ทะลุมิติ มาเป็นเจ้าสำนัก
ข้อมูลเบื้องต้น
เธอเป็นถึงแพทย์ทหาร…
แต่กลับต้องมาตาย
เพราะห้องทดลองข้างๆระเบิด!
แต่ทำไมเธอถึงไม่ได้ไปเกิด…
แต่กับทะลุมิติแทนละ?
**นิยายเรื่องนี้มีลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาต ให้นำไปดัดแปลง ทำซ้ำ จำหน่าย จ่ายแจก ทั้งในรูปเล่ม กระดาษ ไฟล์อิเลคทรอนิค ไฟล์เสียง หรือหนังสือเสียง ไม่ว่าจะเป็นตอนใดตอนหนึ่ง หรือทั้งเล่ม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักเขียน**
บทนำ
ลู่หนิงกำลังทดสอบระบร้านค้าออนไลน์อยู่ดีๆ ทำไหมเธอถึงได้มาอยู่ในร่างคนที่ชื่อแซ่เดียวกันกับเธอละ ไหนจะแม่ที่อ่อนแอ อนุร้ายกาจ ลูกอนุกดหัว พ่อไม่มีเวลาสนใจเพราะไปออกรบที่ชายแดนตั้งแต่เธอได้ 8 ขวบ!
บทที่1
บทนำ
“ลู่หนิงเจอกันพรุ่งนี้บ่ายโมงครึ่งนะ เธอห้ามสายด้วย” เสียงของเพื่อนสนิทเธอตะโกนตามหลังก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านหลังเลิกเรียนวิชาสุดท้าย
“ได้ ไม่สายหรอกน่า” ลู่หนิงตอบเพื่อนทั้งสองคนก่อนเดินตรงไปที่หน้ามหาลัย ตอนนี้ที่หน้าประตูมหาลัยที่เธอเรียนอยู่ไม่ค่อยมีคนพุพร่านเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้ว จึงมีนักศึกษาเดินสวนบ้างนิดหน่อยไม่ค่อยเยอะเท่าเวลาปกติ ลู่หนิงเดินคิดอะไรเพลินๆ จนมาถึงหน้าคอนโดที่ปกติถ้าไม่รีบเธอชอบเดินมากกว่าถึงมหาลัยกับคอนโดจะห่างกันเกือบยี่สิบกิโลก็เถอะ พ่อแม่ซื้อไว้ให้เธอก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังจากส่งเธอเข้ามหาลัย ขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้านเกิดที่ชานชี
ตอนนั้นเธอเสียใจมากทำให้เวลาเข้าเรียนไม่ค่อยมีสมาธิ และเรียนไม่รู้เรื่องจนตามเพื่อนไม่ทัน แต่ในช่วงเวลาที่เธอโดดเดี่ยว ก็ได้ ฟ่านหลินจิน และ ชวีหยุนชิง มาช่วยดึงเธอออกจากความเศร้า จนกลายเป็นเพื่อนซี้กันมาจนถึงทุกวันนี้ นี้ก็ผ่านมา 7 ปีแล้ว อีก 2 เดือน พวกเธอก็จะจบมหาลัยกันแล้ว ที่เรียนนานถึง 7 ปี เพราะพวกเธอเรียนควบ 2 คณะ คือ แพทย์ และ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ ฟังดูเหลือชื่อแต่พวกเธอผ่านมันมาด้วยกันจนใกล้จะจบแล้ว เหลือแค่ส่งงานชิ้นสุดท้าย คืองานวิจัยสร้างระบบ
แต่ละกลุ่มล้วนทำไม่ซ้ำกัน กลุ่มพวกเธอเลือกทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ สินค้ามีให้เลือกหลากหลาย ครบทุกหมวดหมู่ ตอนทำครั้งแรกพวกเธอไม่คิดว่าจะไปได้สวยขนาดนี้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ร้านค้าที่มาร่วมขายในแพตฟอร์มของพวกเธอมีมากกว่าหนึ่งล้าน ร้านเข้าไปแล้ว พรุ่งนี้เป็นการตรวจเช็คระบบรอบสุดท้ายก่อนส่งศาสตราจาร์ย
