โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สมจริงไม่มีเค้ก ! ‘Good Doctor หมอใจพิเศษ’ ซีรีส์การแพทย์ที่โอบกอดทุกความต่างอย่างเต็มใจ

a day magazine

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 น. • a day magazine

‘เรานิยาม เพราะอยากจะเข้าใจในสิ่งต่างๆ ในขณะเดียวกันก็กำลังขีดเส้นให้สิ่งนั้น แตกต่าง

นี่คืออินโทรในอีพีแรกของซีรีส์การแพทย์น้ำดีอย่าง ‘Good Doctor หมอใจพิเศษ’ ที่ต้องการสะท้อนถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนออทิสติก โดยมีเส้นแบ่งว่าพวกเขา ‘แตกต่าง’ ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเขาก็สามารถเป็นหมอที่ดีได้ไม่ต่างจากคนปกติ

Good Doctor คือเรื่องราวการต่อสู้บนเส้นทางการเป็นกุมารแพทย์ของหมอหนุ่มออทิสติกที่ต้องฝ่าฟันกับข้อกังขาถึงความไม่เหมาะสม และโดนกีดกันในสังคมโรงพยาบาล รวมไปถึงโลกภายนอก ซีรีส์เรื่องนี้เคยสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการแพทย์มาแล้วทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย หรือแม้กระทั่งตุรกี และล่าสุดก็ถึงคราวประเทศไทย โดย True CJ Creations ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดเรื่องราวความไม่เท่าเทียมนี้ ภายใต้การนำแสดงของ ‘หมอเน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล’ ที่มาท้าทายความสามารถกับบทบาทหมอออทิสติกอย่าง ‘โณน’

แม้ต้นฉบับอย่างเกาหลีจะเซตบาร์มาตรฐานไว้สูงลิบ แต่หมอใจพิเศษในเวอร์ชันไทย ก็สามารถนำเสนอสีสันที่แตกต่างออกไปได้ กลายเป็นซีรีส์การแพทย์ภายใต้โรงพยาบาลไทยที่ยังคง ‘ความสมจริง’ ไม่ต่างจากต้นฉบับ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเกิดอาการติดหมอโณนกันงอมแงม ดังนั้นวันนี้เลยอยากชวนทุกคนไปหาเหตุผลให้รู้กันไปเลยว่าความเรียลอะไรที่ทำให้ Good Doctor หมอใจพิเศษกลายเป็นซีรีส์อันดับ 1 ในดวงใจใครหลายคนแบบนี้

พล็อตเรื่องสุดเรียล ที่ร่วมเขียนโดยทีมหมอตัวจริง

ความยากของซีรีส์หมอ คือการถ่ายทอดมุมมองการรักษาที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน ให้ออกมาเข้าใจง่าย และสมจริงที่สุด นี่คือสิ่งแรกที่ผู้กำกับอย่างอ๊อฟ-มณฑล อารยางกูร’ ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก

นอกจากทีมเขียนบทแล้ว ยังมีคุณหมออีกกว่า 10 ชีวิตที่อยู่เบื้องหลังพล็อตเรื่องสุดเรียลที่เราได้เห็นกัน โดย Good Doctor ได้เชิญหมอผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ มาช่วยออกความเห็น เช็กความถูกต้องในแต่ละเคสการรักษา รวมไปถึงร่วมเขียนบทพูดให้แก่นักแสดง เพื่อให้ได้บทสมจริง

อีกหนึ่งความยากของซีรีส์รีเมกเรื่องนี้ คือการที่ทีมงานต้องแบกความคาดหวังของเหล่าแฟนคลับที่เคยดูต้นฉบับเอาไว้บนบ่า ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามใส่มุมใหม่ๆ ให้กับเวอร์ชันไทย เพื่อให้เกิดความแตกต่างที่ไม่ทับไลน์กับประเทศอื่นๆ

