เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์บุก ปปง. ค้านปลดอายัดทรัพย์ ‘เบน สมิธ-ยิมเลียก’
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ สำนักงาน ปปง. กรุงเทพฯ นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนผู้เสียหาย นำทีมผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์ หลอกลงทุน โรแมนซ์สแกม ไฮบริดสแกมจากแก๊งสแกมเมอร์ และคอลเซ็นเตอร์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เพื่อคัดค้านไม่ให้กลุ่มเครือข่ายนายเบน สมิธ นายยิมเลียก นายก๊กอาน มีพฤติการณ์ติดสินบนเจ้าหน้าที่ ปปง. ให้เพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมได้อายัดไว้ก่อนหน้านี้ จำนวนกว่า 10,000 ล้านบาท เพราะเป็นเงินของผู้เสียหายที่ถูกแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์หลอกไป พร้อมทั้งขอให้กำลังใจเลขาธิการ ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรมที่ทำคดีดังกล่าว โดยมี นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนรับเรื่อง
โดย นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมออนไลน์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้นำเอกสารหลักฐานของผู้เสียหายในคดีของนายเบน สมิธ และเครือข่ายกว่า 180 ราย ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 500 ล้านบาท มายื่นต่อ ปปง. ประกอบการพิจารณาคัดค้านการเพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องในคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรม ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องในคดีกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีระยะเวลา 90 วัน ให้เจ้าของทรัพย์สินได้เข้ามาชี้แจงการได้มาซึ่งทรัพย์สินต่อ ปปง. แต่อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่าทั้งนายเบน สมิธ และนายยิมเลียก กลับมีพฤติการณ์พยายามส่งทนายความมาคุยกับผู้ใหญ่ใน ปปง. หรือกดดันต่อประธานกรรมการธุรกรรม เราจึงต้องรวมตัวให้กำลังใจ ปปง. และขอให้ ปปง. เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของผู้เสียหาย เพราะทราบว่าในช่วงบ่ายวันนี้ คณะกรรมการธุรกรรมจะมีการประชุมรับฟังถ้อยคำชี้แจงของเจ้าของทรัพย์สินว่าเห็นควรส่งฟ้องต่ออัยการต่อไป หรือจะมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินรายการใดหรือไม่
นายยศวินทร์ เผยอีกว่า สำหรับผู้เสียหายในคดีวันนี้ แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ตามลักษณะพฤติการณ์การหลอกลวง เช่น หลอกลงทุน หลอกให้รักแล้วชักชวนลงทุน ข่มขู่ หลอกกดลิงก์ หลอกให้ร่วมลงทุนในกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงกรณีเงินเกษียณและคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามเส้นทางการเงินและกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเงินส่วนใหญ่มีปลายทางไปยังประเทศกัมพูชา และเชื่อว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดมีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด อีกทั้งพวกเรากังวลว่าหากมีการเพิกถอนการอายัดทรัพย์ อาจทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินตามสิทธิ ทั้งนี้ ตนขอเสนอแนวทางให้ใช้หลักการแบ่งกลุ่มผู้เสียหายตามแผนประทุษกรรม แทนการพิสูจน์เส้นทางการเงินรายบุคคล เพื่อให้สามารถคุ้มครองสิทธิและเฉลี่ยทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหายได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารติดตามกระบวนการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายจำนวนมาก
นายยศวินทร์ เผยด้วยว่า จากการที่ตนได้ช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี พบว่ามีผู้เสียหายบางรายประสบปัญหาสุขภาพจิตอย่างรุนแรงจากการถูกหลอกลวง โดยมีรายหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ 26 ปี ได้เกิดความเครียดจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากเงินที่สูญเสียไปเป็นเงินสำหรับชำระหนี้ และอีกกรณีหนึ่งเป็นผู้เสียหายหญิง ที่ถูกหลอกเอาเงินจำนวน 28 ล้านบาท จนไม่มีเงินรักษาอาการป่วยซึมเศร้า กระทั่งอาการกำเริบและเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เดินทางมาพบกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ในการเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ ญาติได้นำรูปถ่ายของผู้เสียชีวิตที่ตั้งไว้หน้าโลงศพมาด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนตัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากเจ้าตัวไม่มีโอกาสได้มาเรียกร้องสิทธิและรับเงินที่ถูกหลอกลวงกลับคืนด้วยตนเอง
