โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ำความสำคัญของโรงพยาบาลทหาร ‘เศรษฐา’ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลทหารค่ายประจักษ์ศิลปาคม อุดรธานี เล็งพัฒนาเป็นโรงพยาบาลทหารตัวอย่าง

The Structure

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 08.12 น. • The Structure

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2567 ณ โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม พูดคุยถึงประเด็นปัญหาของโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีรับฟังประเด็นปัญหาของโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ดูแลประชาชนที่เป็นผู้ป่วยนอก คิดเป็นสัดส่วน 77% ต่อปี อัตราการรักษา แพทย์ 1 คน ต่อคนไข้ 14,000 คนต่อปี และยังมีรถ Mobile ออกพื้นที่ตรวจรักษาประชาชนในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง และตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคาย

แต่ยังประสบปัญหาขาดบุคลากร ขาดอุปกรณ์ ขาดระบบไอที ขาดรถพยาบาลเคลื่อนที่ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันบุคลากรทางการแพทย์สังกัดกระทรวงกลาโหมก็ลาออกเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีโอกาสเติบโต ไม่มีโอกาสบรรจุ อัตราเงินเดือนน้อยกว่าเงินเดือนสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

ซึ่งภายหลังจากการได้รับฟังปัญหา นายเศรษฐา ทวีสินหารือร่วมกับ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งร่วมเดินทางมาด้วยกัน โดยตั้งใจจะช่วยแก้ปัญหาให้โดยเร็วที่สุด และพัฒนาเป็นโมเดลโรงพยาบาลทหารนำร่องที่อุดรฯ เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นครับ

นายเศรษฐากล่าวว่าจะไม่ลดกำลังพลในส่วนของแพทย์และพยาบาล และเทคนิคการแพทย์เนื่องจากโรงพยาบาลทหารทั่วประเทศทุกโรงพยาบาลบริการประชาชนประมาณ 70%-80% และแพทย์มีไม่เพียงพอ อย่างที่โรงพยาบาลประจักษ์ศิลปาคมมีหมอเพียง 19 คน มีจำนวนเตียงผู้ป่วย 200 เตียงแต่มีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

ตนเองได้เข้าไปสอบถามจากประชาชนผู้มาเข้ารับบริการ พบว่าประชาชนทุกคนยืนยันว่า มีความสุขมาก และการไปครั้งนี้ตนไม่ได้กำหนดไว้ในแผน ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

สำหรับเรื่องรายได้ของบุคลากรทางการแพทย์ในกองทัพนั้น ตนเองก็มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีรายได้ที่แตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นข้าราชการเมือนกัน ซึ่งก็มีการพูดคุยกับ ผบ.ทบ. เพื่อหาทางทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

นอกจากนี้ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังพบปัญหาการเบิกจ่ายในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่อีกมาก ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการหารือกับ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ทั้งนี้นั้น โรงพยาบาลทหารอยู่เครือข่ายของโครงการอยู่แล้ว

ในปัจจุบัน 70%ของผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทหารเป็นพลเรือนทำหน้าที่ดูแลประชาชนอยู่แล้ว ประชาชนสามารถขอเข้ารับการรักษาด้วยสิทธิบัตรทองได้ แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่บุคลากรที่มีไม่เพียงพออีกทั้งโรงพยาบาลทหารก็มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเติบโต ทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนได้

นายเศรษฐาย้ำว่า การลดกำลังพลจะต้องไม่กระทบต่อโรงพยาบาลทหาร และบุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...