แสนสิริ เดินหน้าเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ 20 โครงการ รวม 26,000 ลบ. สูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ เน้นจุดเด่นด้าน Location ใน CBD หัวเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว
TODAY Bizview
อัพเดต 13 มิ.ย. 2567 เวลา 23.05 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2567 เวลา 16.05 น. • workpointTODAYบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ครบรอบ 40 ปี เดินหน้าเปิดตัวคอนโดมิเนียม 20 โครงการ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างเรคคอร์ดสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ไทย พร้อมวางเป้ายอดขายคอนโดที่ 21,000 ล้านบาท และยอดโอนคอนโดที่ 13,000 ล้านบาท
นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม กล่าวว่า “แสนสิริ เราให้ความสำคัญกับการบริหาร Portfolio เพื่อให้บริษัทมีผลประกอบการที่โตอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนการรักษามาตรฐานความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในตลาด ผ่านการออกแบบที่โดดเด่น รักษามาตรฐานด้านคุณภาพของสินค้าและการบริการ โดย 5 เดือนที่ผ่านมา แสนสิริสามารถสร้างยอดขายแล้วกว่า 7,300 ล้านบาท (คิดเป็น 35% ของเป้ายอดขาย) และมียอดโอน 3,400 ล้านบาท (คิดเป็น 26% ของเป้ายอดโอน) และในช่วงที่เหลือของปี เรายังคงทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการที่เปิดขายอยู่ และพร้อมโอนในปีนี้รวม 14 โครงการ มูลค่า 15,700 ล้านบาท” นายองอาจ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจคอนโดในปีนี้ของแสนสิริ เน้นไปที่การพัฒนาโครงการใน Strategic Location ทั้งในโซน CBD ของกรุงเทพฯ, จังหวัดหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบัน แสนสิริมีสัดส่วนโครงการคอนโดเปิดใหม่ ใน Strategic Location มากถึง 45% (9 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้านบาท)
สำหรับทำเลหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่แสนสิริลุยปักหมุดปีนี้ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงตลาดฝั่ง EEC โซนภาคตะวันออก ตั้งแต่ พัทยา บางแสน ไปถึงขอนแก่น รวมทั้งหัวหิน ยกตัวอย่างโครงการที่เป็นไฮไลท์ เช่น
- โครงการแคนวาส เชิงทะเล (Canvas Cherng Talay) มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ตั้งอยู่ในโซนเชิงทะเล-บางเทา เตรียมเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
- โครงการเวีย 34 (Via 34) มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท บนสุขุมวิท 34
- โครงการเวีย 61 (เวีย 61) มูลค่าโครงการ 1,200ล้านบาท บนสุขุมวิท 61
- โครงการ พินน์ ศูนย์วิจัย (PYNN Soonvijai) คอนโด Pets Friendly เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 3 นี้
นอกจากนี้ ยังปรับโฉมแบรนด์ เดอะ เบส (THE BASE) ครั้งใหญ่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ เดอะ เบส ไรส์ ภูเก็ต (THE BASE Rise Phuket) ใกล้เซ็นทรัลภูเก็ต ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท และ อีก 2 โครงการใหม่บนทำเลรัชดา และ วงศ์สว่าง รวมทั้งอีก 1 ทำเลใหม่ที่ขอนแก่น มูลค่าโครงการรวม 5,700 ล้านบาท
รวมถึงเปิดโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ ดีคอนโด เจาะทำเลคอมมูนิตี้ใหญ่ ใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้แหล่งงานและมีดีมานด์ความต้องการคอนโดสูง อีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท และจ่อคิวโอน 6 โครงการ มูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีเปิดตัว ดีคอนโด เซนส์ (dcondo sense Bangsan) มูลค่า 880 ล้านบาท และ ดีคอนโด คลาม (dcondo calm) มูลค่า 820 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2 นี้
ปิดท้ายด้วยคอนโดแบรนด์คอนโดมี (condo me) และเวย์ (Vay) กับจุดเด่นด้านราคาจับต้องได้ ให้เฟอร์ครบ ในหลากหลายทำเล รวมอีก 3 โครงการ มูลค่า 1,110 ล้านบาท
และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญคือการพัฒนา Super Luxury Condominiums ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของแสนสิริ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ที่มั่นใจในแบรนด์และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญ 40 ปี ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้เซ็ตมาตรฐานในการสร้างสรรค์ผลงานระดับ World Class Design และล่าสุดได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง หลังปิดการขายห้อง Penthouse พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท ของโครงการแสนสิริในทำเลชิดลม แม้ยังไม่ได้เปิดตัว และยังมีอีก 2 โครงการใหม่ บนทำเลสารสินและสุขุมวิท 51 จ่อคิวสร้างความสำเร็จตามรอยโครงการในพอร์ต Sansiri Luxury Collection (SLC) และเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ ไทย