และจุดขายเวอร์ชันไทยที่ทีมขอหยิบขึ้นมาชู ก็คือการสอดแทรกความเป็นคอมเมดี้ ให้สมกับประโยคที่ว่า ‘คนไทยเป็นคนตลก’ นอกจากเส้นเรื่องที่เคร่งเครียด ยังมีการหยอดมุกตลกโบ๊ะบ๊ะ พร้อมเสียงเอฟเฟกต์แบบซิตคอมให้เรายิ้มมุมปากอยู่เรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีการหยิบเอาวัฒนธรรมไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ มานำเสนอ เช่น การเดินทางโดยรถไฟไปทำงานของโณน การซิ่งรถเมล์ไปส่งเด็กชายที่ประสบอุบัติเหตุถึงโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งซีนหมอวินทร์ง้อสาวด้วยการซื้อบัวลอยแบบไทยๆ ไปฝาก ทั้งหมดคือเสน่ห์ของประเทศไทยที่ทำให้หมอใจพิเศษเวอร์ชันนี้แตกต่างอย่างลงตัว

ซีนผ่าตัดสุดเรียล ลงมีดจริง ภายใต้คำแนะนำของหมอ

ใครที่สามารถดูเรื่องนี้ตอนกินข้าวได้ บอกเลยว่าคุณคือยอดคน! เพราะซีนผ่าตัดแต่ละซีนของ Good Doctor ยืนหนึ่งเรื่องความสมจริง ลงมีดจริง เลือดออกจริง เห็นอวัยวะข้างในของจริง! ไม่มีอีกแล้วซีรีส์แพทย์ที่ให้เราเห็นแค่ไฟในห้องผ่าตัด

ทั้งหมดคือความตั้งใจของทีมงานที่อยากสร้างซีนรักษาออกมาให้เรียลที่สุด ไม่ว่าจะอุปกรณ์ประกอบอย่างหุ่นจำลองที่ Mock Up มาเหมือนผิวของคนจริงๆ รวมไปถึงดีเทลเล็กๆ อย่างตัวเลขบนเครื่องวัดความดันที่ต้องเป็นตัวเลขที่เหมาะสมกับแต่ละเคสการรักษาให้มากที่สุด

ใครที่ดูเบื้องหลัง จะเห็นว่าในตอนถ่ายทำมีคุณหมอตัวจริงมากระทบบ่านักแสดง ยืนดูอย่างใกล้ชิด พร้อมสอนอย่างละเอียดตั้งแต่วิธีการจับมีด ไปจนถึงการออกเสียงคำศัพท์ทางเทคนิคยากๆ ให้ถูกเหมือนมือโปร เรียกว่าละเอียดในทุกขั้นตอน ไม่มีการปล่อยผ่านจริงๆ

นักแสดงสุดเรียล แม้แต่คุณหมอก็ต้องทำการบ้านเต็มที่

ไม่มีใครจะเข้าใจบท ‘หมอ’ ได้ดีเท่า ‘หมอ’ ตัวจริง ทำให้นักแสดงที่มารับบทนำสุดท้าทายของ Good Doctor จึงเป็นสัตวแพทย์หนุ่มอย่าง ‘หมอเน๋ง ศรัณย์’ ด้วยความที่เรียนหลักสูตร 6 ปีมาเหมือนกับหมอทั่วไป ประกอบกับคุ้นเคยในการทำงานของโรงพยาบาล นี่จึงเป็นแต้มต่อสำคัญที่ช่วยในการแสดง

แต่หมอสัตว์ ยังไงก็ต่างกับหมอคนอยู่วันยันค่ำ หมอเน๋งเองต้องไปทำการบ้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับศัลยแพทย์ รวมไปถึงการทำความเข้าใจเด็กออทิสติก ผ่านการเข้าไปพูดคุย สังเกต จนพบว่าเด็กออทิสติกทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง ขึ้นอยู่กับเรื่องราวในชีวิตที่พวกเขาเจอมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เมื่อนำกลับมาพัฒนาตัวละคร ทำให้เราได้ ‘หมอโณน’ ที่สมจริงมากที่สุด

