โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฟังจากแกนนำพรรคเพื่อไทยในวันที่พา สส.เขตไปรายงานตัวที่รัฐสภาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคทั้งหมดน่าจะได้มารายงานตัวในวันศุกร์นี้ (6 มีนาคม)ซึ่งตรงกับวันที่ภูมิใจไทยจะนำ สส.แบบแบ่งเขตของพรรคมารายงานตัวพร้อมกันพอดี การส่งซิกเช่นนี้มันส่อให้เห็นว่ากกต.จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ภายในสัปดาห์นี้ โดยไม่น่าจะเกินวันพุธที่จะถึง ไทม์ไลน์วางกันไว้ชัดเจน ประเด็นการร้องเรียน คัดค้านผลการเลือกตั้งก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ

รับรู้กันเป็นวงกว้าง สายตรงอนุรักษ์นิยม ยังไงก็ต้องได้ไปต่อไม่ต้องมากังวลเรื่องที่จะทำให้สะดุด เป็นไปตามคลิปประกาศศักดาที่หลุดมาก่อนเลือกตั้ง พรรคส้มชนะบ้านเมืองก็วุ่นวาย เพื่อไทยคว้าชัยก็รังแต่จะถูกเตะตัดขาโดยกลไกที่วางไว้ของขบวนการเผด็จการสืบทอดอำนาจ เมื่อเป็นเช่นนั้น พรรคสีน้ำเงินคือฝ่ายที่ถูกเลือก และต้องเดินกันไปตามนี้โดยมีภาระหนักอึ้งคือ ต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนให้เห็นผลโดยเร็ว

มันไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นความจริงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมตามแผนที่วางกันไว้ตั้งแต่ก่อนรัฐประหารยึดอำนาจจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะต้องไม่เสียของ การวางกลไกต่าง ๆ จะต้องแยบยล ซ่อนเงื่อน พลิกแพลงจนสุดท้ายก็วนกลับมาที่ภูมิใจไทย สามารถก้าวขึ้นมายึดอำนาจฝ่ายบริหารได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ประสานกับ สว.สายสีน้ำเงิน ทุกอย่างจึงเป็นไปตามเส้นทางรัฐประหารโดยรัฐธรรมนูญเมื่อเป็นเช่นนี้ถามว่าที่เย้ว ๆ กันหวังจะให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ลากคอกกต.เข้าคุก มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ

ความจริงที่ต้องยอมรับกันชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูลถูกวางให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เกิดเหตุคลิปเสียงอังเคิลเขมรแล้ว เพื่อต่อยอดมาถึงวันนี้ ไม่ต้องเที่ยวไปโทษใครนิ้วที่ชี้ออกไปท้ายที่สุดก็ย้อนกลับมาที่พรรคสีส้ม หากมองหน้าฉากอาจดูเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเจ้าของพรรคที่แท้จริง แต่เบื้องหลังรู้กันอยู่ว่าเต็มไปด้วยเงื่อนไขส่วนตัวที่ไม่อาจปฏิเสธได้คนในองคาพยพจึงเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่จะต้องเดิน เพื่อให้สมเหตุเหตุผลในการยกมือให้เสี่ยหนูเป็นผู้นำทัพรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ยังคงย้ำคำเดิม กำไรที่หวังจะได้ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นผลมาจากประชามติที่เสียงส่วนใหญ่ให้แก้ไข ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากไม่โง่ซ้ำซากก็ต้องยอมรับความจริงกันว่า กลไกที่เผด็จการสืบทอดอำนาจวางไว้เพื่อไม่ให้เกิดการแก้โดยง่าย เสียง 1 ใน 3 ของ สว.ที่จะต้องเห็นชอบในวาระแรก และวาระที่ 3 ของร่างที่จะแก้ไข ก็เป็นไม้ตายที่ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อกันได้แล้วไม่ต้องอ้างว่าพวกสภาสูงไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ที่ลงประชามติ เห็นกันอยู่ พวกอย่างหนา คลอดมาจากเผด็จการจะมาแยแสกับกระแสเรียกร้องของคนที่ไม่ใช่พวกทำไม

ไม่ต้องถามถึงรัฐบาลผสม แม้ภูมิใจไทยกับเพื่อไทยสองแกนหลักจะอยู่ในซีกของพรรคที่สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาก็ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมประสานักเลือกตั้งเขี้ยวลากดินกันแล้ว งานนี้ ฟันธงไว้ล่วงหน้า ครม.เห็นชอบและสนับสนุนเต็มที่กับกลไกฝ่ายนิติบัญญัติที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรคงไม่มีปัญหา แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการที่จะต้องพิจารณาร่วมในที่ประชุมรัฐสภา ที่ได้ยินได้ฟังกันมาจนท่องรอไว้ล่วงหน้าได้เช่นกันก็คือ รัฐบาลหรือนายกฯ ไม่สามารถชี้นำให้ สว.ทำตามได้

