โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'เรียนได้งบ จบได้งาน' นโยบายทุนเพิ่มทักษะคนทำงาน พรรคเพื่อไทย ทุน 10,000 บาทต่อคนต่อปี ปีละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง 4 ปี

VoiceTV

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เรียนได้งบ จบได้งาน

4 ปี 4 ล้านคน เพื่อไทยเปิดนโยบาย ‘ทุนเพิ่มทักษะคนทำงาน’

10,000 บาท ต่อคน ต่อปี ปีละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง 4 ปี

เรียนจบมาจะทำงานอะไร จบมาแล้วจะมีคนจ้างไหม เรียนอะไรแล้วจะมีงานทำจริงและมีเงินเดือนพอใช้ บางคนทำงานแล้วแต่เงินเดือนไม่พอใช้ แถมยังต้องแบกหนี้การศึกษา ไหนจะต้องดูแลพ่อแม่ อยากเรียนเพิ่มเติม อยากเปลี่ยนสายงาน รู้ว่าถ้าได้ทักษะใหม่รายได้จะดีขึ้นตามแน่ๆ แต่พอหันกลับมามองค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง ก็แทบไม่มีเงินเหลือ ไม่ต้องพูดถึงความสุขส่วนตัวและเงินเก็บยามฉุกเฉิน

นี่ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือ ‘ความกังวลร่วม’ ของคนไทยวัยทำงานทั้งประเทศในขณะนี้

เมื่อโลกเปลี่ยนไว จนคนวัยทำงานอาจตามไม่ทัน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกแบบก้าวกระโดด และกำลังเขย่าตลาดแรงงานทั้งระบบ คนวัยทำงานที่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายทั้งของตัวเองและครอบครัวอยู่แล้ว จึงต้องแบกรับ ‘ต้นทุนการเรียนรู้’ เพิ่มขึ้นอีก เพราะกลัวว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทักษะที่ตนมีอยู่วันนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป การเรียนทักษะใหม่ๆ เพื่อ Upskill และ Reskill จึงสำคัญและจำเป็น

พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เห็นว่าปัญหานี้ไม่ควรเป็น ภาระส่วนตัวของประชาชนเพียงลำพัง จึงกำหนดเป้าหมายพาประเทศไทยออกจากประเทศรายได้ปานกลาง เข้าสู่ประเทศรายได้สูง ด้วยการลงทุนทางการศึกษากับทรัพยากรมนุษย์ซึ่งก็คือประชาชน เพราะ ‘การศึกษาคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’

เหล่านี้จึงเป็นที่มาของนโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน 4 ปี 4 ล้านคน’ ตามวิสัยทัศน์ของยศชนัน ที่มองอนาคตของประเทศไทยอยู่ในสเกลประเทศที่มีรายได้สูง โดยที่รัฐบาลและเอกชนจะร่วมกันให้งบผู้เรียน เพื่อจบมาแล้วได้งานตรงตามตลาดแรงงาน ไม่ทิ้งทั้งคนวัยทำงานที่ไม่ว่าจะมีทักษะอยู่ในระดับไหน ให้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงผู้ประกอบการที่จะมั่นใจได้ว่า จะได้คนทำงานตรงตามมาตรฐานกลางของทักษะแรงงาน โดยเป็นนโยบายที่ได้แรงบันดาลใจมากจากโครงการ SkillsFuture ของประเทศสิงคโปร์ และ Prakerja ของประเทศอินโดนีเซีย

นโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน 4 ปี 4 ล้านคน’ จะทำอะไรบ้าง

1. ตั้ง ‘ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ’ และออกกฎหมายรองรับ

พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า ‘โอกาสทางการศึกษาคือความยุติธรรมขั้นพื้นฐาน’ พรรคจะแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษา เพื่อให้รองรับ ‘ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ’ ที่ประชาชนทุกวัย ไม่ว่าจะนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงานที่เมื่ออยากเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้วต้องได้เรียน สามารถสะสมทักษะเป็นหน่วยกิตตลอดชีวิต เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งงานที่มีรายได้สูงขึ้น และพัฒนาไปเป็น ‘พาสปอร์ตทักษะ’ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ผู้ประกอบการจึงไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพแรงงานที่ตนได้จ้างไป โดยรัฐบาลเพื่อไทยจะจัดตั้ง ‘คณะกรรมการส่งเสริมผลิตภาพแห่งชาติ (Productivity Board)’ ให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ

2. เปิดระบบรับรองประสบการณ์ (RPL)

เมื่อทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบที่รองรับธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติแล้ว จะไม่มีใครถูกกันออกไปจากระบบนี้ โดยนโยบายนี้จะคืนคุณค่าให้แรงงานที่ทำงานเป็นอยู่แล้ว นำประสบการณ์ของตัวเองมาเก็บเป็นหน่วยกิตในกระเป๋าหน่วยกิต (Credit Pocket) โดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

