โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Sunshine Super Girl อีวอนน์ กูลากอง สาวชนพื้นเมืองผู้พิชิต 7 แกรนด์สแลม

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Sunshine Super Girl อีวอนน์ กูลากอง สาวชนพื้นเมืองผู้พิชิต 7 แกรนด์สแลม

หากใครมีโอกาสขับรถผ่านเมืองบาเรลลานในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย จะพบไม้แร็กเกตขนาดใหญ่ราวกับไม้ของยักษ์

ถ้าหลวมตัวเลี้ยวเข้ามา ไปสักพักก็จะพบคอร์ตเทนนิสว่างๆ อยู่หนึ่งแห่ง

ในคอร์ตนั้นมีกำแพงเปล่าๆ ยืนหยัดอยู่

นั่นคือผนังของอีวอนน์ (Evonne’s Wall) ผนังที่เด็กสาวชนเผ่าวิรัดจูรีคนหนึ่งใช้ตีฝึกซ้อมลูกเทนนิสตลอดเช้าสายบ่ายและเย็นของทุกๆ วัน

ก่อนที่เธอจะกลายเป็นนักเทนนิสหญิงที่มีเชื้อสายของชาวอะบอริจินคนแรกที่พิชิตแกรนด์สแลมได้ และในช่วงเวลาหนึ่งเป็นดังดวงตะวันส่องฉายในหัวใจของผู้คนมากมาย

Sunshine Super Girl อีวอนน์ กูลากอง สาวชนพื้นเมืองผู้พิชิต 7 แกรนด์สแลม 2

ชื่อของอีวอนน์ กูลากอง อาจจะไม่ได้เป็นชื่อที่แฟนเทนนิสรุ่นใหม่รู้จักหรือเคยได้ยินมากสักเท่าไร เมื่อเทียบกับเซรีนา วิลเลียมส์, มาเรีย ชาราโปวา หรือมาร์ตินา ฮินกิส

หรือแม้แต่ สเตฟฟี กราฟ, มาร์ตินา นาฟลาติโลวา และนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ในคอร์ตอย่าง บิลลี จีน คิงส์

แต่ครั้งหนึ่งเมื่อ 50 ปีที่แล้วเธอคือดวงตะวันส่องฉายของโลกเทนนิส

ในฐานะนักเทนนิสระดับอัจฉริยะผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสดใส และหัวใจของนักสู้

ความจริงแล้วชีวิตของกูลากอง ต่อสู้มาตั้งแต่เกิด

ถึงเธอจะเกิดในออสเตรเลีย ประเทศที่ดูสวยงามและเสรี แต่การเป็นสายเลือดชาววิรัดจูรี (Wiradjuri) เหมือนคำสาป

ในช่วงที่เธอเกิดนั้นเป็นยุคมืดของออสเตรเลียที่เรียกว่า ‘Stolen Generation’ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการนำตัวเด็กๆ ชนเผ่าอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสพรากไปจากครอบครัวให้ไปอยู่ในสังคมของคนขาว

เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ แม่ของอีวอนน์ ต้องคอยสอดส่องดูอย่างระแวดระวังตลอดเวลา หากมีรถยนต์ขับผ่านมาใกล้ๆ เธอจะต้องหลบซ่อนตัวทันที

หลายครั้งที่เธอต้องซ่อนใต้เตียง รอกระทั่งเจ้าหน้าที่ผ่านไปถึงจะโผล่ออกมาได้อีกครั้ง

มันไม่ใช่เกมเล่นซ่อนแอบ แต่เป็นการซ่อนตัวเพื่อตัวของเธอเอง ไม่เช่นนั้นจะโดนพรากไปจากครอบครัวที่รัก

แต่ถึงจะต้องมีชีวิตอย่างหวาดระแวง กูลากองก็ค้นพบรักแรกของเธออย่างการตีเทนนิส ซึ่งเป็นพระคุณ บิลล์ เคิร์ซแมน ชาวเมืองบาเรลลาน ที่เห็นเด็กน้อยแอบชะเง้อคอยอยู่นอกรั้ว