ด้านนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. กล่าวว่า คดีดังกล่าวนี้ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในภาพรวมหลายคดี รวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์รายสำคัญ โดยหลังมีคำสั่งอายัด ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์ชี้แจงแสดงหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย นอกจากนี้ สำหรับการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมในช่วงบ่ายวันนี้ เราจะพิจารณาว่าคำชี้แจงของผู้ถูกอายัดทรัพย์มีน้ำหนักรับฟังได้หรือไม่ หากรับฟังได้และเป็นไปตามหลักกฎหมาย อาจมีมติให้เพิกถอนการอายัด แต่หากไม่สามารถชี้แจงได้ คณะกรรมการธุรกรรมจะมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อชดใช้เฉลี่ยคืนทรัพย์สิน ผ่านการประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
นายวิทยา ระบุว่า กระบวนการทำงานของ ปปง. ตั้งแต่เริ่มต้น เราได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อนเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณายึดและอายัด โดยกฎหมาย ปปง. ให้อำนาจยึดอายัดทรัพย์เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐาน และผู้ถูกอายัดมีหน้าที่ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สิน ทั้งนี้ การชี้แจงส่วนใหญ่ของผู้เกี่ยวข้องในคดีได้ดำเนินการผ่านทนายความ และเกี่ยวข้องทั้งเจ้าของทรัพย์ที่ถูกอายัด รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในการซื้อหุ้นบางจากตามที่เป็นข่าว ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นความลับในสำนวน ฉะนั้น ในขั้นตอนการยึดอายัดทรัพย์สินที่ผ่านมา ปปง. เชื่อมั่นในพยานหลักฐานและกระบวนการกำกับดูแล โดยเอกสารในสำนวนการชี้แจงการได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องในคดีนั้น ก็ถูกจำกัดการเข้าถึงเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. ที่สืบสวนเรื่องนี้โดยตรงและคณะกรรมการธุรกรรมเท่านั้น เพื่อรักษาความลับของราชการ พร้อมย้ำว่าการพิจารณาต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และต้องรับฟังคำชี้แจงตามหลักกฎหมาย
ในกรณีที่มีการอ้างว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ถอดชื่อนายยิม เลียก ออกจากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์ข้ามชาติ จะมีผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ในบ่ายวันนี้ด้วยหรือไม่นั้น นายวิทยา กล่าวว่า จะเป็นเพียงพยานแวดล้อมที่รับฟังประกอบการพิจารณา แต่ไม่ใช่สาระสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อดุลพินิจของคณะกรรมการธุรกรรม
สำหรับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดี นายวิทยา ระบุว่า หากทรัพย์สินไม่ปะปนกับคดีอื่น ก็สามารถคืนแก่ผู้เสียหายได้โดยตรงตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน แต่หากเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องหลายคดี ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของ ปปง. และประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ผู้เสียหายสามารถติดตามการประกาศคุ้มครองสิทธิจากเว็บไซต์ของ ปปง. และยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาได้
นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามกฎหมาย ปปง. กระบวนการอาจต้องสิ้นสุดที่ศาล แต่ภายใต้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ในกรณีที่เป็นเงินสดและไม่มีข้อโต้แย้ง สามารถยุติได้ในชั้นคณะกรรมการธุรกรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เราอยากประชาสัมพันธ์ขอให้ผู้เสียหายได้ติดตามประกาศการคุ้มครองสิทธิจากสำนักงาน ปปง. อย่างใกล้ชิด และหากมีข้อสงสัยหรือมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถยื่นต่อสำนักงาน ปปง. หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาและดำเนินการคุ้มครองสิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการธุรกรรมในวันนี้จะถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการในการพิจารณาขั้นสุดท้าย ตามกรอบเวลาของกฎหมาย โดย ปปง. ยืนยันดำเนินการตามพยานหลักฐานและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ผู้เสียหาย ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถนำมามอบให้กับคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาได้เช่นเดียวกัน.