โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘หัวหิน-ภูเก็ต’ ทำเลระดับโลก 3 ยักษ์ธุรกิจร่วมลงทุน ทำแบรนเดด ‘เดอะสแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์’ 8.5 พันล.

The Better

อัพเดต 07 ก.พ. 2567 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 10.32 น. • THE BETTER
สแตนดาร์ดฯ เชนโรงแรมระดับโลก มองเห็นศักยภาพท่องเที่ยวไทยใน 2 ทำเล ‘หัวหิน-ภูเก็ต’ ร่วมยักษ์ธุรกิจไทย ‘แสนสิริ’ และ ‘ซีจี แคปปิตอล’ เปิดโครงการBranded ‘THE STANDARD RESIDENCES’ หรูมูลค่ารวม 8.5 พันล.

อมาร์ ลัลวานี (Amar Lalvani ) ประธานกรรมการบริหาร สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชันแนล (Standard International) แบรนด์ธุรกิจโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับโลก กล่าวว่าบริษัทฯ วางแผนขยายธุรกิจโรงแรมที่พักอาศัยในประเทศไทย ด้วยมองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

ล่าสุดร่วมกับ 2 พันธมิตรธุรกิจในไทย บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และ บริษัท ซีจี แคปิตอล จำกัด ผู้บริหารการลงทุนจากตระกูลจิราธิวัฒน์ในรูปแบบกองทุนไพรเวท อิควิตี ในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาและเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบแบรนเดด (Branded Residences) ใน 2 เมืองท่องเทียวระดับโลกในประเทศไทย ตามลำดับ คือ

  • เดอะแสตนดาร์ดเรสซิเดนซ์หัวหิน (The Standard Residences,Hus Hin) โครงการแบรนเดด เรสซิเดนซ์ แห่งแรกในเอเชีย บนทำเลหน้าชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์
  • เดอะสแตนดาร์ดเรสซิเดนซ์ภูเก็ตบางเทา (The Standard Residences, Phuket Bang Tao) บนทำเลที่ดินย่านบางเทา จังหวัดภูเก็ต

โดยทั้ง2 โครงการฯ รองรับความต้องการอยู่อาศัยลูกค้าท้องถิ่นในไทยและชาวต่างชาติ ใน 2 เมืองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในไทย ที่จะมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องในอนาคต จากในปี 2566 ที่ผ่านมา มีนักท่องเทียวต่างชาติมาไทยราว 28 ล้านคนและมีแนวโน้มจะสูงเท่ากับช่วงก่อนโควิด โดยในปี 2567 คาดนักท่องเที่ยวจะขยายตัวแตะ 35 ล้านคน เป็นโอกาสดีสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์การท่องเที่ยว

สำหรับ ความร่วมมือระหว่างสแตนดาร์ดฯ และ 2 กลุ่มธุรกิจในไทย ยังจะนำไปสู่สู่การเป็นแบรนด์ในตลาดอสังหาฯที่อยู่อาศัยและโรงแรมระดับโลกร่วมกันอีกด้วย จากทำเลภูเก็ตและหัวหินซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยและต่างชาติ เทียบชั้นเมืองตากอากาศระดับโลก มีกลุ่มท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงอยู่ รวมถึงราคาที่ดินในไทยยังไม่สูงเท่าเมืองตากอากาศอื่น ๆ

“บริษัทฯ สนใจทำแบรนเดด เรสซิเดนซ์ ใน 2 ทำเลเมืองท่องเที่ยวนี้ในไทย จากก่อนหน้านี้ได้เข้าไปทำใน 2 โครงการเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ในไมอามี ราคาเฉลี่ย 450,000 บาท/ตร.ม. มียอดขาย 85% เตรียมเปิดไตรมาส 3 ปี 2568 ลิสบอน ราคาเฉลี่ย 350,000 บาท/ตร.ม. ทำยอดขาย 91% เปิดไตรมาส 3 ปี 2567” อมาร์ กล่าว

ปัจจุบัน สแตนดาร์ดฯ มีโรงแรม 3 แบรนด์หลัก คือ 1. The Standard โรงแรมแนวคิดสร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้เข้าพัก 2. Bunkhouse แบรนด์เจาะกลุ่มตลาดท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ 3. The Peri Hotel โรงแรมบูทีคไลฟ์สไตล์เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ในทำเลเมืองท่องเที่ยวหลักทั่วโลก

