ท่าเรือปากเมง ประตูสู่อันดามัน 140 ล้าน 3 ปีชำรุด หลังคาร่วงระนาว เอกชนจี้เร่งซ่อมหวั่นอันตราย
ตรัง – 3 ปี เละ! “ท่าเรือปากเมง” 140 ล้าน ประตูสู่อันดามัน หลังเคยเปิดตัวยิ่งใหญ่ พบ กระเบื้องหลังคาร่วงระนาว วัสดุไม่ทนทานแถมหายาก ต้องเปลี่ยนสเปคซ่อม หวั่นซ่อมช้าอุบัติเหตุถึงตาย แถมอีกโป๊ะชำรุด ผู้ว่าฯตอบไม่ถูกซ่อมได้เมื่อไหร่ แต่มีงบแล้ว ปธ.สภาท่องเที่ยวตรัง โอด ตั้งงบ 68 แล้ว ถามจนท.ไร้คำตอบ ซ่อมได้เมื่อไหร่? ผงะ! 3 ปีแล้วกรมเจ้าท่ายังไม่ส่งมอบให้อุทยานฯ แฉไฟถนนริมหาดมีแต่เสา-ไร้แสง
ท่าเรือปากเมง – ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าเรือปากเมง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญของจังหวัดตรัง ประตูสู่อันดามัน รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และยังเป็นจุดเช็คอินที่บรรดานักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนจังหวัดตรังก็จะต้องมาเช็คอินถ่ายรูปกันที่นี่ เพราะมีวิวทะเลและภูเขา ที่สวยงามและอากาศก็บริสุทธิ์ แต่ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากทั้งนักท่องเที่ยว ชาวบ้านในพื้นที่ ผู้ประกอบการต่างๆ ว่าตรงบริเวณหลังคาอาคาร ท่าเรือปากเมง พบว่าชำรุดหลายจุดเนื่องจากโดนพายุพัดเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงทางเชื่อมโป๊ะท่าเรือก็ชำรุด
ซึ่งขณะนี้ได้งบประมาณปี 2568 มาแล้วแต่ยังไม่ทราบว่าจะเข้าทำการซ่อมแซมวันไหนอย่างไร และขณะนี้ก็ได้เปิดฤดูไฮซีซั่นแล้วและเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการหวั่นว่าหลังคาที่ชำรุดจะมีเศษกระเบื้องตกมาใส่นักท่องเที่ยวจนเกิดอันตรายได้ และทางเชื่อมโป๊ะที่ชำรุด ก็อาจทำให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวได้เช่นกัน จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งเข้ามาซ่อมแซมให้โดยเร็ว เพราะเนื่องจากท่าเรือปากเมง เป็นหน้าเป็นตาให้กับจังหวัดตรัง ที่สำคัญเมื่อเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวแล้ว ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง
ผู้สื่อข่าวเดินสำรวจโดยรอบบริเวณ ทั้งตัวท่าเรือ ใน-นอกอาคาร ทางเดิน ทางเชื่อม ไปจนถึงโป๊ะลอยน้ำ จุดลงเรือ จากการตรวจสอบสภาพเบื้องต้น พบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาตรงท่าเรือ บริเวณโป๊ะ บริเวณทางเดิน บริเวณหลังคาอาคารใหม่ ที่เริ่มมีร่องรอยของการแตกหักของกระเบื้องมุงหลังคา หล่นลงมาเป็นรูโหว่จำนวนมาก โดยแผ่นกระเบื้องที่หล่นลงมาจากหลังคาที่มีความสูงไม่ต่ำกว่าตึก 3 ชั้น หรือราวเกือบ 10 เมตร มีความเสี่ยงอันตรายหากหล่นใส่คน อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ แต่ท่าเรือก็ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยนักท่องเที่ยวที่เห็นสภาพกระเบื้องหลังคาชำรุดดังกล่าว ต่างก็กังวลและพยายามเดินหลีกแนวรัศมีการตกหล่น เพราะคาดเดาไม่ได้เลยว่าจะตกหล่นลงมาตอนไหนอย่างไร
นายสมศักดิ์ เสือบุญทอง ผู้ประกอบการบริษัทจาระวีทัวร์ ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตรัง บอกว่า สาเหตุของกระเบื้องหลังคาท่าเรือปากเมงหลุดหล่นลงมาเกิดจากพายุเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ที่มีลมพัดแรงทำให้หลังคาเสียหาย แต่ตรงนี้ได้ทราบข่าวว่ามีงบประมาณของกรมเจ้าท่า เป็นงบประมาณประจำปี 2568 ที่จะมาซ่อมแซมโครงสร้างใหญ่ของสะพานท่าเรือปากเมงทั้งหมด รวมไปถึงทางเดินหลังคาและสิ่งที่ผุพัง รวมไปถึงโป๊ะของท่าเรือจะซ่อมแซมใหม่ทั้งหมด ซึ่งงบประมาณปี 2568 ได้แล้วก็จริงอยู่ แต่ตนอยากจะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รีบมาทำให้เสร็จเร็วๆ เพราะเป็นหน้าตาของคนจังหวัดตรัง เป็นหน้าตาของคนปากเมงที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว หากเป็นอย่างนี้นักท่องเที่ยวถามว่าทำไมไม่มีคนมาดูแล เราก็บอกว่ากำลังจะมีคนมาดูแล เรามีงบประมาณอยู่แล้ว แต่อยากจะให้เข้ามาซ่อมแซมเร็วๆ เบื้องต้นงบประมาณที่จะเข้ามาซ่อมแซมประมาณ 10 กว่าล้าน พบว่ามีหลายตัวหลายจุดที่ผุพังเสียหาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า เพราะยังไม่ได้ส่งมอบท่าเรือปากเมงให้กับอุทยานฯในพื้นที่ คืออุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งกรณีความเสียหายของท่าเรือนี้ เจ้าของเดิมต้องรับผิดชอบ