แอ๊ด
ลู่หนิงเปิดประตูเข้าห้องก่อนเดินตรงไปที่โซฟาตรงห้องรับแขก วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวนอนลงที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้าก่อนหลับไปทั้งอย่างนั้น ภายในห้องตกสู่ความเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท หลังจากลู่หนิงหลับไปได้ไม่นานก็มีประกายแสงสีม่วงออกจากกำไลหยกที่ข้อมือซ้ายที่่ได้มาจากวัดแถวบ้านเกิดเมื่อ 3 ปีก่อน วันนั้นลู่หนิงไปทำบุญให้พ่อแม่เธอกับเพื่อนซี้ฟ่านหลินจิน และชวีหยุนชิง
ตอนที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถของชวีหยุนชิงที่หน้าวัดก็เจอแม่ชีท่านหนึ่งกำลังกวดลานวัดอยู่แถวประตูทางออกและท่านได้เรียกพวกเธอไว้ ท่านหมอบกำไลหยกเนื้อเนียนละเอียดสีม่วง ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากลายหยกเป็นกำไลที่ไม่สะดุดตาวงหนึ่ง ทั้งสามวงหน้าตาเหมือนกันทุกระเบียบนิ้ว ท่านมอบให้พวกเธอคนละวง แล้วเดินจากไปโดยที่ไม่พูดอะไร จะคืนก็คืนไม่ได้ ลู่หนิง ฟ่านหลินจิน และ ชวีหยุนชิง เลยปรึกษากันจนได้ข้อสรุปว่าในเมื่อผู้ใหญ่ให้ของเราควรรับไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
พวกเธอลองใส่กำไลที่ได้มา ปรากฏว่าถอดออกไม่ได้ ลองถอดหลายวิธีจนแขนแดงเถือกก็ถอดไม่ได้เลยได้แต่ปล่อยไว้แบบนั้นจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว แสงสีม่วงสว่างไม่นานก็เลือนหายไปแบบเงียบๆ ภายในห้องก็ตกสู่ความมืดมิดอีกครั้ง
กริ๊งงงงงง
“อือออ” ลู่หนิงยกมือขึ้นไปบนหัวเตียงด้วยความเคยชิน ควันหาที่มาของเสียงอยู่สักพักกลับหานาฬิกาไม่เจอ ลู่หนิงจึงลืมตาขึ้นด้วยสีหน้างัวเงียเพื่อมองหา ถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเธอหลับบนโซฟาที่ห้องโถงนั้นเอง
“อือ หลับที่โซฟาอีกแล้วหรอเรา” ลู่หนิงลุกขึ้นนั่งสักพักก็เดินไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ห้องนอน และหยิบผ้าเช็ดตัวเดินพึมพำร้องเพลงเข้าห้องน้ำเตรียมตัวไปหาฟ่านหลินจิน และ ชวีหยุนชิงที่มหาลัย เพราะเธอตั้งนาฬิกาไว้เที่ยงครึ่ง ขืนไปสายยัยหลินจินก็บ่นหูชากันพอดี
13.20 ณ มหาลัยX
“แฮ่ก แฮ่กๆ”
ลู่หนิงรีบวิ่งมาที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปห้องทดสอบระบบของมหาลัยด้วยความเร็วแสง เสียงฮอบเหนื่อยดังมาเป็นระยะ ถ้าระยะทางแค่หน้ามหาลัยมาที่ตึกทดสอบระบบลู่หนิงจะไม่มีอาการเหนื่อยฮอบให้เห็นเลย เพราะเธอกับเพื่อนซี้ทั้งสองออกกำลังกายและฝึกตามกฎของกองทัพอย่างเคร่งครัด
