โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมเจรจาฯ ขึ้นเหนือ พาของดีเมืองรถม้า บุกตลาดโลก ผ่านเอฟทีเอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 15.15 น.

กรมเจรจาฯ ขึ้นเหนือ พาของดีเมืองรถม้า บุกตลาดโลก ขยายส่งออก ผ่านเอฟทีเอ

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินโครงการพัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี (ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์) เมื่อวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2567 ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง จัดงานสัมมนาและพบหารือกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน
และผู้ประกอบการในพื้นที่ผู้ผลิตสินค้าศักยภาพกาแฟและผลิตภัณฑ์จากใบบัว พร้อมนำทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและนักการตลาด ชี้ช่องโอกาสทางการค้าในตลาดการค้าเสรีและใช้ FTA เป็นเครื่องมือยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มตลาดใหม่ จากการที่ไทยจัดทำ FTA จำนวน 15 ฉบับ กับ 19 ประเทศที่ได้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าส่วนใหญ่ของไทยแล้ว และเป็นไปตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) มุ่งมั่นที่จะส่งเสริม พัฒนา และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันธุรกิจ SME ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นร้อยละ 40 ต่อ GDP ภายในปี 2570 และให้ความสำคัญกับนโยบายเรื่องการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA 15 ฉบับ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและเตรียมความพร้อมให้สอดรับกับกรอบกติกาการค้าใหม่ของโลก พร้อมกับนำผลการเจรจาไปสื่อสารกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ

นางสาวบุณิกา กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ในจังหวัดลำปางครั้งนี้ กรมฯได้จัดสัมมนาให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ณ บริษัท ฮิมคอฟฟี่บีน (ไทยแลนด์) จำกัด อำเภอเมืองปาน ผู้ผลิตสินค้ากาแฟอาราบิก้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยปลูกกาแฟอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแจ้ซ้อน และใช้น้ำจากบ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน ทำให้กาแฟมีรสชาติโดดเด่นเฉพาะตัว มีรสชาติเข้ม นุ่มละมุน และเป็น single origin และแปรรูปกาแฟด้วย Process ต่าง ๆ และผลิตกาแฟตามความต้องการของผู้บริโภค โดยกรมให้คำแนะนำเรื่อง การขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของกาแฟสายน้ำแร่ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โอกาสทางการค้าในตลาดอาเซียนโดยใช้ประโยชน์จาก FTA และแนวทางการสร้างมูลค่าสินค้ากาแฟ เช่น การทำกาแฟ specialty การบริหารจัดการพื้นที่ปลูกกาแฟเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยแนะนำให้ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ที่จะรองรับการบริโภคกาแฟที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งภายในประเทศและตลาดโลก และการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป

นอกจากนี้ กรมฯยังได้จัดงานสัมมนาและพบหารือกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ศิรดา อำเภอเกาะคา ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ จากใบบัวหลวงและวัสดุจากธรรมชาติอื่น ๆ อาทิ ใบไผ่ ใบไม้ ฟางข้าว ผลิตเป็นสินค้าคือ กล่องบรรจุภัณฑ์ ของใช้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะอาหาร ของประดับตกแต่งบ้าน และกระเป๋าหนังแฟชั่นต่าง ๆ และแผ่นหนังจากใบบัวหลวง รวมทั้งรับผลิตสินค้าตามสั่ง และ OEM ที่มีการทำธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างผลิตผลงานโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้สีธรรมชาติ และความคงทนและความยืดหยุ่นของสินค้า มีการส่งออกไปตลาดสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ขณะนี้ มุ่งการเจาะตลาดผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ Gen Y และกลุ่มคนวัยทำงาน โดยกรมได้แนะนำเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA แนวโน้มการเติบโตของสินค้า BCG ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลก และการวางตำแหน่งสินค้าในตลาด

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่า จังหวัดลำปางมีสินค้าที่มีศักยภาพ และมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น สะท้อน Soft Power ของไทย สามารถเจาะตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ และตอบรับกับเทรนด์การค้าเสรี มีความพร้อมในการส่งออกไปประเทศคู่ค้า ที่ไทยมี FTA ด้วย อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเน้นการยกระดับการผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการแปรรูปสินค้าที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงตลาด การทำธุรกิจเศรษฐกิจโมเดล BCG ที่ใส่ใจเรื่องการรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อเข้าสู่ตลาดในระยะยาว” นางสาวบุณิกา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมเจรจาฯ ขึ้นเหนือ พาของดีเมืองรถม้า บุกตลาดโลก ผ่านเอฟทีเอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...