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตรัง บอกว่า ทั้งนี้ในช่วงไฮซีซั่นซึ่งเริ่มเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ในวันธรรมดายังไม่มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามา แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยว 300-400 คน เข้ามาใช้บริการแล้ว และตอนนี้ย่างเข้าหน้าไฮซีซั่น และยังรออากาศให้ทะเลเรียบเนื่องจากยังมีฝนตกอยู่บ้าง แล้วตนในฐานะผู้ประกอบการ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่โครงสร้างที่สร้างไว้แล้ว คนสร้างไม่ได้ดูแล คนใช้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพาน เรื่องไฟฟ้า ตั้งแต่หาดเจ้าไหมมาถึงท่าเรือหาดปากเมง ไฟติดอยู่ประมาณ 3-4 จุด ที่เหลือไฟดับหมดเลย ตนรู้สึกสงสารนักท่องเที่ยวที่มาช่วงเทศกาล หรือช่วงเสาร์-อาทิตย์ เพราะไม่มีไฟส่องแสงสว่าง เห็นแต่เสาไฟแต่ไฟใช้ไม่ได้ ก็ต้องฝากเรื่องไฟฟ้าด้วย เข้ามาดูแลเรื่องตรงนี้ให้กับนักท่องเที่ยวด้วย
“ผมได้สอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ว่าสภาพอาคารหลังคาท่าเรือชำรุดจะเข้ามาซ่อมเมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่แจ้งแค่ว่ากำลังดำเนินการอยู่ ทุกคนก็รอไม่ว่าผู้ประกอบการหรือนักท่องเที่ยว เพราะหวั่นถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย หากล่าช้านานไปกว่านี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการมาถ่ายรูปมาเช็คอินมาท่องเที่ยว อาจจะไม่ปลอดภัยได้ เพราะอาจจะมีเศษกระเบื้องหรือกระเบื้องตกหล่นลงมาทำให้นักท่องเที่ยวไม่ปลอดภัย ตอนนี้ผมก็ทำได้แค่ให้ลูกน้องขึ้นไปเก็บเศษกระเบื้องที่ตกลงมาค้างอยู่และสุ่มเสี่ยง เพราะกลัวจะตกลงมาโดนนักท่องเที่ยว และรู้มาว่ากระเบื้องหลังคาที่ใช้เดิมนั้นหาทดแทนยากและทนทานน้อย ทางกรมเจ้าท่าจะเปลี่ยนราคาใหม่ทั้งหมด โดยใช้วัสดุตัวอื่นที่ทนกับลมและแสงแดดคาดว่าอนาคตข้างหน้าจะดีขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็ได้แต่รออย่างเดียว และตอนนี้หากฝนตกก็มีน้ำรั่วลงมาอีก” นายสมศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า งบประมาณเพื่อซ่อมท่าเรือปากเมงกำหนดลงมาแล้ว โดยถูกบรรจุไว้ในปีงบประมาณ 2568 อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการดำเนินการซ่อมนั้น เนื่องจากมีความทับซ้อนกันระหว่างกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นผู้ก่อสร้างท่าเรือ กับกรมอุทยานฯซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ตนจึงได้มอบไปว่าให้ทั้ง 2 หน่วยงานเร่งหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะลงมือซ่อมได้เมื่อไหร่อย่างไร หรือจะทันต่อฤดูกาลท่องเที่ยวนี้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ท่าเรือปากเมง ประตูสู่อันดามัน ตั้งอยู่บริเวณหาดปากเมง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นโครงการก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือท่องเที่ยวเดิมที่ชำรุด เจ้าของโครงการคือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม งบดำเนินการ 140 ล้านบาทเศษ พิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ใกล้ครบ 3 ปีของการเกิดใช้งานแล้ว โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธีเปิด โดยท่าเรือปากเมงเป็น 1 ในแผนพัฒนาท่าเรือ ปี 2561-2567 ของรัฐบาลเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน จํานวน 13 ท่า โดยกระทรวงคมนาคมในยุคนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรมว.คมนาคม อาทิ ท่าเรือสุระกุล จังหวัดพังงา ท่าเรือเกาะลันตาใหญ่ ท่าเรือสวนสาธารณะธารา ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ รวมถึงท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่าเรือปากเมง ประตูสู่อันดามัน 140 ล้าน 3 ปีชำรุด หลังคาร่วงระนาว เอกชนจี้เร่งซ่อมหวั่นอันตราย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th