โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์ ที่น่าจับตาในปี 2562

MThai.com

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2562 เวลา 01.00 น.
ติดตามเรื่องน่ารู้ 10 เรื่องดาราศาสตร์ น่าติดตามในปี 2562 ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝาก จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์

ติดตามเรื่องน่ารู้ 10 เรื่องดาราศาสตร์ น่าติดตามในปี 2562 ที่ทีนเอ็มไทยนำมาฝาก จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขาได้รวบรวมเรื่องดาราศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบันไว้ได้อย่างน่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นความรู้ดีๆ ให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ ที่ไม่ควรพลาด!!!

10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์

ที่น่าจับตาในปี 2562

1. ครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก (21 กรกฎาคม) 

นีล อาร์มสตรอง กล่าวว่า “That’s one small step for a man, one giant leap for mankind ก้าวเล็กๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ” หลังจากยานอะพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 “ดวงจันทร์” ยังคงเป็นสถานที่เดียวในอวกาศที่มนุษย์สามารถเดินทางไปถึงความสำเร็จนี้ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมหาศาล อาทิ แผนที่ดวงจันทร์แบบละเอียด องค์ความรู้ใหม่จากตัวอย่างหินและดินบนดวงจันทร์ ระบบนำร่องการบินและอวกาศระบบจีพีเอส ระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ บรรจุภัณฑ์ และการเก็บรักษาอาหารแช่แข็งและเลนส์กล้องถ่ายภาพที่ทนต่อการขีดข่วน เป็นต้น

ปัจจุบันมนุษย์วางแผนเดินทางสู่ “ดาวอังคาร” เป็นเป้าหมายถัดไป แต่จะก่อให้เกิดการพัฒนาขนาดใหญ่แบบโครงการอะพอลโลหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…

2. ครบรอบ 100 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ (29 พฤษภาคม)

“ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไป” เป็นทฤษฎีที่นำมาอธิบาย “แรงโน้มถ่วงในเอกภพ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีความโน้มถ่วงสูงมากๆ ซึ่งอธิบายว่า มวลของวัตถุทำให้กาลอวกาศ (Spacetime) ในอวกาศโค้งงอ ยิ่งวัตถุมีมวลมากยิ่งทำให้กาลอวกาศโค้งงอมาก แสงที่เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวก็โค้งงอเช่นกัน ทฤษฎีนี้เกิดจากการครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งและการลองผิดลองถูกของนักฟิสิกส์ชื่อ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์”

เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีดังกล่าว เซอร์ อาร์เธอร์ เอ็ดดิงตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ จึงออกแบบการทดลองจากการสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2462 พบว่า เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาบังหน้าดวงอาทิตย์จนมืดสนิท แสงจากดาวฤกษ์ด้านหลังดวงอาทิตย์จะเดินทางโค้งผ่านกาลอวกาศรอบๆ ดวงอาทิตย์ ทำให้ตำแหน่งปรากฎเปลี่ยนไปตามที่ไอน์สไตน์ทำนายไว้ นับเป็นข้อพิสูจน์ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปครั้งแรก ที่ทำให้มุมมองของมนุษย์ต่อเอกภพเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

3. หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์สำคัญของไทย ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายดาราศาสตร์วิทยุและยีออเดซี ติดตั้ง “กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ในช่วงวิทยุคลื่นวิทยุ รวมถึงการวิจัยด้านธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์บรรยากาศ เช่นการเกิดแผ่นดินไหว หรือสึนามิ เป็นต้น สามารถร่วมสังเกตการณ์กับกล้องโทรทรรศน์วิทยุทั่วโลกในเครือข่ายการแทรกสอดระยะไกล (VLBI) มีแผนดำเนินการระหว่างปี 2560-2563 คาดว่าจะเริ่มใช้งาน ประมานปลายปี 2564

