พรรค 2 ลุง ไม่มีลุง เปลี่ยนยุค สู้เลือกตั้ง 2569
สนามเลือกตั้งครั้งนี้ มี "นักการเมือง-นักเลือกตั้ง" หลายคน "เปลี่ยนบ้าน-เปลี่ยนค่าย" ก่อนลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง และส่วนหนึ่งหลั่งไหลออกจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยอยู่ในกระแสของการเลือกตั้ง เมื่อปี 2562 และปี 2566 โดยเหตุผลหนึ่ง อาจเป็นเพราะ 2 พรรคนี้ "ไม่มีลุง" ร่วมทัพแล้ว
โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รับไม้ต่อจากลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค คือผู้ถือธงนำ แทนลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่รับบทบาทใหม่ ซึ่งไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว หากแต่ทั้ง 2 พรรค มีโอกาสในสนามเลือกตั้งครั้งนี้แค่ไหน
ผู้รับบทบาทแทนลุง อย่าง "ตรีนุช เทียนทอง" น่าจะพูดไว้ชัดสุด เมื่อไม่มีลุงในพรรคพลังประชารัฐ ก็เหมือนบ้านที่เล็กลง สเกลต่างๆ ก็ต้องลดลงไปด้วย แม้แต่เป้าหมายในสนามเลือกตั้ง ปี 2569 ครั้งนี้ แต่ในรายละเอียด ก็ถือเป็นโอกาสใหม่ ที่ท้าทาย และพร้อมจะรับคำท้า นำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
ย้อนกลับไป 2 วันก่อน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยื่นหนังสือลาออก และพรรคพลังประชารัฐ ก็ลงมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รับไม้ต่อ ขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งส่วนตัว ก็ชี้ว่า ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นเรื่องปรับโครงสร้าง ที่คุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว และถือเป็นการให้โอกาสคนรุ่นใหม่ เข้ามานำพรรคไปสู่ยุคใหม่
แต่ยอมรับว่า "พลังประชารัฐ" ที่เปรียบเหมือนบ้าน ที่ลุงป้อม วางรากฐานไว้มั่นคงแล้ว แต่เมื่อถึงเวลา ก็เปลี่ยน เปลี่ยนยุค-เปลี่ยนสมัย และเมื่อบ้านเล็กลง สัดส่วนอื่นๆ ก็ต้องปรับ รวมไปถึงเป้าหมายการเมืองกับการเลือกตั้งครั้งนี้ จากร้อยอาจอยู่ที่ 25 คน แต่หลักการยังคงเดิม "ไม่ได้เปลี่ยน" ยึดชาติ-ศาสนา และพระมหากษัตริย์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เหตุผลที่ต้อง "เฟดออก" ไปเป็นลมใต้ปีกของพรรคพลังประชารัฐ ด้วยปัญหาสุขภาพ และวัยวุฒิ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ปรับบทบาทใหม่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว แต่สำหรับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ขึ้นมานำทัพแทน ก็เชื่อมั่นผลงานในอดีต คือตัวการันตีคนของพรรค และพรรครวมไทยสร้างชาติได้
ผลงานในอดีต คือ โอกาสและทิศทาง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี วางไว้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เชื่อและมั่นใจว่า หลังจากนี้จะนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง ผ่านหลักการที่ยังคงเดิม นั่นคือการยึดมั่นใน 3 เสาหลัก "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" และ 3 นโยบายที่จะเดินหน้าจัดการอย่างจริงจัง
คือ ปัญหาไทย-กัมพูชา ปัญหาทุจริตคอรัปชัน และปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสถาบัน แม้จะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมขับเคลื่อนงานการเมือง แต่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ดีเดย์ จับมีดเปิดแคมเปญ "ประหารพยัคฆ์-พิฆาตคนชั่ว-กังฉินแผ่นดิน" เตรียมชูนโยบายปราบคนโกง เป็นจุดขาย..หาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569 ครั้งนี้
และถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ นักการเมืองในพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนหนึ่งย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ขณะที่นักการเมืองอีกส่วนหนึ่ง ในพรรคพลังประชารัฐ หรือเรียกว่า "ครึ่งพรรค" ก็ย้ายค่ายไปอยู่ในพรรคกล้าธรรม และทั้งหมดกำลังลงสนามสู้ศึกเลือกตั้งผ่านบ้านคนละหลัง
อ่านข่าว :
"พีระพันธุ์" ไม่ปิดทางจับมือ "ปชน.- พท." ชี้ 3 เงื่อนไขต้องชัดเจน
"ชวน" กรีด "พิพัฒน์" ยับ สกัดภูมิใจไทยยึดภาคใต้
ประชาธิปัตย์-ประชาชน เปลี่ยนโหมดหาเสียง "รับ-รุก"