โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง-แบงก์ชาติ ช่วย SME ออกมาตรการ "พี่ช่วยน้อง" รับมือภาษีสหรัฐฯ

Thai PBS

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 12.24 น. • Thai PBS
กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกแพ็กเกจช่วยเหลือ และสนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจเอสเอ็มอี หลังประเมิน สหรัฐฯ เดินหน้า มาตรการกีดกันทางการค้า ไม่ว่าศาลฎีกาตัดสินอย่างไร

วันนี้ (8 พ.ย.2568) กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังเร่งรัดออกแพ็กเกจมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หลังจากประเมินว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้ากับมาตรการกีดกันทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ จะออกมาในรูปแบบใด สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจกระทบภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ที่พึ่งพาการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานกับสหรัฐฯ

ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้เริ่มพิจารณาคดีสำคัญเกี่ยวกับอำนาจของ ปธน.สหรัฐฯ ในการใช้อำนาจกำหนดอัตราภาษีศุลกากรต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก ว่าอาจเข้าข่ายใช้อำนาจเกินขอบเขตตาม พ.ร.บ.อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act - IEEPA) หรือไม่

คดีนี้มีน้ำหนักจากข้อกล่าวหา ว่าการกำหนดภาษีตอบโต้ดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปธน.สหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีกดดัน โดยระบุว่าหากคำตัดสินเป็นลบ อาจส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีตอบโต้ไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะสร้างความวุ่นวายในระบบการค้าทั่วโลก ขณะที่ผู้พิพากษาในศาลฎีกาได้ตั้งข้อสังเกตว่าอำนาจดังกล่าวควรเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ของฝ่ายบริหาร เพื่อรักษาสมดุลอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของไทย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวว่า ทีมไทยแลนด์ยังคงเดินหน้าเจรจารายละเอียดเพื่อเปิดตลาดสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง หลังจากประเมินว่าสหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในมาตรการกีดกันการค้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่อาจลุกลามจากปัจจัยนี้ โดยจะมุ่งสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัว เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้ คลังเตรียมเสนอ คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (กนก.) พิจารณาแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในวันจันทร์ที่ 10 พ.ย.2568

แพ็กเกจดังกล่าวครอบคลุมมาตรการหลากหลายเพื่อกระตุ้นและปกป้อง SME โดยเฉพาะมาตรการภาษีที่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ใช้สิทธิลดหย่อนรายจ่ายจากคำสั่งซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า"พี่ช่วยน้อง" เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าในประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากโรงงานต่างประเทศที่ขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อลดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย ตลอดจนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน เพื่อสนับสนุนให้ SME ปรับตัวรับมือกับการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น เช่น การอัปเกรดเทคโนโลยีหรือขยายตลาดใหม่

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า แบงก์ชาติมีแนวคิดใช้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เป็นเครื่องมือค้ำประกันสินเชื่อสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และสุขภาพการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจท่ามกลางสงครามการค้า โดยคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้ SME ในอุตสาหกรรมที่เสี่ยงสูงจากภาษีนำเข้า

นอกจากนี้ ธปท. ยังอยู่ระหว่างหารือกับหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อขยายความช่วยเหลือไปยังอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้า เช่น กลุ่มค้าปลีกที่อาจเผชิญการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

อ่านข่าวอื่น :

"อบจ.ชัยนาท" แซงชนะ "หมอนทอง" 2-1 ประตู คว้าแชมป์ ฟุตบอลนักเรียน 7 คน กีฬา 7HD 2025

ซ้ำเติมฟิลิปปินส์! "ไต้ฝุ่นฟุงหว่อง" เตรียมขึ้นฝั่งหลัง "คัลแมกี" ถล่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

รายงานเผยกองทัพสหรัฐฯ ใช้แบบจำลอง AI ของ Claude ประกอบการโจมตีอิหร่าน แม้ "ทรัมป์" สั่งห้าม

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"พลังงาน" ขออย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำมีเพียงพอ พร้อมใช้กลไกกองทุนฯ ดูแลราคา

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพสต์อ้าง อิหร่านจมเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ แท้จริงเป็นเหตุไฟไหม้เรือรบเก่าสหรัฐฯ ปี 63

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักพฤกษศาสตร์ค้นพบพืชใหม่ของโลก "นางแลวสยาม" จากภาคเหนือของไทย

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...