ย้อนเหตุการณ์ เอมิเลียโน่ ซาลา เซ็นสัญญา คาร์ดิฟฟ์ ก่อนสูญหายไร้ร่องรอย
เรียกได้ว่ากลายเป็นข่าวเศร้ารับปี 2019 เมื่อ เอมิเลียโน่ ซาลา ศูนย์หน้าตัวใหม่ของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ได้สูญหายไร้ร่องรอย และปฏิบัติการค้นหาแข้งรายนี้ก็ถูกยุติลงไปเป็นที่เรียบร้อย
ย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม มันยังเป็นวันที่ดาวยิงวัย 28 ปี สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข เมื่อได้ย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ ลีก อันเป็นความใฝ่ฝันของเขา หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่นาน เขาได้กล่าวว่า “มันทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก ผมแทบอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ฝึกซ้อมและเจอกับเพื่อนๆ ร่วมทีม”
แต่การอดใจรอของเขาก็ได้กลายเป็นการรอคอยตลอดกาล เมื่อ ซาลา บินกลับไปยังต้นสังกัดเก่า น็องต์ เพื่อร่ำลาเพื่อนๆ ที่ร่วมงานด้วยกันมาในฝรั่งเศส รวมถึงเก็บข้าวของเครื่องใช้ เตรียมที่จะไปใช้ชีวิตใหม่ที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นก็บินกลับมาที่ คาร์ดิฟฟ์ อีกครั้ง น่าเสียดายที่เครื่องบินเล็ก ไพเพอร์ มาลิบู ที่เขาโดยสารเกิดปัญหาหายไปจากจอเรดาร์ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ว่าไงเพื่อนๆ เป็นยังไงกันบ้าง ตอนนี้ผมเหนื่อยมากๆ เลย ผมมาที่ น็องต์ เพื่อทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ มันไม่ได้หยุดพักหายใจเลยล่ะ ตอนนี้ผมอยู่บนเครื่องบินแล้ว ซึ่งมันดูเหมือนว่าสามารถฉีกออกเป็นชิ้นๆ ผมกำลังจะบินไป คาร์ดิฟฟ์ มันบ้ามาก พรุ่งนี้เราจะได้เริ่มต้นกันแล้ว ตอนบ่ายเราจะเริ่มต้นฝึกซ้อมกัน” ซาลา ได้ฝากข้อความเสียงนี้เอาไว้ในกลุ่ม WhatsApp ขณะที่กำลังโดยสารนกเหล็กไปยัง คาร์ดิฟฟ์ และถัดมาไม่นานก็มีข้อความเสียงถูกส่งเข้ามาอีก แต่คราวนี้มันดูน่าหวั่นวิตก
“เป็นไงบ้างทุกคน ถ้าหากว่าพวกคุณไม่ได้ยินข่าวอะไรภายใน 1 ชั่วโมงครึ่งหลังจากนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะส่งใครสักคนมาค้นหาผมหรือเปล่า… ผมรู้สึกกลัวเหลือเกิน!”
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ทุกคนได้รับข่าวสารจากเขา ก่อนที่เครื่องบิน ไพเพอร์ มาลิบู จะขาดการติดต่อไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่บริเวณอัลเดอร์นี่ย์ หมู่เกาะแชนเนล ซึ่งอยู่ระหว่างสหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศส
แต่อย่างน้อยสิ่งที่ ซาลา กังวลก็คือจะมีใครมาค้นหาเขาหรือเปล่า ตรงนี้ไม่ต้องห่วงเลย เพราะว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างก็พยายามกันสุดความสามารถ เพื่อที่จะค้นหาตัวนักเตะกับนักบินที่ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ตำรวจเกิร์นซี่ย์ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวได้ปฏิบัติภารกิจอย่างสุดกำลังในแต่ละวัน แต่เขาก็มองโลกตามความเป็นจริงว่าต่อให้ตามหาจนพบก็ใช่ว่าจะเป็นร่างที่มีชีวิต เพราะด้วยสภาพผืนน้ำที่หนาวเหน็บ ขนาดว่าเป็นคนที่ร่างกายฟิตสุดๆ ก็ยังอยู่รอดได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
วันแล้ววันเล่าค่อยๆ ผ่านไป สำหรับใครก็ตามที่เอาใจช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์มันก็คงจะเป็นช่วงเวลาที่แสนยาวนาน ไม่มีใครมั่นใจเลยว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดข่าวดีขึ้นมา ไม่น่าแปลกที่หลายคนเริ่มทำใจกันแล้วว่าคงไม่ได้เห็น ซาลา สวมสตั๊ดล่าตาข่ายคู่แข่งในสนามอีกต่อไป
วันที่ 24 มกราคม ทีมค้นหาได้ตัดสินใจยุติปฏิบัติการ ด้วยเหตุผลคือต้องยอมรับว่าโอกาสรอดชีวิตของ ซาลา นั้นอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริงอย่างมาก ทั้งที่พยายามกันทุกวิถีทางในการค้นหาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 1,700 ตารางไมล์ แต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆ ที่จะค้นพบเบาะแส
เป็นอันว่า ซาลา ได้สูญหายไปจากวงการลูกหนังตลอดกาล แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเขาได้ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จแล้วในอาชีพค้าแข้ง ด้วยการเซ็นสัญญากับสโมสร พรีเมียร์ ลีก
… แม้ว่ามันจะเป็นความฝันที่เป็นจริงเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ 2-3 วันเท่านั้นก็ตาม