ไม่ใช่แค่บทนำเท่านั้นที่ใช้หมอตัวจริงในการแสดง แต่ในเรื่องยังมีหมออีกมากมายมาร่วมแสดง เพื่อความสมจริงที่มากที่สุด ไม่ว่าจะ ‘หมอฟรัง นรีกุล’ หรือแม้กระทั่ง ‘หมอเจี๊ยบ ลลนา’ และอื่นๆ อีกมากมาย นี่คือความใส่ใจที่ทำให้เราเห็นว่า Good Doctor ให้ความสำคัญกับทุกๆ ตัวละครจริงๆ

แม้อีก 3 นำแสดงนำอย่าง ‘แพต ชญานิษฐ์’‘ดู๋ สัญญา’ และ โทนี่ รากแก่น’ จะไม่ใช่หมอเหมือนนักแสดงท่านอื่นๆ แต่พวกเขาทุกคนล้วนผ่านการเวิร์กช็อป ทุ่มเท และทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้สามารถแสดงเป็นหมอได้อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งใครที่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ น่าจะได้เห็นผลลัพธ์ของความทุ่มเทนี้อย่างแน่นอน

ประเด็นสังคมสุดเรียล เพราะทุกคนต้องการโอกาสที่เท่าเทียม

ความเรียลข้อสุดท้ายที่เราไม่อยากให้มีอยู่มากที่สุด ก็คือการหยิบเอาปัญหาสังคมเรื่องความไม่เท่าเทียมมาสะท้อนออกมาได้อย่างถึงพริกถึงขิง ประเด็นแรกที่เห็นชัดสุดและเป็นตัวชูโรงของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ‘ความไม่เท่าเทียมของกลุ่มคนออทิสติก’

หมอโณน แม้จะเรียนจบหมอได้คะแนนสูงกว่าใครเพื่อน แต่เพราะป่วยเป็นโรค ‘แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม’ ตั้งแต่กำเนิด ทำให้เขาโดนกีดกันเพราะคำว่าแตกต่าง อย่างในอีพีแรก เราจะเห็นว่าหมอกว่าครึ่งของโรงพยาบาลตราหน้าหมอโณนว่าไม่มีความสามารถในการเป็นหมอ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักเขาดี นี่คือเส้นกั้นที่คนปกติพยายามขีดไว้ไม่ให้คนพิเศษเหล่านั้นก้าวข้ามมา จนเราก็ลืมไปว่าเขาก็เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่ต่างจากเรา เหมือนอย่างที่หมอประภาสได้กล่าวเอาไว้ว่า

“โณนต้องใช้ความพยายามมากกว่าเราหลายเท่า เพื่อให้ได้โอกาสเพียงครั้งเดียว”

อีกหนึ่งประเด็นความไม่เท่าเทียม คือโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ไม่เท่ากัน อย่างเช่น ภาพโรงพยาบาลรัฐที่คนต้องตื่นแต่ไก่โห่มาต่อคิวหลายชั่วโมง เพื่อรอเจอหน้าหมอไม่กี่นาที ใน Good Doctor เอง ก็ไม่พลาดที่จะหยิบเอาปัญหาเรื่องนี้ออกมาตีแผ่ โดยที่เห็นชัดสุดตั้งแต่ตอนแรก คือความตั้งใจของหมอพรีม ที่อยากจะลาออกจากโรงพยาบาลในเมือง และไปทำงานที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

แม้ Good Doctor จะไม่ใช่ซีรีส์หมอเรื่องแรกของไทย แต่สำหรับเรา นี่คือซีรีส์หมอที่ ‘จริงใจ’ ที่สุด เราเห็นถึงหยาดเหงื่อความพยายามของทีมงานเบื้องหลังที่ไม่ดูถูกคนดู พยายามทำการบ้านอย่างหนัก จนสร้างเป็น ‘หมอใจพิเศษ’ ที่พิเศษสมชื่ออย่างแท้จริง นี่คือผลงานอันทรงคุณค่าที่ไปอวดต่างประเทศได้อย่างไม่อายใคร และเป็นข้อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า ‘หมอไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก’

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...