 38% ในปีนี้ และพุ่งขึ้นกว่า 115% นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง
มาตรการสำคัญคือการยกระดับธรรมาภิบาลในห้องประชุมคณะกรรมการบริษัทและการเพิ่มความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งช่วยล้างภาพลักษณ์ “Korea Discount” หรือภาวะที่หุ้นเกาหลีมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงมาอย่างยาวนาน จนทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศกลับมาอย่างท่วมท้น
กระแสความมั่งคั่งจากตลาดหุ้นกำลังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ความร้อนแรงของตลาดหุ้นยังบีบให้ชาวเกาหลีต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความมั่งคั่ง จากเดิมที่ยึดติดกับการสะสมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งคิดเป็น 3 ใน 4 ของสินทรัพย์ครัวเรือน มาสู่การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินมากขึ้น นักยุทธศาสตร์การลงทุนมองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ในรอบทศวรรษที่จะถึงนี้
แรงหนุนจาก AI
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าความสำเร็จของ KOSPI ไม่ได้มาจากนโยบายรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับแรงหนุนมหาศาลจากกระแส AI โลกที่ผลักดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ให้พุ่งสูงขึ้น
ในแง่ของคะแนนนิยม อี แจ-มยอง กลายเป็นฮีโร่ของเหล่านักลงทุนรายย่อยกว่า 14 ล้านคน หรือที่คนเกาหลีใต้เรียกกันว่า “มดงาน” คะแนนนิยมของเขาพุ่งสูงถึง 63% ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาทางการเมืองจากรัฐบาลชุดก่อน ความสำเร็จในการปราบปรามการปั่นหุ้นและการแทรกแซงตลาดอย่างจริงจังทำให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในระบบทุนนิยมของเกาหลีใต้อีกครั้ง
กำจัดบริษัทซอมบี้
เป้าหมายถัดไปของรัฐบาลชุดนี้คือการเดินหน้ากำจัด “บริษัทซอมบี้” ที่ไม่มีกำไรออกจากตลาด การกวาดล้างการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน และการจัดการกับภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างเด็ดขาด โดยอีได้ส่งสัญญาณเตือนเจ้าของบ้านที่มีบ้านเกินความจำเป็นให้รีบขายก่อนที่รัฐจะยกระดับภาษีที่ดิน เขาทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า เมื่อสิ้นสุดเส้นทางสายการเมือง เขาตั้งใจจะกลับไปเป็น “มดงานตัวใหญ่” ที่อุทิศเวลาให้กับการเทรดหุ้นในตลาดที่เขาเป็นผู้ลงมือปฏิรูปด้วยตัวเอง
อ้างอิง: Bloomberg