โดยตลาด Branded Residences ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัว 216% กระจายในหลายทำเล แบ่งเป็น

  • โซนในเมือง อาทิ สิงคโปร์ บาหลี กรุงเทพ สัดส่วน 42%
  • โซนบ้านพักตากอากาศ อาทิ ดานัง ฮอยอัน ปูซาน สัดส่วน 58%

ทำเล ‘หัวหิน’ ทำราคา 8.9-100 ล.บาท

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ พัฒนาโครงการเดอะแสตนดาร์ดเรสซิเดนซ์หัวหิน มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 9 ไร่ ทำเลใจกลางเมืองหัวหินติดชายหาด (Beachfront) ที่หายากในปัจจุบัน ด้วยจำนวน 245 ยูนิต ในรูปแบบฟรีโฮลล์ ประกอบด้วย

  • คอนโดมีเนียม ขนาด 40-153 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.9 ล้านบาท
  • พูล วิลลา จำนวน 2 หลัง ขนาด 220 ตร.ม. ราคา 100 ล้านบาท

โดยโครงการฯ รองรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าไทย สัดส่วน 70% ที่มองหาบ้านหลังที่สอง และอีก 30% เป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งประเทศรัสเซียและจีน ที่พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายังหัวหิน เป็นจำนวนมากขึ้น และพร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง เดือนมีนาคม 2567 และเปิดพรีเซล เดือนพฤษภาคม 2567 และพร้อมเข้าอยู่ในไตรมาส 2 ปี 2569 พร้อมวางเป้ายอดขายก่อนเปิดโครงการฯ 60%

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการทำตลาดอสังหาฯในเมืองหัวหินนานร่วม 35 ปี ด้วยมองเห็นทำเลศักยภาพเมืองท่องเที่ยวหัวหิน ได้พัฒนาโครงการในพื้นที่รวม 25 โครงการ มูลค่า 31,000 ล้านบาท ปิดการขายไปแล้ว 22 โครงการ มีโครงการแฟล็กชิปแห่งแรก ‘บ้านไข่มุก’ ที่ปัจจุบันราคาแคปิคตอล เกน (Capital Gain) แตะ 1,000% และมีราคารีเซล ในปัจจุบันอยู่ที่ 80 ล้านบาท จากราคาเปิดตัวขายครั้งแรกว่า 7 ล้านบาท

‘บางเทา’ ทำเลดาวรุ่งภูเก็ต

ด้าน ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีจี แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ยูสโซนบนทำเลบางเทา จังหวัดภูเก็ต The Standard Residences, Phuket Bang Tao มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท มีพื้นที่ทั้งหมด 19 ไร่ แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย

  • The Standard Residences, Phuket Bang Tao มีขนาด 12 ไร่ จำนวน 188 ยูนิต ห้องขนาด 75-313 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท

โดยเป็นห้องตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์เริ่มตั้งแต่ 1 ห้องนอนขนาด 75 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน ขนาด 100-120 ตารางเมตร, 3 ห้องนอนขนาด167-172 ตารางเมตร และห้องดูเพล็กซ์ ขนาด 301–313 ตารางเมตร

  • โรงแรมเดอะ เภรี โฮเต็ล ภูเก็ต บางเทา (The Peri Hotel Phuket Bang Tao)
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) แนวคิด ใหม่ล่าสุดจากThe Standard อยู่ในพื้นที่เดียวกันอีก 7 ไร่

ทั้งนี้ The Standard Residences, Phuket Bang Tao เตรียมเปิดพรีเซล เดือนมีนาคม และ เซลส์ แกเลอรี ครั้งแรกในเดือนเมษายนปี 2567 และพร้อมเข้าอยู่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังโควิด ราวปี 2565-2566 คอนโดมิเนียมทำเลภูเก็ต มีอัตราเติบโต 113% โดยคอนโดรูปแบบฟูลลี เฟอร์นิเจอร์ ยังมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 6.8-8.3% ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯต่างหันมาให้ความสนใจทำโครงการบนทำเลภูเก็ตเพื่อรองรับความต้องการอยู่อาศัยและพักผ่อนของทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ถูกวางให้เป็นปลายทางแห่งการท่องเที่ยวและทำงานของผู้บริหารระดับโลกในปีที่ผ่านมาด้วย” ภูมิ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...