โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกฯ เปิด 2 ปัจจัย เฟดทำ Reverse Repo รอบนี้ กด SET ไม่หนักเท่าปี 56

efinanceThai

เผยแพร่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 03.30 น.

โบรกฯ เปิด 2 ปัจจัย เฟดทำ Reverse Repo รอบนี้ กด SET ไม่หนักเท่าปี 56 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 พ.ค. 64 10:30 น.

โบรกฯ มอง เฟดขายพันธบัตรกลับคืนสู่ตลาด (Reverse Repo) จำนวน 4.85 แสนล้านดออล์ มากสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบหุ้นไทยแค่ช่วงสั้น ไม่เหมือนปี 56 เหตุรอบนี้ต่างชาติถือหุ้นไทยต่ำ -แรงขายจำกัด และ SET ยัง Laggard หุ้นสหรัฐฯ อยู่มาก แนะหาจังหวะเก็บหุ้นแบงก์ -หุ้นกลุ่มเปิดเมือง

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวัน ถึงข่าวที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขายพันธบัตรกลับคืนสู่ตลาดมากสุดเป็นประวัติการณ์ ว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดทุนไทยมากน้อยแค่ไหน

โดยหลังจากเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ในปี 63 ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดเงิน คือ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล (QE) ฯลฯ เริ่มนับตั้งแต่งวด Q1/63 และต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และมีส่วนหนุนสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ ตลาดหุ้นปรับขึ้นมา ฯลฯ แต่หากพิจารณาเศรษฐกิจสหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี พบว่า การที่สหรัฐเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนล่าสุด ราว 50%ของประชากร และแรงหนุนจากมาตรการคลังสหรัฐที่มีต่อเนื่อง

ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่น หนุนให้ อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น สะท้อนจาก Core PCE Inflation เดือน เม.ย. ล่าสุดรายงานวันศุกร์ออกมาอยู่ที่ 3.1%yoyสูงสุดตั้งแต่ปี 24 หรือรอบ 40 ปี (เป้าหมายเงินเฟ้อที่เฟดวางไว้ที่ +-2%), อัตราการว่างงาน ล่าสุด 6.1% ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 63 แต่ยังสูงกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิดที่อยู่ระดับ 3.4%

โดยรวมทำให้ตลาดหุ้นเริ่มมีมุมมองเฟดจะกลับมาใช้นโยบายการเงินตึงตัว และดึงสภาพคล่องออกจากระบบมากขึ้น และล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg ในช่วงสุดสัปดาห์ จุดกระแส Fed ได้เริ่มดึงสภาพคล่องออกจากระบบ ผ่านการขายพันธบัตรกลับคืนสู่ตลาด (Reverse Repo) ข้อมูลล่าสุด 27 พ.ค.64 มูลค่ารวม 4.853 แสนล้านดอลลาร์ (All Time high)

การเร่งทำ Reverse Repo ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นจะกลับมาเริ่มพูดถึงโอกาสที่เฟด จะเริ่มลดวงเงินอัดฉีดสภาพคล่องลง หรือ QE tapering
ทั้งนี้ทาง ASPS ติดตามวิธีการและช่วงเวลาจะเกิดขึ้นในระยะถัดไปเมื่อไหร่ เดิม ตลาดคาดว่า QE Tapering อาจจะเริ่มเร็ว สุดคือ Q1/65 แต่จากกระแสอาจจะเร็วขึ้น อาทิ Q4/64

การกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวของเฟด น่าจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นโดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะเป็นโอกาสในการสะสม เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันแต่ต่างจากช่วงที่เกิด Tapering QE ในอดีต กลางปี 56 คือ

  1. สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อน Tapering QE กลางปี 56 มาก ก่อนการเกิด Tapering QE ทาง Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง 5 ปี ด้วย ปริมาณสูงถึง 2.8 แสนล้านบาท หนุนต่างชาติมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยโดยตรงสูงถึง 27.8% แต่ในปี 63 ถึงปัจจุบัน ปัญหา COVID-19 กดดันต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทย 3.3 แสนล้านบาท จนทำให้ล่าสุดสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยโดยตรงลดลงมาอยู่ในระดับต่ำมากเพียง 21.2% ทำให้แรงขายน่าจะจำกัดมากขึ้น

  2. SET Index ปัจจุบันยัง Laggard ตลาดหุ้นสหรัฐมาก คือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ SET Index ก่อน Tapering QE 5 ปี เพิ่มขึ้นถึง 270% Outperform กว่าตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P500) ที่เพิ่มขึ้น 89%, แต่ในปี 63 ถึงปัจจุบัน SET Index เผชิญกับปัญหา COVID-19 ยัง Underperform โดยขึ้นมาเพียง 0.1% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐทำจุดสูงสุดต่อเนื่องเพิ่มขึ้นขึ้น 30.1% ในช่วงเวลาเดียวกัน

สรุปคือ นโยบายการเงินแบบตึงตัวของเฟดน่าจะกดดันตลาดหุ้นไทยเพียงช่วงสั้น ๆ เนื่องจากทั้งปริมาณเม็ดเงิน Fund Flow ในระบบที่เหลือน้อย และตลาดหุ้นไทยยังขึ้นมาไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐ ที่ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ได้แล้วในทางตรงกันข้ามปัจจุบันเริ่มเห็นการ Recovery ของเศรษฐกิจ จากการเร่งกระจายวัคซีน น่าจะช่วยหนุนให้ Fund Flow มีโอกาสกลับมาสะสมหุ้นไทยมากขึ้นในช่วงที่ย่อตัว

ดังนั้นหาก SET Index ย่อตัวลึกจากประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่ได้แรงหนุนจากสภาพคล่องในระบบลดน้อยลง อย่าง หุ้นธนาคาร อย่าง KBANK หุ้นเปิดเมือง ชอบ MINT - MAJOR - AOT - BDMS

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ    โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...