นอกจากนี้ยังสนับสนุนการฝึกอบรมเพื่ออัปสกิลและรีสกิล (Upskill & Reskill) เพราะ ‘ทักษะที่ใช่ จะช่วยให้ทำงานเหนื่อยน้อยลง แต่มีรายได้สูงขึ้น’

3. สนับสนุนทุนให้แรงงาน 10,000 บาทต่อคนต่อปี ปีละ 1 ล้านคน 4 ปี 4 ล้านคน

โดยส่งเสริมให้คนวัยทำงานอัปสกิลและรีสกิลทักษะยุคใหม่ที่เป็น Hard Skill ต่างๆ เช่น AI, EV, หุ่นยนต์, Automation, Digital, Logistics เมื่อเรียนจบแล้วจะได้ใบรับรอง และมีนายจ้างจองตัวล่วงหน้า เพื่อให้คนวัยทำงานมั่นใจได้ว่า การอัปสกิลและรีสกิลนั้นตรงกับด้านที่ตนสนใจ เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ และมีรายได้ที่สูงขึ้น

4. ให้ค่าจ้างระหว่างฝึกพร้อมการันตีงานหลังจบ

ผ่านระบบ Skill Loan (เงินยืมเพื่อทักษะ) โดยจะให้ผู้ประกอบการทำสัญญาฝึกทักษะกับแรงงาน เพื่อที่แรงงานจะได้มีเงินเดือนระหว่างฝึก และรับรองว่าจะได้งานทำจริงหลังเรียนจบหลักสูตร

5. ดึงเอกชนเข้ามาเพื่อร่วมสร้างหลักสูตรยุคใหม่

นโยบายนี้จะทำงานร่วมกับ BOI และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อช่วยกันออกแบบหลักสูตรเพื่อความต้องการของตลาดจริง เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้แรงงานที่ตรงตามทักษะของอุตสาหกรรมนั้นๆ และมีการออกมาตรการลดหย่อนภาษี Skill Tax Credit ให้กับบริษัทที่เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการต้องการพัฒนาทักษะของแรงงานตนอยู่เสมอ

นอกจากนี้ มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็ก-กลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองรองที่มีศักยภาพโตกว่ากรุงเทพฯ และ EEC ถึง 15 เท่า กล้าลงทุนให้พนักงานของตนเข้าฝึกอบรม

6. พัฒนา ‘แพลตฟอร์มจับคู่ทักษะ (Skill Platform Matching)’

โดยใช้ ‘พาสปอร์ตทักษะ’ จับคู่ตำแหน่งงานที่คนหางานต้องการ โดยตั้งเป้าการจับคู่สำเร็จอยู่ที่มากกว่า 70 % เป็นการกระจายอาชีพและรายได้สู่เมืองรอง ลดการกระจุกตัวของแรงงานทักษะในกรุงเทพฯ และเมืองอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกทั้งชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา (EEC) ได้อีกด้วย

แล้วคนไทยจะได้อะไร จากนโยบายนี้

นโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน 4 ปี 4 ล้านคน’ จะทำให้ประชาชนคนไทยวัยทำงานเห็นความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น จากการมีอาชีพที่มั่นคงผ่านการอัปสกิล รีสกิลทักษะทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยการสนับสนุนของรัฐบาลเพื่อเดินหน้าเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

โดยนโยบายนี้เปิดโอกาสให้กับทุกคน ตั้งแต่เด็กวัยเรียนที่อยากเรียนเพื่อเพิ่มทักษะ ตลอดจนวัยทำงาน ที่อยากเปลี่ยนสายงาน

สิ่งที่คนไทยจะได้แน่ๆ คือจำนวนคนที่ได้รับการเพิ่มทักษะ จะมีรายได้สูงขึ้น คนไทย 4 ล้านคน จะมีรายได้ในการจับจ่ายมากขึ้น ครอบครัวของคนไทย 4 ล้านคน จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศไทยจะมี GDP ที่สูงขึ้น ผ่านรายได้ที่สูงขึ้นของบุคลากรเหล่านี้ ประเทศไทยจะมีธุรกิจใหม่ๆ ผ่านคนไทยที่มี skill หลากหลายและไม่ตกขบวนโลก

นโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ จึงไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือการ ‘ลงทุนกับชีวิตคนทำงาน’ ด้วยการ ให้ทุนเพิ่มทักษะคนทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://election.ptp.or.th/policy/106

https://www.facebook.com/KaowPirohakul/posts/pfbid021Ps82P8WjucuFcJs2E9xWiTFJ26kovPMgcDhF1RvayWRtzGPoB4QeiSQXYq8EzQEl

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...