โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Weather Matters เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำไมกลยุทธ์ทางการตลาดที่อิงฟ้าอิงฝนถึงโดนใจลูกค้ามากกว่า

นิตยสารคิด

อัพเดต 19 พ.ย. 2567 เวลา 19.56 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 19.56 น.
weather-matter-cover

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ผู้บริโภคต่างใฝ่หาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบปรับเปลี่ยนได้ตามตัวบุคคล ภาคธุรกิจเองก็ต้องตามให้ทันผู้บริโภค แต่การปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์การบริโภคใหม่ ๆ ไม่ใช่เพียงหนทางเดียวที่จะพัฒนาธุรกิจให้ได้ใจลูกค้า เพราะบางเรื่องที่คนคาดไม่ถึงอย่างเรื่องของ “สภาพอากาศ” ก็ส่งผลมากเช่นเดียวกัน

สภาพอากาศสามารถส่งผลถึงพฤติกรรมและการรับรู้ของผู้บริโภคได้อย่างมหาศาล “คิด” จึงอยากจะชวนคนทำธุรกิจไปลองถอดรหัสฝนฟ้า เพื่อให้ธุรกิจของเราเอาใจผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

(Aimee Giles / Unsplash)

สภาพอากาศแบบไหน ส่งผลต่อยอดขายในธุรกิจ
จากบทความ “3 เรื่อง Real-time Context ที่ควรรู้ เมื่อสภาพอากาศรอบตัวส่งผลต่อยอดขายมากกว่าที่คิด” โดย ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจ การตลาดวันละตอน ได้กล่าวถึงผลกระทบของสภาพอากาศต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไว้ได้อย่างน่าสนใจ เพราะสภาพอากาศส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์มากกว่าที่คิด

อันดับแรก คือสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าฝน ลมพายุที่โหมกระหน่ำ หรืออากาศที่หนาวชวนอึมครึมต่างก็มีผลกับอารมณ์และการตัดสินใจของผู้บริโภคทั้งสิ้น เพราะหากวันใดที่อากาศไม่ค่อยดีคนก็จะไม่ค่อยอยากออกจากบ้านไปจับจ่ายใช้สอย แต่ยอดขายทางออนไลน์อาจจะเพิ่มขึ้นแทน

หรือแม้แต่ปัจจัยด้านอุณหภูมิและมลภาวะก็มีผลต่อแรงจูงใจของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้แพ้บางยี่ห้อเลือกที่จะทำการตลาดตามสถานการณ์ของฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษในอากาศ เพราะปัจจัยเหล่านี้ต่างมีผลต่ออาการของโรคภูมิแพ้และอาการคัดจมูก ในขณะที่เมื่ออากาศร้อนต่อเนื่องหลายวัน ยอดขายของเบียร์ในนิวยอร์กก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

มีหลากหลายธุรกิจในต่างประเทศที่มีการทำการตลาดโดยอ้างอิงกับข้อมูลเชิงลึกด้านสภาพอากาศ เช่น แบรนด์แซนด์วิช Subway ที่มีสาขาไปทั่วโลก ก็มีการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค ว่าในสภาพอากาศแบบใด สินค้าชนิดไหนที่ขายดีเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้เพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้านได้ถึง 31% ทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการโฆษณา นี่จึงทำให้เห็นว่าการทำการตลาดโดยอ้างอิงสภาพดินฟ้าอากาศนั้นมีประโยชน์อย่างมากในภาคธุรกิจ

(USGS / Unsplash)

ก้าวสู่ Smart Business ด้วยข้อมูลด้านสภาพอากาศ
เมื่อรู้ว่าสภาพอากาศส่งผลอย่างไรบ้างต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค บทความ “How Weather Insights Can Drive Smarter Business Decisions” โดย เร็ตต์ พาวเวอร์ (Rhett Power) ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Forbes ก็ได้แนะนำแนวทางในการพัฒนาธุรกิจด้วยข้อมูลเชิงลึกด้านสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์และก้าวสู่การเป็น Smart Business ได้ โดยแบ่งเป็น 4 วิธีใหญ่ ๆ ดังนี้

