โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เข้มมาตรการ ‘อากาศสะอาด’ สั่งโรงงานใน กทม. 156 แห่ง อัปเกรดเทคโนโลยีดักมลพิษ ดีเดย์ 1 ก.ค. นี้

Thai PBS

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Thai PBS

กทม. เผย แนวโน้มฝุ่น PM 2.5 ปี 2569 ดีขึ้น จับมือ กระทรวงอุตสาหกรรม จัดการมลพิษทางอากาศทั้งระบบ ครอบคลุมการคมนาคม โรงงาน เกษตร หวัง คุ้มครองสุขภาพประชาชน

วันนี้ (6 ม.ค. 69) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุถึงความร่วมมือกับ กระทรวงอุตสาหกรรม ในการ “ยกระดับมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” เดินหน้าแก้ปัญหา PM2.5 ทั้งระบบ ครอบคลุมยานพาหนะ โรงงาน และการคุ้มครองสุขภาพประชาชน

พร้อมย้ำถึงภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปีนี้ พบว่า มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งในด้านจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน และค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่น โดยเป็นผลจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ พร้อมเน้นย้ำว่า สถานการณ์ฝุ่นแม้ว่าจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่วางใจ ต้องดูยาว ๆ ตลอดทั้งเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ซึ่งแนวโน้มจะดีขึ้นเป็นลำดับเนื่องจากอากาศที่เปิดมากยิ่งขึ้น

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“ผมขอขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรมที่ร่วมมือกันกำกับดูแลแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการทำงานอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพระหว่าง กทม. และกระทรวงอุตสาหกรรม โดยคาดหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอากาศสะอาดสำหรับหายใจ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานครได้อย่างยั่งยืนต่อไป”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ผู้ว่าฯ กทม. ยังเผยว่าสถานการณ์ฝุ่น กทม. มีแนวโน้มดีขึ้น สามารถกล่าวได้ว่าเกิดจากความร่วมมือจากทุกหน่วยงานอย่างเข้มแข็ง ดังนี้

  • ลดการเผาพื้นที่เกษตรได้ โดยอาศัยการความร่วมมือข้ามจังหวัด ลดฝุ่นจากต้นทางเช่น จ.นครนายก และ จ.ปราจีนบุรี ให้ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร โดยข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) พบว่า จำนวนจุดเผาในพื้นที่ดังกล่าวลดลง 28% ความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหลายจังหวัดช่วยลดผลกระทบของฝุ่นจากพื้นที่ต้นลมได้อย่างเป็นรูปธรรม

  • ห้ามปล่อยรถควันดำเกิน 20% (เดิม 30%) โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้ปรับค่ามาตรฐานควันดำให้เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การตรวจจับมีประสิทธิภาพ สามารถจับกุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3.5 เท่า

  • ตรวจรถในไซต์ก่อสร้าง สถานประกอบการ รถที่ใข้งานต้องลงทะเบียนบัญชีสีเขียว ค่าควันดำต้องไม่เกินมาตรฐาน

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านโครงการ “รถคันนี้ลดฝุ่น” มีรถเข้าร่วมโครงการแล้ว 186,095 คัน สามารถช่วยลดการปล่อยมลพิษจากภาคการจราจรได้ 9.3 %

  • WFH ช่วยลดรถ ลดฝุ่น ประกาศใช้เมื่อ 4 ธ.ค. 2568 มีส่วนช่วยลดปริมาณการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเห็นผล โดยพบว่าสามารถลดปริมาณการจราจรเฉลี่ยได้ 8.5% ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงจากค่าเฉลี่ย 47.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เหลือ 19.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ธ.ค. หรือคิดเป็นการลดลง 58%

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียว เสริมการป้องกันฝุ่น ภายใต้นโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น ปัจจุบันปลูกต้นไม้ไปแล้วรวม 2,326,667 ต้น เป็นไม้ยืนต้น 1,377,340 ต้น โดยในจำนวนนี้มี 932,452 ต้น ที่ปลูกเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพื่อทำหน้าที่เป็นกำแพงสีเขียวช่วยลดฝุ่นที่พัดมาจากจังหวัดต้นลม นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มสวน 15 นาทีแล้วรวมทั้งสิ้น 441 แห่ง

ขณะที่ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การร่วมมือกับ กทม. แก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบผ่าน 3 มาตราการเชิงรุก ได้แก่