“เข้ามาสิหนู”

ไม้แร็คเก็ต ลูกเทนนิส และผนัง คือสามสิ่งที่ช่วยให้กูลากองมีรอยยิ้มได้ในแต่ละวัน

เธอตีบอลใส่ผนังอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน

โดยไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่

จากการตีกับผนัง แววเด่นของกูลากองก็ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ

วิค เอ็ดเวิร์ดส เจ้าของโรงเรียนเทนนิสในซิดนีย์ได้รับคำแนะนำให้มาดูเด็กหญิงมหัศจรรย์ในเมืองเล็กๆ อย่างบาเรลลาน และทันทีที่ได้เห็นเขาก็รู้ว่าเขาค้นพบของล้ำค่าเข้าให้แล้ว

เขาตัดสินใจว่าจะต้องพาเธอกลับมาซิดนีย์ด้วยกันเพื่อขัดเกลาในโรงเรียนเทนนิสของเขา

หลังคำชวนและความพยายาม ในที่สุดครอบครัวของกูลากองก็ยอมให้เธอได้ออกจากบ้าน โดยเชื่อว่าเอ็ดเวิร์ดสจะดูแลลูกสาวของพวกเขาอย่างดี ซึ่งโชคดีที่เป็นเช่นนั้น

กูลากองได้เข้าเรียนทั้งโรงเรียนจริงๆ และโรงเรียนเทนนิส โดยมีเอ็ดเวิร์ดสเป็นทั้งผู้ปกครอง โค้ช และที่ปรึกษาในชีวิต

ที่นั่นเองทำให้เธอได้ฉายแสงอย่างจริงจัง

Sunshine Super Girl อีวอนน์ กูลากอง สาวชนพื้นเมืองผู้พิชิต 7 แกรนด์สแลม

กูลากอง ใช้เวลาไม่นานก็เริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะนักเทนนิสสาวดาวรุ่งผู้โดดเด่น ไม่ใช่เพียงแค่ลีลาการตีที่ไม่ธรรมดา แต่ยังรวมถึงบุคลิก รูปร่าง และรอยยิ้ม

ก่อนที่ตะวันดวงนี้จะสาดแสงใส่โลกเทนนิสจนสว่างจ้า

สาวน้อยจากเมืองกริฟฟิธ พิชิตแกรนด์สแลมแรกของเธอได้ที่โรลังด์ การ์รอส ด้วยวัยเพียง 19 ปี ต่อด้วยการคว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพน ในบ้านเกิดในการแข่งประเภทคู่ และวิมเบิลดันหญิงเดี่ยวในปี 1971 ทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสหญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของยุค Open Era ที่สามารถคว้า Channel Slam (ได้ทั้งเฟรนช์ โอเพนและวิมเบิลดันในปีเดียวกัน)

ก่อนที่เธอจะรันวงการ เคยมีช่วงระยะเวลาที่ครองมือ 1 ของโลกยาวนานถึง 5 ปี (1971-1976) กวาดแกรนด์สแลมได้อีก 5 สมัย

หนึ่งในนั้นคือการพิชิตวิมเบิลดันสมัยที่ 2 ของเธอในปี 1980 โดยเป็นช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ด้วย ทำให้กูลากองกลายเป็น ‘คุณแม่’ คนแรกในรอบ 66 ปีที่คว้าแกรนด์สแลมได้

ตลอดชีวิตการเป็นนักเทนนิส เธอคว้าแชมป์แกรนด์สแลมในประเภทเดี่ยว 7 สมัย และเข้าชิงแกรนด์สแลมมากถึง 18 ครั้ง ไม่นับแชมป์รายการต่างๆ อีกรวม 86 รายการ

ในวงเล็บว่านี่คือยุคสมัยเดียวกับสุดยอดนักเทนนิสหญิงอย่าง คริส เอเวิร์ต, บิลลี จีน คิงส์, มากาเร็ต คอร์ต และมาร์ตินา นาฟลาติโลวา