ใช่แล้ว! พวกเธอเป็นแพทย์ทหารเข้ากองทัพตั้งแต่เรียนจบแพทย์เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ยายหยุนชิงดันอยากเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เพิ่มจึงชวนแกมบีบบังเธอกับหลินจิน ให้มาเรียนเป็นเพื่อนเพราะยายหยุนชิงอยากไม่อยากเรียนคนเดียวนะสิ
แต่! เธอวิ่งมาตั้งแต่คอนโดเลยนะสิ ระยะจากคอนโดมาที่มหาลัย เกือบ 20 กิโล ทำไมเธอถึงได้วิ่งมานะเหรอ ใช่เธอไม่ทันรถ และถ้ารอรถรอบต่อไปต้องไม่ทันเวลาแน่ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีสักคัน เธอเลยตัดสินใจวิ่งมาด้วยประการฉะนี้
ติ่ง
“แฮ่ก! เหนื่อยฉิบหายเลย” ลู่หนิงบ่นก่อนเดินเข้าลิฟต์แล้วกดชั้น 7 เพื่อไปยังห้องทดสอบระบบ สักพักลิฟต์ก็มาถึงจุดหมาย
ลู่หนิงเดินออกจากลิฟต์มาก็เจอกับทางแยกซ้าย-ขวา เธอเดินเลี้ยวไปทางซ้ายด้วยความเคยชินเพราะเธอใช้เวลาอยู่ในห้องนี้มากกว่าที่บ้านเธอซะอีก ส่วนด้านขวาเป็นห้องทดลองคณะเคมีอุตสาหกรรม
“ไง มาได้แล้วหรอยายหนิงหนิง” ฟ่านหลินจินสาวแซ่บประจำกลุ่มทักทายลู่หนิงที่ยืนฮอบอยู่หน้าประตูด้วยสภาพดูไม่จืด
“ทำไมแกดูเหนื่อยขนาดนั้นวะหนิงหนิง สภาพเหมือนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา” ชวีหยุนชิงเอ่ยถามอย่าอดไม่ได้ เพราะสภาพลู่หนิงตอนนี้ ไม่น่ามองจริงๆ
“ไม่ได้ไปฟัดกับหมา แต่! วิ่งมาจากคอนโดนะสิ! เหนื่อยฉิบหายเลย” ลู่หนิงเดินมาหยุดที่โต๊ะประจำของเธอ ก่อนกดเปิดเครื่องเพื่อเริ่มทำงาน แต่ในขณะที่เธอกำลังก้มลงเพื่อเปิดเครื่องก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
ตูม!
เสียงระเบิดดังมาจากห้องข้างๆ ลู่หนิงรีบหมอบลงไปใต้โต๊ะทันที
ตูม! ตูม!
เสียงตูมที่สองและสามตามมาลู่หนิงก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วรู้แค่ว่าร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัส ก่อนภาพทุกอย่างจะมืดดับไปลู่หนิงมองไปที่ฟ่านหลินจิน และ ชวีหยุนชิงทั้งสองคนโดนแรงระเบิดอัดไปที่ผนังห้องอยู่ในสภาพเหวอะหวะน่ากลัว เธอคิดว่าสภาพเธอในตอนนี้น่าจะไม่แตกต่างจากเพื่อนชี้เท่าไหร่ ลู่หนิงประครองสติได้แค่นั้นแล้วภาพทุกอย่างก็ตัดไป
ยืนยันตัวตนสำเร็จ…
เริ่มติดตั้งระบบ…
ติดตั้งระบบเสร็จสิ้น…
“เจ็บ เจ็บฉิบหายเลย” ลู่หนิงพยายามฝืนความเจ็บปวดตามร่างกายเพื่อมองว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนสวรรค์หรือนรก
โครม!
เสียงอะไรสักอย่างตกจากที่สูงตามด้วยเสียงตื่นเต้นดีใจของผู้หญิงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่ลู่หนิงกลับไม่ค่อยได้ยินเหมือนเสียงนั้นอยู่ไกล และตอนนี้เธอปวดหัวและปวดตามร่างกายเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะมีภาพเหมือนความทรงจำแต่ไม่ใช่ของเธอประดังเข้ามาจนลู่หนิงสลบไปอีกรอบ
“คุณหนู! เสี่ยวไฉ เสี่ยวไฉ คุณหนู เมื่อกี้คุณหนูฟื้นแล้ว!” เสียงสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มเรียกสาวใช้อีกคนที่กำลังนั่งร้องไห้เงียบๆ ตรงมุมห้อง เมื่อเสี่ยวไฉได้ยินก็ดวงตาเป็นประกายเริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้ว ไม่มีใครสนใจถังน้ำที่ทำหล่นไว้ที่หน้าประตูห้องนอนของคุณหนูพวกนางอีกเลย ทั้งสองรีบเดินไปที่ข้างเตียงคุณหนูของพวกนางเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างด้วยสีหน้ามีความหวัง
เหตุการณ์ก่อนที่ลู่หนิงจะหมดสติไปเป็นเพราะไปมีเรื่องกับคุณหนูรองลู่อิงอิงลูกของอนุเสี่ยว เสี่ยวจางมิ่ง ลู่อิงอิงมีพลังธาตุลมขั้นสามแต่คุณหนูใหญ่ลู่หนิงที่เป็นบุตรภรรยาเอกอยู่เพียงขั้นสอง เหมือนสวรรค์แกล้งยังมีธาตุทั้งห้าอย่างดิน น้ำ ลม ไฟ และทอง
ผู้ถือครองธาตุทั้งห้านับว่าเป็นสวะของทั้งสามอณาจักร เมฆา ปักษา และมหานที เลยก็ว่าได้เพราะไม่สามารถฝึกพร้อมกันทั้งห้าธาตุได้จึงต้องเลือกฝึกได้แค่หนึ่งธาตุเท่านั้น และยังทำให้การฝึกพลังช้ากว่าคนอื่นถึงสามเท่า อีกทั้งธาตุที่ลู่หนิงเลือกฝึกคือธาตุไฟลู่หนิงจะสู้ลู่อิงอิงได้อย่างไร สู้กันยังไม่ถึงสามกระบวนท่าลู่หนิงก็โดนลู่อิงอิงซ้อมจนบาดเจ็บปางตายแล้ว
คุณหนูรองลู่อิงอิงชอบมาหาเรื่อง ทั้งที่คุณหนูของพวกนางไม่ได้อยากจะพูดคุยกับนางแท้ๆ เป็นนางที่เข้ามาหาเรื่องถึงเรือนแล้วลงไม้ลงมือกับคุณหนูของพวกนางจนตกสระบัวที่ท้ายเรือน! คุณหนูของนางถึงได้หัวกระแทกโขดหินริมสระบัวแล้วตกลงไปในน้ำ!