  • อัปเกรดการกํากับโรงงาน รื้อฐานความคิดเดิมที่บังคับใช้มาตรฐานการปลดปล่อยมลพิษเท่ากันทุกพื้นที่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทและการขยายตัวของชุมชนเมือง จึงยกระดับมาตรฐานค่า Emission มลพิษอากาศของโรงงานใน กทม. ที่เข้มกว่ามาตรฐานทั่วไป โดย โรงงานใน กทม. ต้องควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของหม้อน้ำและหม้อต้ม ให้ฝุ่นไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับเชื้อเพลิงก๊าซและไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สําหรับเชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 62%) พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีการกํากับการปลดปล่อยมลพิษอากาศโรงงานในกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ CEMS (Continuous Emission Monitoring System) ที่ครอบคลุมโรงานมากกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยจะกำหนดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. 2569 (จากเดิมที่ต้องติดตั้ง 8 โรงาน) ให้ครอบคลุมโรงงานขนาดใหญ่ มากกว่า 156 โรงงาน ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงและติดตามการระบายมลพิษอากาศของโรงงานดังกล่าวได้ทุกโรงงานแบบตลอดเวลา หากมีค่ากำหนดที่เกินก็จะให้เร่งแก้ไขปรับปรุง

  • การยกระดับมาตรฐานยานยนต์ โดยได้บังคับใช้กฎหมายมาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 6 กับรถยนต์ ขนาดเล็กเครื่องยนต์เบนซิน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2568 และรถยนต์ขนาดใหญ่เครื่องยนต์เบนซิน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา นอกจากนี้กระทรวงฯยังสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าผ่านมาตรการ EV3.5 และการลดภาษีสรรพสามิตของ รัฐบาลโดยเน้นการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

  • ควบคุมการเผาอ้อย เพื่อนำไปสู่ “อ้อยไทย ไร้เผา” ให้เงินช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการอุดหนุนการตัดอ้อยสดและการรับซื้อใบอ้อย วางเป้าหมายอ้อยเผาทั้งประเทศไม่เกิน 10% และให้โรงงานหยุด รับอ้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 เพื่อลดปริมาณรถบรรทุก และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

“ส่งการบ้านต่อให้คนกรุงเทพฯ ฝากท่านผู้ว่าฯ ตอนนี้มาตรการครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน เห็นผลเป็นที่ประจักษ์ว่ามีอากาศที่ดีขึ้น ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าใจ ทั้งโรงงาน ทั้งช่าวไร่ ทั้งบริษัทรถยนต์ ผู้ใช้รถยนต์ และที่สำคัญทางโรงงานน้ำตาลต่าง ๆ ที่เข้าใจในการอยู่ร่มกันอย่างสมดุล”

ณัฐพล รังสิตพล

นอกจากนี้ กระทวงอุตสาหกรรม ยังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการแก้ไขปัญหาโดยให้ความสำคัญกับการลดการเผาอ้อยทั้งก่อนและหลังการ เก็บเกี่ยว ควบคู่กับการลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และ เครือข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และต่อยอดการบริหารจัดการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นโยบายยกเลิกแบงก์ 500–1,000 บาท ปราบทุจริต นักวิชาการชี้ไม่ช่วยลดคอร์รัปชัน แนะเปลี่ยนพิมพ์ธนบัตรรุ่นใหม่แทน

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำลายป้ายหาเสียง-ตัดต่อ-โพสต์บิดเบือนข้อมูลผู้สมัครเลือกตั้ง ผิดกฎหมายแค่ไหน?

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครั้งแรกกิจกรรมวิ่งรณรงค์ไปสู่การออกเสียง “เห็นชอบ” ในการทำประชามติ

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดเส้นทาง "การดี เลียวไพโรจน์" หญิงแกร่งสายเทคโนโลยีสู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 ประชาธิปัตย์

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

"ดร.เชน" เพื่อไทยโคราชเขต 5 เตรียมลุยช่วยหาเสียงเต็มสูบ ชูแก้ปากท้อง–สาธารณสุข

สยามรัฐ

ลุ้นยอดดอยติดลบ เชียงใหม่หนาวนาน "เหมยขาบ" 17 วันติด

TNN ช่อง16

ชาวบ้านผวา ‘จระเข้ตัวใหญ่’ โผล่อ่างเก็บน้ำผลิตประปาหมู่บ้านหนองเสม็ด

ไทยโพสต์

พบตัวแล้ว "พลายชมวิว" หรือ "เบี่ยงใหญ่" ปลอดภัย หลังถูกรถชนและหายเข้าป่าเขาใหญ่หลายวัน

สวพ.FM91

ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านร้องเรือคำซอย 17 ทีมนักผจญเพลิง ตัดสินใจฝ่าเปลวเพลิงช่วย 5 ชีวิตออกจากตัวบ้าน จ.เชียงใหม่

สวพ.FM91

คนขับผงะ ไถดินปรับพื้นที่ เจองูจงอาง 2 ตัวยาว 4 เมตร จ้องหน้าไม่หนี รีบแจ้งกู้ภัยจับปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ส่วนอีกตัวหนีไปได้ที่ เบตง จ.ยะลา

สวพ.FM91
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...