โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดหมดเปลือก !! ปั้นจั่น ปรมะ เผยก้าวข้ามผ่านช่วงดิ่งของชีวิตได้เพราะคุณแม่

tvpoolonline.com

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 06.23 น. • TV Pool

เปิดหมดเปลือก !! ปั้นจั่น ปรมะ เผยก้าวข้ามผ่านช่วงดิ่งของชีวิตได้เพราะคุณแม่

เมื่อ ปั้นจั่น ปรมะ มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจเพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรก เผยคุณแม่เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อปั้นจั่นมากช่วยให้ในช่วงหนึ่งในชีวิตดิ่งที่สุดก้าวข้ามผ่านมาได้

ถาม คุณแม่เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อปั้นจั่นมาก ซึ่งช่วงหนึ่งในชีวิตเราเป็นคนมีความรุนแรงของการแสดงออก มีต่อยหน้าตัวเองด้วยในบางครั้งถ้ามันไม่ได้ดั่งใจ อะไรที่พาเราไปสู่โหมดนั่น
ปั้นจั่น ปรมะ : ทุกครั้งที่ออกมาพูดในรายการเรื่องของการเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งหลายคนเป็นจะบอกว่าทุกครั้งที่คนที่เป็นโรคนี้ออกมาพูดไม่ได้ต้องการเรียกดราม่าและไม่ใช่ข้ออ้างแต่เราแค่อยากจะมาแชร์ แต่ว่าต้องบอกว่าความรุนแรงนี้ปั้นมานั่งวิเคราะห์พิจารณาแล้วมันเกิดจากการที่แบบ คือมีช่วงหนึ่งปั้นจะทำร้ายร่างกายตัวเองในการแก้ปัญหาทุกครั้งอะไรที่เราแก้ปัญหาไม่ได้แล้วเรารู้สึกอึดอัดเราจะโทษตัวเอง เราจะไม่ทำคนอื่นเพราะเรากลัวคนอื่นเจ็บส่งผลกระทบแบบนี้ เราจะกลับเข้าห้องเราจะแก้ปัญหาแบบนี้ชกหน้าตัวเองบ้าง ต่อยตู้บ้าง เอาหัวโขกตู้บ้าง ต่อยกระจกรถบ้าง ผมว่าถ้าให้ผมแชร์ประสบการณ์ผมว่าตอนเด็กๆครอบครัวมีส่วนสำคัญสมัยเด็กคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันอันนี้ไม่ได้โทษคุณพ่อคุณแม่นะครับ (เหมือนเราได้เห็น) ก็มีส่วนนิดหน่อย แต่ว่าตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันเราบอกว่าอย่าทะเลาะกันเราพยายามจะใช้เหตุผลให้เขาประนีประนอมสิ่งแรกที่คุณพ่อแม่พูดมาคือเรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่ามายุ่ง ณ ตอนนั้นเนี่ยเราอาจจะเด็กก็จริง แต่เราก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในมุมหนึ่งที่ผู้ใหญ่สองคนเขาขาดสติแล้วทะเลาะกัน ผมว่าเด็กอาจจะเห็นมุมมองอะไรที่มันมีเหตุผลมากกว่าสองคนนั้น ผมก็อยากให้เขาพูดกันดีดีใจเย็นๆแล้วค่อยมาคุยกันตอนนั้นเขาทะเลาะกันหนักมากข้าวของคือแบบปิดประตูปึงปังผมไม่ชอบความรู้สึกนั้นเขาไม่ฟังสิ่งที่เราพูดเลย

เราตะโกนเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟังเขาก็ยังตะเบ็งเสียงใส่กันผมก็ใช้วิธีการไม่หยุดใช่ไหมไม่หยุดผมก็ต่อยตัวเอง ใครเห็นก็ต้องตกใจแหละ เราต่อยตัวเองหนักมากต่อยจนเลือดกลบปากตอนนั้นผมอายุประมาณ 16-17 ปีครับ ตอนนั้นเคยคิดว่าจะวิ่งไปห้องคุณตาไปเอาปืนจะมายิงขาตัวเองเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่หยุดทะเลาะกัน แต่ที่เราต่อยตัวเองปรากฏว่าเขาหยุดพี่ผลลัพธ์คือเขาหยุดผมเลยรู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการแก้ปัญหาได้หยุดทุกคนในครอบครัวได้ ยิ่งเขามาแรงเราต้องแรงมากกว่า (เพื่อทำทุกอย่างให้เป็นไปอย่างใจของเรา) ใช่ นั่นคือการแก้ปัญหาพอผมโตขึ้นมันก็ติดอันนี้มาเรื่อยๆคราวนี้ไม่ได้มีปัญหากับครอบครัวมีปัญหากับตัวเอง ข่าวดราม่าถ้าทุกวันนี้หลายคนจะออกมาแก้ต่างกับตัวเองความคิดฉันไม่ใช่แบบนั้นนะ ไม่ใช่แบบนี้นะ แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าการเงียบเป็นสิ่งที่ดีที่สุดไม่ตอบโต้แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจผิดในสิ่งที่เราสื่อออกไป ซึ่งนั่นเป็นทริกเกอร์อย่างหนึ่งในการที่ทำให้ผมดาวน์ลงเป็นซึมเศร้าอย่างสมบูรณ์แบบ ไปที่ไหนก็รู้สึกว่ามีคนมองเราในแบบที่เราไม่ได้เป็นมันทำให้เรารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาก ที่จริงเราโตมาแบบชีวิตไม่ได้เรียบง่ายทุกคนอาจจะคิดว่าผมแบบเป็นดาราแล้วดูทุกอย่างสบายแล้วผมก็ถึงออกมาพูดที่จริงผมอยากจะเรียกร้องสิ่งที่ดีขึ้นให้ทุกคนเหมือนกัน แต่มันอาจจะเป็นการสื่อสารทึ่ผิดหลังจากนั้นผมก็เริ่มเก็บตัวหมดแรงไม่อยากออกไปไหน รู้สึกว่าการหลับเป็นการที่ปิดสวิตช์แล้วไม่นึกอะไรที่ดีที่สุดทุกครั้งที่ปิดไฟก็นึกภาวนาว่าขออย่าให้ตื่นอีกเลยพี่ฝนผู้จัดการ คุณแม่ต้องแบบนั่งคุยกันว่าอย่าให้ล็อคห้องผมพูดตรงๆผมขี้ขลาดไม่กล้าฆ่าตัวตายหรอก แต่ผมคิดอยู่ตลอดเรื่องฆ่าตัวตายนะ ผมคิดแม้ตอนที่ผมขับรถอยู่ผมอยากจะหักจากทางด่วนอยากพุ่งชนเสาอยากให้มันเกิดอุบัติเหตุอะไรกับผมก็ได้ ผมไปดื่มจนถึงตีสองไม่อยากกลับบ้านจอดรถปิดกระจกขอให้มันตายเถอะแล้วก็ตื่นมา 10 โมง อ้าว .. ไม่ตายก็กลับบ้านจนวันหนึ่งผมคิดๆมันล่องจนกระทั่งมันตกใจตัวเองเพราะว่าเหมือนเราเติมความรู้สึกนี้เข้าไปทุกวัน จนเรารู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งมันเต็มแล้วอยู่ดีๆเรากล้าขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็แค่นิดเดียว

ถาม ระหว่างนั้นเราได้ไปหาหอมไหมเอ่ย
ปั้นจั่น ปรมะ : ตอนนั้นยังครับ

ถาม ซึ่งในตอนที่กำลังดิ่งและดาวน์ตอนนั้นเนี่ยเรายังกลับมาทำร้ายตัวเองอีกไหมเอ่ย
ปั้นจั่น ปรมะ : ที่จริงมีอยู่เรื่อยๆครับ ตอนนั้นไปทำงานถ่ายผมก็นั่งกำลังสงบสติอารมณ์อยู่แล้วมีคนมีขอถ่ายรูปเราแบบไม่พร้อม เราก็ต้องแบบไปถ่ายรูปพอไปถ่ายรูปเสร็จพอผมเดินกลับมาผมตบหน้าตัวเองปัง คือลั่นธนาคารเลยคนก็หันมามองผมก็แบบก้มหน้าพอผมตบแล้วมันดาวน์ลง ตอนหลังผมปรึกษาหมอมันมีทฤษฎีนะคุณหมอบอกว่าวิธีการที่เราทำร้ายร่างกายตัวเอง ส่วนหนึ่งแล้วเวลาเราทำร้ายร่างกายแล้วเรารู้สึกดีขึ้นเวลาเราเจ็บร่างกายมันจะหลั่งสารตัวหนึ่งออกมาเพื่อให้เราแบบทุเลาลง มันส่งผลถึงอารมณ์มันก็ทำให้เรารู้สึกแบบโล่ง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนะครับ

ถาม เพียงแต่ตอนนั้นปั้นจั่นอยากจะให้ใครสักคนวิเคราะห์หน่อยว่าฉันเกิดอะไรขึ้นเพราะเหตุการณ์ที่ทำร้ายร่างกายตัวเองมันหยุดได้ด้วยเหตุการณ์ใหญ่ในชีวิตเหมือนกัน
ปั้นจั่น ปรมะ : ตอนนั้นทำร้ายตัวเองเรียกว่าถี่ก็ได้นะ วันนั้นต่อยแล้วคุณแม่อยู่ด้วยชกหน้าตัวเองชกไม่หยุดคุณแม่จับมือ แล้วคุณแม่ก็ต่อยหน้าตัวเองปั้งผมช็อกเลย เพราะผมได้ยินดังปับคุณแม่ต่อยเต็มแรงแล้วเขาก็จับมือผมแล้วบอกว่าเป็นยังไง รู้สึกอย่างไรเวลาที่ลูกทำตัวเอง ผมแบบช็อกเลยร้องไห้เลยยกมือไหว้ท่วมหัวเลยแม่ปั้นขอโทษรู้แล้วว่าแม่เจ็บเวลาที่เห็นเราทำร้ายร่างกายตัวเอง

ถาม นั่นคือช่วงหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องรักษาอย่างจริงจัง
ปั้นจั่น ปรมะ : ใช่ครับ

ถาม แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ภาวะต่างๆเหล่านี้เรารับมือไหวไหม
ปั้นจั่น ปรมะ : ผมไม่กล้าบอกว่ามันดีขึ้น หายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ทุกวันนี้เรารู้เท่าทันตัวเอง รู้เท่าทันจิตใจตัวเองสถานการณ์แบบนี้พอมันเกิดเรารับมืออะไรได้ดีขึ้นสิ่งแรกที่ยึดไว้คือไม่อยากผิดหวังกับอะไรทั้งสิ้นก็เลยเลือกที่จะไม่คาดหวังกับอะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นในวันหนึ่งที่เดินออกไปผมจะไม่คาดหวังกับคน ไม่คาดหวังกับสถานการณ์ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดีพอเราไม่คาดหวังเราก็จะไม่ผิดหวัง ผมจะแค่รู้สึกว่าผมไม่เอาอดีตมาทำร้ายอนาคตจะไม่กลัวก่อน แต่อยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุดมีความสุขที่สุด ถ้าถามว่าตอนนี้มีเรื่องเครียดไหมมี .. แต่ยังมาไม่ถึงปัญหาในอนาคตมันต้องได้รับการแก้ไข แต่ถ้ามันยังแก้ไขไม่ได้ตอนนี้ก็ยังไม่ต้องแก้แต่เราเตรียมพร้อมที่จะแก้นะครับ

สามารถชมคลิป ย้อนหลัง ได้ในรายการ CLUB FRIDAY SHOW ผลิตโดย CHANGE2561 ทางยูทูป :

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิ้มไม่หุบ “เก๋ไก๋” วีดีโอคอลคุยหนุ่มฝอสุดหล่อ ลั่น ฝึกภาษาอังกฤษ…?!

ใครที่เผลอใช้ของร่วมกับผู้อื่นต้องระวัง❗️
เพราะเสี่ยงเป็นไวรัสตับอักเสบบีไม่รู้ตัว‼️

☀️ใครที่ต้องทำงานกลางแจ้ง กลางแดดต้องระวัง❗️
เพราะถึงแม้ ‘ร้อน ตับ แตก’ จะไม่มีจริง
🥵แต่ “ร้อน จน ตับ วาย” นั้นมีจริง‼️
.
📌โรคลมแดด หรือ heat stroke นั้น
เป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส🌡️
.
😵‍💫จนทำให้เกิดอาการ วิงเวียนศีรษะ สับสน
พูดไม่ชัด กระสับกระส่าย เห็นภาพหลอน
ไปจนถึงหมดสติ กดลิ้งค์รับข้อมูล อาหารเสริมบำรุงตับ จากเกาหลีเพิ่มเติ่มได้ที่ Link ด้านล่าง
https://www.tvpoolreward.com/salepageheokkaetioneoffice/contactpage

เมื่อสุขภาพดีแล้วจำเป็นต้องดูแลสุขภาพผิวด้วย
เราขอแนะนำ
โฟมล้างหน้า24พลัส หนึ่งเดียวที่มีเซรั่มสาหร่ายตัวท๊อป มาสต์ทิ้งไว้30วิ ป้องกันสิว
แล้วล้างออก เติมเซรั่มเข้มข้น 24พลัส ป้องกันเหี่ยว
หลังจากนั้นทาครีมกันแดด24พลัส ป้องกันแสงยูวีและแสงสีฟ้า
ใช้3ผลิตภัณฑ์นี้ ควบคู่ผิวหน้าของคุณจะเปลี่ยนไปทันทีที่ใช้ครั้งแรก ใช้ดีแล้วบอกต่อคนที่รัก
กดลิ้งค์รับข้อมูล โฟมเซรั่ม และครีมกันแดดและเซรั่มเข้มข้นเพิ่มเติ่มได้ที่ Link ด้านล่าง https://24plusthailand.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...