กว่าจะตามคนมาช่วยได้คุณหนูของนางก็กลืนน้ำไปหลายคำแล้ว ท่านหมอที่มาตรวจอาการต่างบอกว่าไม่มีทางรอดแล้ว เนื่องจากภายในบอบช้ำหนักเอาการศีรษะด้านข้างปริแตกทำให้เสียเลือดมาก
มีอยู่ช่วงหนึ่งคุณหนูไม่หายใจแล้วจริงๆ พวกนางตกใจและเสียใจเป็นอย่างมากเสี่ยวไฉทรุดลงที่มุมห้องร้องไห้ออกมาเงียบๆ
เสี่ยวซวงร้องไห้อยู่สักพักก็ตั้งสติได้จึงออกไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้คุณหนูเป็นครั้งสุดท้ายถึงจะไปแจ้งฮูหยิน ด้วยไม่อยากให้เรื่องที่คุณหนูตกน้ำไปถึงหูฮูหยิน เพราะเดิมร่างกายฮูหยินก็อ่อนแอจนแทบจะลงจากเตียงไม่ได้
นับตั้งแต่ท่านแม่ทัพลู่เชียวหลานและคุณชายใหญ่ลู่หยางนำทัพออกศึกที่ชายแดนติดกับอณาจักรเมฆาเมื่อ6ปีก่อน หลังจากนั้นอนุเสี่ยวก็ยึดอำนาจดูแลจวนไปทั้งสิ้น
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาลู่อิงอิงก็เริ่มหาเรื่องมารังแกลู่หนิงไม่เว้นแต่ละวันและเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยกลัวว่าฮูหยินจะรับเรื่องนี้ไม่ไหวเสี่ยวซวงและเสี่ยวไฉจึงเลือกเก็บไว้เป็นความลับตามคำสั่งของคุณหนู รวมถึงเรื่องที่ลู่หนิงตกน้ำด้วย
ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าคุณหนูของนางจะสิ้นลมเร็วปานนี้ แต่! เมื่อครู่นางได้ยินเสียงคุณหนูพึมพลัมอะไรสักอย่างถึงเสียงจะไม่ดังมากแต่นางได้ยิน!
เสี่ยวไฉยกมือขึ้นสัมผัสใต้จมูกคุณหนูของนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วเบาร่างกายก็สั่นไหวด้วยความดีใจ
“เสี่ยว… เสี่ยวซวง! คุณ… คุณหนูยังไม่ตาย! สวรรค์! ขอบคุณสวรรค์”
*สวัสดีนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ ไรท์อัพทุกวันวันละ 2 ตอนนะคะ*
ฝากเป็นกำลังใจ และติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ
บทที่2
ลู่หนิงมาที่โลกใบนี้ได้หนึ่งเดือนแล้ว หลังจากที่ลู่หนิงพื้นขึ้นมาและสลบไป สามวันให้หลังลู่หนิงก็ฟื้นขึ้นมาในช่วงกลางดึกลู่หนิงนอนทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมวนซ้ำไปมาเงียบๆ จนเริ่มทำใจได้แล้วว่า เธอทะลุมิติมาจริงๆ แถมยังพ่วงระบบร้านค้าออนไลน์ที่พวกเธอสร้างขึ้นจากโลกเดิมมาด้วย!
ในตอนที่ลู่หนิงกำลังนอนทบทวนความทรงอยู่ดีๆ เธอก็คิดถึงระบบร้านค้าออนไลน์ด้วยความเคยชิน แต่มันดันเปิดระบบตัวเองขึ้นมาเป็นหน้าจอโปร่งแสงที่หน้าตาเหมือนเว็บไซต์ขายสินค้าที่พวกเธอเป็นคนสร้างที่โลกเดิมไม่มีผิดเพี้ยน!
