CEA และ ททท. ร่วมกับ 9 เมืองต้นแบบ ผุดโครงการ “เนรมิตเมือง” ดันมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการลงทุน ท่องเที่ยว
BTimes
อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.34 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ผนึกกำลัง 9 เมืองต้นแบบ ได้แก่ 1) เพชรบุรี 2) สกลนคร 3) นครศรีธรรมราช 4) ปัตตานี 5) ราชบุรี 6) ลำพูน 7) ศรีสะเกษ 8) สิงห์บุรี 9) อุบลราชธานี เปิดตัวโครงการ “เนรมิตเมือง”: สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) พร้อมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City Branding) มุ่งปลดล็อกศักยภาพ “อัตลักษณ์เมือง” สู่การเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับเมืองไทยให้ “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว” อย่างยั่งยืน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ห้อง Virtual Media Lab ที่ TCDC กรุงเทพฯ
“เนรมิต” เมืองไทย ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่าปัจจุบันเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและสังคมที่แข็งแกร่ง แต่ความท้าทายสำคัญคือการขาดกลไกในการแปลงต้นทุนเหล่านี้ให้เป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ การพัฒนาเมืองที่ผ่านมามักแยกส่วนและขาดการเชื่อมโยง “DNA ของเมือง” เข้ากับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน
โครงการ “เนรมิตเมือง”: สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets)” จึงเกิดขึ้นเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง (City Branding Strategy) ให้กับ 9 เมืองนำร่อง ได้แก่ 1) เพชรบุรี 2) สกลนคร 3) นครศรีธรรมราช 4) ปัตตานี 5) ราชบุรี 6) ลำพูน 7) ศรีสะเกษ 8) สิงห์บุรี 9) อุบลราชธานี โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเมืองที่มีทรัพยากรเดิม ให้กลายเป็นเมืองที่มี “สินทรัพย์สร้างสรรค์”
CEA เชื่อมั่นว่าเมืองไทยไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ขาดระบบการจัดการในการแปลงศักยภาพนั้นให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต หากแต่เป็นการวาง “ยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง” เพื่อให้เมืองสามารถกำหนดทิศทางอนาคตของตนเองบนพื้นฐานของอัตลักษณ์ที่แท้จริง “แบรนด์เมือง” ที่เข้มแข็งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย การลงทุน และดึงดูดความร่วมมือจากทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนโครงการจะดำเนินการผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ ระหว่างเดือนมกราคม - สิงหาคม 2569 ได้แก่
1) การกำหนดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เมืองที่ชัดเจน (City Brand Strategy)
2) การออกแบบและทดลองใช้แบรนด์เมืองผ่านกิจกรรมในพื้นที่จริง (Brand Activation)
3) การพัฒนาอัตลักษณ์แบรนด์เมืองเพื่อประยุกต์ใช้ในมิติต่าง ๆ เช่น สินค้า บริการ และสภาพแวดล้อมเมือง (Brand Identity Development)
“แบรนด์เมือง” กับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไทย
แบรนด์เมืองจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “มูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ของเมือง” ในระดับนานาชาติ หลายเมืองใช้แนวคิด City & Place Branding เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น ฮอกไกโด (Hokkaido) และคุมาโมโตะ (Kumamoto) ในญี่ปุ่น, ปอร์โต (Porto) ในโปรตุเกส, โพรวองซ์ (Provence), กราซ (Grasse) และคานส์ (Cannes) ในฝรั่งเศส ซึ่งล้วนใช้ “ตัวตนของเมือง” เป็นฐานในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยโครงการ “เนรมิตเมือง” มีทิศทางการพัฒนาเมือง “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว” ซึ่งจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย 1) ยกระดับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมเมืองเพื่อดึงดูดบุคลากรและคนรุ่นใหม่ (Talent Attraction) 2) สร้างโอกาสทางการลงทุนและการพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่
3) ต่อยอดสู่สินค้าและบริการสร้างสรรค์ (Creative Products & Services) และ 4) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและเชิงสร้างสรรค์
คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างรายได้ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญในการถ่ายทอด “DNA ของเมือง” เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว “เมืองที่น่าเที่ยว ต้องเริ่มจากการเป็นเมืองที่น่าอยู่” เพราะคุณภาพชีวิตและอัตลักษณ์ที่เข้มแข็งของคนในพื้นที่ คือรากฐานสำคัญที่จะดึงดูดทั้งการมาเยือนและการลงทุนของผู้คน นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ สู่การท่องเที่ยวเชิงมูลค่าที่เน้นคุณภาพอย่างแท้จริง การดำเนินงานโครงการ“เนรมิตเมือง : สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของ ททท. ที่มุ่ง ส่งมอบ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” (Meaningful Travel) ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” ที่ดึงอารมณ์ ความรู้สึก และเรื่องราวเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่มาเป็นจุดขายหลัก ภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” หรือการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยว
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ CEA จะทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ในการวางระบบคิดเชิงสร้างสรรค์ ในขณะที่ ททท. จะบูรณาการแบรนด์เมืองเข้ากับการสร้างสรรค์สินค้าและและบริการท่องเที่ยวให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นควบคู่ไปกับการใช้เครือข่ายทางการตลาดของ ททท. ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงเสน่ห์ของประเทศไทย
ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์เมือง คือ “พลังแห่งความร่วมมือ” และ “ความต่อเนื่อง” โครงการ “เนรมิตเมือง” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นสินทรัพย์เศรษฐกิจที่ยั่งยืน CEA และ ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนยกระดับเมืองสู่สากล พร้อมสร้างสมดุลทั้งด้านการอยู่อาศัย การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง