โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดข้อมูล DCC 1% กับ FX Rate 2.5% เลือกรูดจ่ายแบบไหนดีกว่ากัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. 2567 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2567 เวลา 06.37 น.

เปิดข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในต่างประเทศ ผู้ถือบัตรเลือกเสียค่าธรรมเนียม “DCC Fee 1%” กับ “FX Rate 2.5%” แบบไหนคุ้มค่า/หรือดีกว่ากัน เพราะสาเหตุใด หลังวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด จ่อเก็บ DCC Fee 1 พ.ค.นี้

วันที่ 11 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สถาบันการเงิน ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์) ผู้ให้บริการบัตรเครดิต มีการประกาศเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท Dynamic Currency Conversion Fee (DCC Fee) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

โดยรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์การ์ดเพื่อชำระค่าสินค้า หรือบริการด้วยสกุลเงินบาท ณ ร้านค้า ในต่างประเทศ ร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียน ในต่างประเทศ และการกดเงินสดที่เลือกเป็นสกุลเงินบาทผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศ จะถูกเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมการ แปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท” ในอัตรา 1% ของยอดใช้จ่ายและยอดกดเงินสดในสกุลเงินบาท

ซึ่งประเด็นดังกล่าวกลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมจาก DCC อีก 1% และค่าธรรมเนียมค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน หรือ “FX Rate” ในอัตราไม่เกิน 2.5% ยังต้องจ่ายอยู่หรือไม่นั้น ทำให้ผู้ถือบัตรหรือคนทั่วไปเกิดความสับสนระหว่างค่า DCC และ FX Rate แตกต่างกันอย่างไร และผู้บริโภคมีทางเลือกหรือไม่

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามแหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน ได้อธิบายถึงข้อแตกต่าง ระหว่าง “ค่าธรรมเนียมค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน หรือ FX Rate ในอัตรา 2.5% กับ “ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท หรือ DCC Fee ในอัตรา 1% ในฐานะผู้บริโภค หรือผู้ถือบัตรควรเลือกใช้จ่ายในต่างประเทศแบบไหนดี

-ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน คือ Foreign Exchange fee หรือ FX Rate ซึ่งค่าธรรมเนียม 2.5% จะเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ถือบัตรนำบัตรไปใช้จ่ายต่างประเทศและรูดเป็นสกุลต่างประเทศ เช่น เยน-ญี่ปุ่น 100 เยน ค่าธรรมเนียม 2.5% จะถูกคำนวณตามการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในรายการรูดดังกล่าว

-ค่าการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท คือ Dynamic Currency Conversion Fee หรือ DCC Fee ซึ่งค่าธรรมเนียม 1% จะเกิดขึ้นกรณีที่ผู้ถือบัตรไปใช้จ่ายด้วยสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าในต่างประเทศ หรือร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ อาทิ Netflix, Agoda, Youtube หรือ Facebook เป็นต้น

กรณีหากลูกค้านำบัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด ไปใช้จ่ายในต่างประเทศลูกค้าสามารถเลือกได้จะรูดเป็นสกุลต่างประเทศนั้น ๆ และเสียค่าธรรมเนียม FX Rate ไม่เกิน 2.5% หรือจะแปลงเป็นสกุลเงินบาท จะถูกเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1% โดยลูกค้าสามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้

อย่างไรก็ดี มองว่าลูกค้าที่ไปต่างประเทศ แนะนำให้รูดเป็นเงินสกุลต่างประเทศ จะคุ้มค่ากว่า แม้ว่าธนาคารเจ้าของบัตร (Issuing Bank) จะเรียกเก็บ 2.5% แต่ก็จะเห็นว่าธนาคารจะมีสิทธิประโยชน์ หรือ campaign cash back, double point ต่าง ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งราคาอ้างอิง (mark up) ตัวนี้ก็ส่งคืนให้ลูกค้าอยู่ดี

แต่กรณีลูกค้าเลือกเป็นสกุลเงินบาทเสีย 1% ลูกค้าอาจจะทราบยอดเงินที่ต้องชำระในสกุลเงินบาททันที แต่ลูกค้าจะไม่มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงเมื่อเทียบกันแล้วในท้ายที่สุดลูกค้าอาจจะต้องชำระเงินมากกว่าการเลือกใช้สกุลเงินต่างประเทศ เนื่องจากธนาคารเจ้าของบัตรไม่สามารถรู้รายละเอียดในการ mark up (ราคาอ้างอิง) ของร้านค้าและธนาคารเจ้าของเครื่องได้

“วิธีการกรณีลูกค้าไปญี่ปุ่นและรูดเป็นสกุลเงินเยน ร้านค้าจะเรียกเก็บเป็นเยนมาที่ธนาคาร ซึ่งเราก็นำมาแปลงคำนวณเป็นสกุลเงินบาท จึงเกิดเป็นค่า FX Rate 2.5% ซึ่งเป็นอัตราเพดาน แต่เฉลี่ยอุตสาหกรรมจะเรียกเก็บอยู่ที่ 2% แต่บางธนาคารที่มีห้องค้าที่สามารถบริหารเงินได้ดีอาจจะเรียกเก็บน้อยกว่า แต่ธนาคารที่ไม่มีห้องค้าอาจจะเก็บตามเพดาน เพราะระหว่างการเรียกเก็บจากร้านค้ามาถึงธนาคารช่วงเวลาแตกต่างกันค่าเงินอาจจะแกว่งขึ้นลงได้ ซึ่งการรูดแบบนี้ลูกค้าสามารถได้รับคะแนนสะสมและโปรโมชั่นต่าง ๆ ตามแต่ละธนาคารเสนอลูกค้า

ส่วนกรณี ลูกค้ารูดและต้องการแปลงจากสกุลเยน เป็น เงินบาท ธนาคารเจ้าของเครื่อง (Acquiring Bank/DCC Provider) จะทำการ markup หลังบ้าน และมาเรียกเก็บเป็นเงินบาทได้เลย ซึ่งการ markup เราไม่สามารถรู้รายละเอียดได้เลย และเมื่อปริมาณธุรกรรมลูกค้าเยอะขึ้น ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้จากการเรียกเก็บ 1% จึงต้องให้ลูกค้าจ่ายในส่วนนี้ ดังนั้น สุทธิแล้วจ่าย 2.5% จะคุ้มกว่า เพราะ 1% ไส้ในบวกเพิ่มในสิ่งที่เราไม่สามารถรู้ แม้ว่าจะดูตัวเลข 2.5% เยอะกว่า 1% ก็ตาม”

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคาร ผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิต และวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด เข้ามาหารือในเรื่องของการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม DCC Fee 1% ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค.นี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดข้อมูล DCC 1% กับ FX Rate 2.5% เลือกรูดจ่ายแบบไหนดีกว่ากัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...