ตรงหน้าจอด้านซ้ายมีแถบเมนูให้เลือกหมวดหมู่สินค้า ด้านบนแถบหมวดหมู่สินค้าเป็นช่องค้นหาสินค้า ส่วนด้านขวาโชว์สินค้าและรายละเอียดสินค้าต่างๆ
แต่! ด้านล่างกลับมีช่องเพิ่มขึ้นมาสี่ช่อง ช่องแรกคือช่องขายสินค้าลู่หนิงลุกขึ้นจากเตียงเดินไปหยิบเครื่องประดับในกล่องเก็บสมบัติของร่างเดิมที่โต๊ะแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ ด้วยกลัวว่าสาวใช้สองนางที่นอนเบียดกันบนเตียงหน้าห้องชั้นนอกเพื่อเฝ้าเธอด้วยความเป็นห่วงตื่นขึ้นมา
นับว่าลู่หนิงคนเดิมฉลาดอยู่บ้างนางแยกเครื่องประดับออกเป็นสองกล่อง แยกของที่มีราคากับมีราคาแต่ไม่มากออกจากกันแล้วซ่อนกล่องที่มีค่าเอาไว้ในช่องลับตรงหัวเตียง ช่องลับนี้พี่ชายของนางทำให้นางโดยเฉพราะจึงมั่นใจได้ว่าไม่มีใครรู้นอกจากนางกับลู่หยางผู้เป็นพี่ชาย
ลู่หนิงเปิดกล่องเลือกชิ้นที่ดูแล้วไม่ค่อยมีราคามาหนึ่งอันลองวางขายดู ปรากฏว่าระบบตีราคาให้อัตโนมัติ ปิ่นปักผมชิ้นนั้นขายได้ถึงสิบสองตำลึง
ช่องที่สองคือช่องรับสินค้า ลู่หนิงลองนำเงินขายปิ่นปักผมชิ้นนั้นไปซื้อยาแก้วปวดสองตำลึง ยาสมานแผลสามตำลึง และชุดเย็บแผลห้าตำลึงกับอีก6อีแปะ ทำให้ตอนนี้เหลือเงินหนึ่งตำลึงกับอีกสี่อีแปะ ลู่หนิงหยิบเอาของออกมาวางไว้ที่โต๊ะก่อนเลื่อนดูช่องถัดไป
ช่องที่สามคือช่องรับเงิน ลู่หนิงลองกดถอนเงินออกมาหนึ่งตำลึง สักพักก็มีก้อนเงินตำลึงปรากฏขึ้นที่ช่องนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ ลู่หนิงหยิบเงินตำลึงก้อนนั้นขึ้นมากัดเพื่อทดสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่ เมื่อลองกัดลงไปที่ก้อนเงินตำลึงดวงตาของลู่หนิงก็เป็นประกายวิบวับทันทีและยิ้มออกมาเหมือนคนโรคจิตอยู่บ้าง
พระเจ้า ของจริง!
ช่องที่สี่คือช่องเก็บสินค้า เก็บได้มาสุดหนึ่งร้อยชิ้นลู่หนิงวางเงินหนึ่งตำลึงไว้ที่ช่องนั้น กลับพบว่ามีตารางเล็กๆ ปรากฏขึ้นข้างช่องเก็บสินค้าเป็นรูปเงินตำลึง
พระเจ้า! มันมหัศจรรย์จนลู่หนิงคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้ว สินค้าในโลกก่อนมีขายทุกอย่างน่ามหัศจรรย์แล้ว แต่กลับมีสินค้าของโลกใบนี้วางขายด้วยมีตั้งแต่สินค้าทั่วไปจนถึงยาและอาวุธระดับตำนานเลยทีเดียว
ระดับพลังของโลกใบนี้แบ่งออกเป็นสิบสองขั้น ขั้นหนึ่งถึงสิบเรียกขานตามลำดับ ขั้นสิบเอ็ดเรียกระดับปรมจารย์ ขั้นสิบสองเรียกระดับตำนาน แต่ละขั้นมีสามระดับย่อยคือ ระดับต้น ระดับกลาง และ ระดับสูง
ระดับผู้ฝึกพลังทั่วไปจะอยู่ที่ชั้นหกก็ถือว่าเก่งกาจมากแล้ว ผู้ที่สามารถบรรลุถึงขั้นสิบมีน้อยจนนับนิ้วได้ ส่วนผู้ที่สามารถบรรลุถึงระดับปรมจารย์ยิ่งน้อยจนเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรด้วยช้ำ และตำนานยิ่งมีน้อยจนนึกว่ามีแต่ในตำนานจริงๆ!
หลังจากลู่หนิงทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของเจ้าของร่างเดิมอยู่สักพัก ลู่หนิงสรุปออกมาได้ว่าวิญญาณเธอในตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของลู่หนิงชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ
นางเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพประจิม อายุสิบสี่ปีเจ็ดเดือน บิดานามว่าลู่เชียวหลานรับตำแหน่งแม่ทัพประจิมเป็นระดับพลังขั้นเจ็ดระดับสูง เก่งกาจด้านการนำทัพจับศึกเป็นอย่างมากมิความคิดบุรุษเป็นใหญ่ ในตอนที่มารดาของลู่หนิงกำลังตั้งครรภ์นางได้หนึ่งเดือนบิดาของนางได้รับราชโองการให้นำทัพไปปราบโจรภูเขาและได้ช่วยคุณหนูหน้าตาสะสวยนางหนึ่งนามว่าเสี่ยวจางมิ่งจากกลุ่มโจรที่กำลังปล้นรถม้าของนางกลับมาด้วย
หลังจากมารดาทราบเรื่องก็ต่อว่าบิดาจนทั้งสองทะเลาะกันใหญ่โตถึงขั้นแตกหัก สามวันให้หลังบิดาก็รับเสี่ยวจางมิ่งเป็นอนุและไม่มาหามารดานางอีกเลยถ้าไม่มีเรื่องสำคัญ แต่ยังดีที่บิดารักนางกับพี่ชายมากของที่ควรมีก็มีไม่เคยขาด ถึงตอนทดสอบพลังของนางจะทำให้บิดาขายหน้าแต่บิดากลับไม่เคยรักนางน้องลงเลย กลับกันยิ่งสรรหาของล้ำค่าในการฝึกพลังมาให้นางอยู่เสมอ
หลังจากนั้นประมาณสองเดือนอนุเสี่ยวก็ตั้งครรภ์ลู่เยียน บิดานางก็รับสาวชาวบ้านนามซินอู๋หลินมาเป็นอนุอีกหนึ่งคนนั้นยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและมารดาแย่ลงไปอีก
มารดาของนางนามว่าลู่เหลียนฮวา สกุลเดิมแซ่ฮัวเป็นตระกูลคหบดีมั่งมีตระกลูหนึ่งเปิดกิจการค้าขายผ้าไหม และมีพี่ชายมารดาเดียวกันนามว่าชื่อลู่หยางอายุยี่สิบเอ็ดปีรับตำแหน่งรองแม่ทัพประจิมอยู่ตอนนี้
เสี่ยวจางมิ่งมีบุตรชายหนึ่งคนนามว่าลู่เยียนอายุสิบสี่ปีเท่าลู่หนิงแต่เกิดหลังนางสองเดือน และบุตรสาวหนึ่งคนคือลู่อิงอิงอายุสิบสามปีนิสัยขี้อิจฉาริษยาเจ้าแผนการทั้งพี่ทั้งน้อง
ส่วนซินอู๋หลินมีบุตรสาวแค่หนึ่งคนนามว่าลู่อิน อายุสิบสามปีเกิดหลังลู่อิงอิงสามเดือนเป็นคุณหนูเล็กของบ้านนิสัยเงียบขรึมเจ้าแผนการชอบวางตนเป็นผู้เฒ่าหาปลาทั้งแม่ทั้งลูก
น้องสาวทั้งสองวางตัวเรียบร้อยอ่อนหวานต่อหน้าบุคคลอื่น แต่หลับหลังกลับขี้อิจฉาริษยา ชอบรังแกลู่หนิงและแอบมาลงไม้ลงมือกับลู่หนิงบ่อยครั้ง ลู่อินชอบยุยงให้ลู่อิงอิงมาแย่งเครื่องประดับของมีค่าจากลู่หนิงเป็นประจำ ยามท่านลุงฮัวม่อเก๋อมาเยี่ยมลู่หนิงกับมารดามักนำเครื่องประดับหรือของมีค่ามามอบให้เสมอ ทำให้ลู่หน้งไม่ต้องพึ่งพาเงินจากจวนแม่ทัพ
นับตั้งแต่เสี่ยวจางมิ่งยึดอำนาจดูแลจวนและซื้อตัวบ่าวไพร่ เงินส่วนของนางกับมารดาก็ไม่เคยได้รับแม้แต่อีแปะเดียว