1. เก็บข้อมูลสินค้าควบคู่กับสภาพอากาศ
ฌอน แมคคาฟเฟอร์ตี (Sean McCafferty) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ Visual Crossing ได้อธิบายว่า การเก็บข้อมูลสินค้าหรือการ ‘แท็ก’ สินค้าด้วยข้อมูลสภาพอากาศ จะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดมากขึ้นถึงอิทธิพลของมัน “การแท็กข้อมูลการซื้อขายด้วยข้อมูลสภาพอากาศ ทำให้สามารถประเมินได้ทั้งในระดับข้อมูลยอดขาย ไปจนถึงระดับที่ตั้งข้อสรุปถึงอิทธิพลของสภาพอากาศต่อยอดขายได้เลย”

นอกจากนี้ ข้อมูลเหล่านี้ยังทำให้เห็นว่า สภาพอากาศมีผลอย่างไรบ้างกับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทำให้สามารถนำไปต่อยอดสู่การวางแผนการผลิต หรือแม้แต่การแยกประเภทสินค้า เช่น การที่ภาคธุรกิจท้องถิ่นสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจสต็อกสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงตามสภาพอากาศในขณะนั้น และการใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการออกแบบเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ เพื่อแนะนำสินค้าตามสภาพอากาศที่กำลังจะมาถึง

ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เลือกจะอยู่บ้านในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย การลดราคาของที่เกี่ยวข้องหรือสินค้าที่เจาะจงสภาพอากาศ ก็อาจช่วยเพิ่มยอด Engagement ได้ โดยการโฆษณาที่อ้างอิงตามสภาพอากาศแบบเรียลไทม์นั้นมีผลอย่างมากที่จะช่วยกระตุ้นยอดขาย ดังนั้นการเก็บข้อมูลสภาพอากาศควบคู่ไปกับยอดขายจึงเป็นข้อมูลที่ภาคธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริง

(NOAA / Unsplash)

2. การผสมผสานข้อมูลสภาพอากาศกับการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล
การนำข้อมูลสภาพอากาศมาบูรณาการกับแพลตฟอร์มที่ใช้ทำการตลาด รวมทั้งเครื่องมืออื่น ๆ ที่ใช้เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค ทำให้ภาคธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนโปรโมชัน การโฆษณา รวมถึงการแนะนำสินค้า โดยอ้างอิงตามสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ได้โดยง่าย เช่น ในช่วงที่อากาศร้อน หรือในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) ระบบเหล่านี้จะแนะนำโปรโมชันแบบเรียลไทม์สำหรับเสื้อผ้าสไตล์ซัมเมอร์ หรือเครื่องดื่มเย็น ๆ ขึ้นมาได้ทันที หรือหากอ้างอิงตามบริบทของประเทศไทย ในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 กำลังจะมาอย่างนี้ การแนะนำสินค้าอย่างหน้ากากอนามัยหรือเครื่องฟอกอากาศก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดไม่น้อย

การนำข้อมูลที่ปรับเปลี่ยนได้แบบเฉพาะบุคคลเหล่านี้ไปใช้งาน อาจจะเป็นในรูปแบบของการส่งอีเมลถึงสมาชิก การส่งโปรโมชันผ่านแอปพลิเคชัน การตั้งภาพแบนเนอร์ในเว็บไซต์ของแบรนด์ ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างสภาพอากาศในปัจจุบันและความต้องการของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

3. การใช้ข้อมูลสภาพอากาศเพื่อปรับปรุงการจัดการบุคลากรและสินค้าคงคลัง
ข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงการจัดการบุคลากร หรือการจัดการสินค้าคงคลังและบริการต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ เช่น หากคาดว่าจะมีพายุ ร้านค้าอาจเพิ่มสต็อกสินค้าในกลุ่มสินค้าฤดูฝนที่มีความต้องการสูง อย่างร่ม เสื้อกันฝน รองเท้าบูตได้ หรือในประเทศไทยที่มักจะมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ การใช้ข้อมูลด้านการพยากรณ์สภาพอากาศจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการสต็อกสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ ในทำนองเดียวกัน ร้านอาหารสามารถใช้ข้อมูลสภาพอากาศในการบริหารจัดการบุคลากร เช่น การเพิ่มจำนวนพนักงานเมื่อสภาพอากาศดีที่ทำให้มีแนวโน้มว่าจะมีการรับประทานอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น

นอกเหนือจากการจัดการด้านทรัพยากรบุคคลและการสต็อกสินค้าแล้ว ข้อมูลด้านสภาพอากาศยังช่วยให้บริษัทต่าง ๆ จัดการการลำเลียงสินค้า โดยสามารถคาดการณ์ความล่าช้า และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการซื้อได้ โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านสภาพอากาศในการทำซอฟต์แวร์เพื่อคำนวณให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพในการขายเพิ่มขึ้น ลดรายจ่าย และเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

(Jayson Hinrichsen / Unsplash)

4. ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศและเครื่องมืออัตโนมัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย
สถานการณ์เงินเฟ้อและวิกฤตเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคเริ่มค้นหาส่วนลดและรหัสโปรโมชันกันมากขึ้นกว่าเดิม บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศเพื่อออกแบบโปรโมชันที่ตอบโจทย์และตรงจุดในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ โดยการนำข้อมูลสภาพอากาศเข้าสู่แพลตฟอร์มการตลาดอัตโนมัติ เช่น ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM) หรือถ้าใช้เครื่องมือซึ่งสามารถปรับเนื้อหาตามความสนใจที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคแบบเฉพาะบุคคลได้ ธุรกิจก็จะสามารถโปรโมตโปรโมชันตามแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศปัจจุบันและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์ม Dynamic Yield หรือเครื่องมือที่คล้ายกัน สามารถตั้งค่าให้เริ่มแคมเปญอัตโนมัติเมื่อมีรูปแบบสภาพอากาศเฉพาะเกิดขึ้น โดยหากอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้มีการลดราคาอุปกรณ์ที่ใช้ในฤดูหนาว อย่างเช่นเสื้อผ้าหนา ๆ เสื้อกันหนาว หรือผ้าพันคอ ในขณะที่หากท้องฟ้าแจ่มใส ก็อาจนำไปสู่โปรโมชันสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือเสื้อผ้าฤดูร้อน

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถนำข้อมูลด้านสภาพอากาศในอดีตมาคำนวณร่วมกับแนวโน้มการซื้อ ซึ่งจะช่วยในการระบุสินค้าที่ขายได้ดีที่สุดภายใต้สภาวะอากาศที่แตกต่างกันได้ ทำให้สามารถเสนอโปรโมชันที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมกับงบประมาณในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและเพิ่มยอมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ถึงแม้เราจะควบคุมสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราก็สามารถปรับใช้มันเพื่อทำให้ประสบการณ์ของผู้บริโภคดีขึ้นได้ การนำข้อมูลด้านสภาพอากาศเข้ามาใช้ในทุกด้าน ตั้งแต่การตลาดไปจนถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ในเวลาที่ถูกต้อง และในพื้นที่ที่เจาะจง ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาสินค้าในวันที่ฝนตก หรือการปรับจำนวนพนักงานในช่วงที่มีพายุ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจเชื่อมต่อกับลูกค้าและเสนอสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ทันเวลา และแน่นอนว่าจะทำให้ธุรกิจเข้าใกล้คำว่าสำเร็จมากไปอีกขั้น

ที่มา : บทความ “3 เรื่อง Real-time Context ที่ควรรู้ เมื่อสภาพอากาศรอบตัวส่งผลต่อยอดขายมากกว่าที่คิด” โดย ณัฐพล ม่วงทำ
บทความ “How Weather Insights Can Drive Smarter Business Decisions” โดย Rhett Power

เรื่อง : ชลธิชา แสงสีดา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...