ความเก่งกาจ ความสดใส ทำให้กูลากองเป็นที่รักของแฟนๆ ไม่ใช่เฉพาะชาวออสเตรเลีย แต่รวมถึงผู้คนทั่วโลกด้วย

แต่ภาพของหญิงสาวผู้ประสบความสำเร็จไม่ได้เป็นสิ่งที่กูลากองอยากให้ทุกคนจดจำ

เธออยากให้โลกได้จดจำในฐานะนักเทนนิสหญิงชนพื้นเมืองตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

ที่ต้องต่อสู้และฝ่าฟันอย่างหนัก ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการกดขี่ กีดกัน ข่มเหง ที่ไม่เฉพาะแค่ในสังคมของโลกความจริง

แม้แต่ในโลกเทนนิสมันก็ไม่ได้สวยงาม เพราะความเป็นชนพื้นเมือง ทำให้เธอถูกนักเทนนิสบางคนรังเกียจและรังแกเป็นนิจ

ยิ่งเธอประสบสำเร็จมากเท่าไร โด่งดังมากแค่ไหน เธอก็ยิ่งต้องรับมือกับคนที่เหยียดหยันมากขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่กูลากองทำได้คืออดทน อดกลั้น และใช้การตีลูกสุดมหัศจรรย์ของเธอระบายทุกอย่างออกมา ให้โลกได้รู้ว่าชนพื้นเมืองก็เก่งกาจในเกมกีฬาชนิดนี้เหมือนกัน

แม้กระทั่งกับคนที่รับเธอมาชุบเลี้ยงอย่างเอ็ดเวิร์ดสก็ไม่ได้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขาแอบหวังในตัวเธอ และผูกมัดเธอด้วยสัญญาการเป็นผู้อนุบาลและผู้พิทักษ์ ที่ไม่ใช่การดูแลแต่เป็นการครอบงำ บงการ และกีดกัน

กว่าจะหลุดพ้นและได้ปลูกต้นรักกับ โรเจอร์ คอวลีย์ ที่กลายเป็นคู่ชีวิตในเวลาต่อมา กูลากองก็ต้องต่อสู้อย่างแสนสาหัส

ถึงอย่างนั้นเธอไม่เคยคิดจะยอมแพ้ต่อสิ่งใดก็ตาม

Sunshine Super Girl อีวอนน์ กูลากอง สาวชนพื้นเมืองผู้พิชิต 7 แกรนด์สแลม 3

และสิ่งนี้คือความสำเร็จที่แท้จริงของสาวชนพื้นเมืองคนหนึ่ง ที่ไม่เคยปกปิดตัวเอง และยืนหยัดในโลกที่โหดร้ายได้อย่างเข้มแข็ง

เป็นหญิงสาวดวงตะวันส่องฉายที่สาดแสงอบอุ่นและกล้าหาญ

เรื่องราวของกูลากองเคยได้รับการถ่ายทอดผ่านละครเวทีในชื่อเรื่อง ’Super Sunshine Girl’ รวมถึงสารคดี ‘Goolagong’ ที่กำลังจะนำมาฉายทางสถานีโทรทัศน์ ABC ในช่วงการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพน 2026 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

ขณะที่ไม้แร็คเก็ต Dunlop จำลองขนาดยักษ์ และผนังของอีวอนน์ ยังคงอยู่ที่สวนเทนนิสของเธอในเมืองบาเรลลา

รอให้ใครสักคนมาเยี่ยมเยือนหา ในวันดวงอาทิตย์ส่องแสง

หมายเหตุ: อ่านมาถึงตรงนี้ฝากให้กำลังใจแก่ มนัญชญา สว่างแก้ว และลัลลนา ธาราฤดี สองนักเทนนิสสาวไทยที่ผ่านเข้าถึงรอบเมนดรอว์ของออสเตรเลียน โอเพน 2026 ด้วยนะครับ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...