มีเท่านี้จริง ๆ สำหรับคำตอบปลายทาง หากจะมีคนไปไล่บี้ถามกับฝ่ายกุมอำนาจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ต้องจับตาดูโฉมหน้าของครม.หนู 2 ซึ่งถึงตรงนี้สองพรรคแกนหลัก ได้บรรลุข้อตกลงเรื่องของกระทรวงที่จะจัดสรรปันส่วนกันเป็นที่เรียบร้อยตามข่าวที่ปรากฏ ส่วนประเด็นที่ว่าพรรคสีน้ำเงินไม่ปลื้ม 3 รายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของพรรคสีแดง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทินและ ประเสริฐ จันทรรวงทองนั้น ก็เป็นเพียงความเห็นของคุณแหล่งข่าวระดับแกนนำบางคนเท่านั้น

ตามสไตล์ของอนุทินก็จะอ้างมติพรรคเป็นด้านหลัก อีกด้านโดยมารยาทก็จะชี้ว่าการเสนอชื่อเป็นเรื่องของพรรคการเมืองอื่น ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคสีน้ำเงินที่จะไปเที่ยวชี้นิ้วว่าเอาหรือไม่เอาใครเพราะการกล้าตัดกล้าธรรมพ้นสมการร่วมรัฐบาล เท่ากับเป็นการตัดเรื่องปวดหัวที่ไม่ต้องมานั่งกุมขมับเกี่ยวกับรายชื่อของคนที่จะเป็นรัฐมนตรีซึ่งอาจมีปัญหาคุณสมบัติ กรณีของรายชื่อรัฐมนตรีจากเพื่อไทยตามรายงานข่าวเหตุผลที่ถูกปฏิเสธว่าต้องการคนรุ่นใหม่มาบริหารนั้น น้ำหนักมันเบาบางเหลือเกิน

เพราะการเลือกคนเข้าสู่อำนาจบริหารภายใต้เงื่อนไขของขบวนการคนดีย์คือ ต้องไม่มีปัญหาด้านคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมที่ตีความหมายได้กว้างขวางเหลือเกิน ซึ่งทั้งสามรายของเพื่อไทยไม่ได้ติดเงื่อนไขเหล่านั้น มิหนำซ้ำ ยังถือเป็นระดับนำที่จำเป็นต้องมีตำแหน่งในรัฐบาล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคด้วยไม่ต่างจากพรรคสีน้ำเงินเช่นกัน เมื่อปล่อยให้อนุทินใช้โควตาคนภาพลักษณ์ดีไปแล้ว ที่เหลือก็ต้องจัดวางให้กับกลุ่มบ้านใหญ่ ผู้มีพระคุณต่อพรรคทั้งหลาย ใครไม่มีปัญหาคุณสมบัติก็รับตำแหน่งเอง ใครเกรงว่าจะทำให้เกิดภาพมัวหมองก็ส่งทายาทมานั่งแทน เท่านั้น

วันนี้ถ้าถามถึงปัญหาการจัดวางตัวบุคคลให้มาเป็นรัฐมนตรีในซีกของพรรคสีน้ำเงิน คงมี 1 รายที่ทำให้เสี่ยหนูต้องคิดหนัก วราวุธ ศิลปอาชาที่อุตส่าห์ยกลิ่วล้อมาเข้าคอกชนิดถูกด่าว่าทิ้งมรดกของผู้เป็นพ่อ ยอมเสียศักดิ์ศรี ถูกดูแคลน แม้จะไม่สามารถกวาด สส.สุพรรณบุรีมาได้ยกจังหวัด แต่ต้องถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในซีกบ้านใหญ่ที่ช่วยเพิ่มเก้าอี้ผู้แทนได้เป็นกอบเป็นกำ การปูนบำเหน็จจึงต้องสมน้ำสมเนื้อในระดับกระทรวงที่ใหญ่โตแต่หากไม่เป็นไปตามนี้ไม่ได้หมายความว่าพรรคไม่ให้ราคา แต่ชี้ให้เห็นว่าราคาที่ต้องจ่ายในการดึงตัวย้ายค่ายนั้นถือเป็นการตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...