4. “ดาวเทียมวิจัย” ของคนไทย โดยคนไทยเพื่อคนไทย

โครงการภาคีความร่วมมือพัฒนาความสามารภเทคโนโลยีอวกาศไทย มีเป้าหมาย ใช้ดาวเทียมเป็นโจทย์พัฒนาขีดความสามารถของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศ บูรณาการความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรในหลายด้าน ภารกิจของโครงการฯ จึงเน้นการพัฒนาคน ทั้งนักวิจัย วิศวกรจาก 3 สถาบัน ได้แก่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญในประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและสร้าง “ดาวเทียมวิจัย” ดวงแรกฝีมือคนไทย นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของไทย

5. เปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา” (25 กรกฎาคม)

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 พระชนมพรรษา สงขลา ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญในภาคใต้ มีภารกิจหลักคือ สนับสนุนงานบริการวิชาการดาราศาสตร์แก่ชุมชน งานวิจัยดาราศาสตร์ สำหรับนักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษา และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมอย่างครบวงจร

ที่ตั้งหอดูดาวอยู่บริเวณละติจูด 7 องศาเหนือ จึงสังเกตวัตถุท้องฟ้า ในซีกฟ้าใต้ได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น สภาพท้องฟ้ายังเอื้อต่อการสังเกตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ได้ดีในช่วงฤดูฝนของไทย มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม มองเห็นทั้งทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการที่สำคัญของภูมิภาคและเป็นหอดูดาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

6. จันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย  

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน 17 กรกฎาคม สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 03:02 – 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดจากดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกบางส่วน ทำให้มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง ดวงจันทร์จะเข้าไปในเงามืดของโลกมากที่สุดประมาณร้อยละ 65 ในเวลาประมาณ 04.31 น. สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศตลอดทั้งปรากฏการณ์

สุริยุปราคาบางส่วน

ส่วนปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน 26 ธันวาคม ฃตั้งแต่เวลาประมาณ 10:18 – 13:57 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทยในเวลาที่แตกต่างกัน แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นคราสการบังไม่เท่ากัน ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 81 ส่วนทางภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ดวงอาทิตย์จะถูกบังเพียงร้อยละ 40 ส่วนกรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะถูกบังประมาณร้อยละ 56

7. ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี

ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) : 19 กุมภาพันธ์ มีขนาดปรากฎใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย และ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon) : 14 กันยายน มีขนาดปรากฎเล็กกว่าปกติเล็กน้อย สังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออก หลังดวงอาทิตย์ตก ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 เป็นต้นไป

8. ดาวเคราะห์ใกล้โลก

ดาวพฤหัสบดี

โอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่อาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงรุ่งเช้า และมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

*-ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก 10 มิถุนายน *

ดวงอาทิตย์โลก และดาวพฤหัสบดี จะเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างประมาณ 641 ล้านกิโลเมตร

-ดาวเสาร์ใกล้โลก 9 กรกฎาคม 

ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ จะเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างประมาณ 1,352 ล้านกิโลเมตร

9. ฝนดาวตก

เกิดขึ้นตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่

  • ฝนดาวตกควอดรานติดส์ 3-4 มกราคม (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกไลริดส์ 22-23 เมษายน (เฉลี่ย 18 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์ : 6-7 พฤษภาคม (เฉลี่ย 50 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเดลต้า-อควอริดส์ 30-31 กรกฎาคม (เฉลี่ย 25 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ 12-13 สิงหาคม  (เฉลี่ย 110 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ 9-10 ตุลาคม  (เฉลี่ย 5 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 21-22 ตุลาคม  (เฉลี่ย 20 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ 12-13 พฤศจิกายน (เฉลี่ย 5 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกลีโอนิดส์ 18-19 พฤศจิกายน (เฉลี่ย 15 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเจมินิดส์ 13-14 ธันวาคม (เฉลี่ย 140 ดวงต่อชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเออร์ซิดส์ 22-23 ธันวาคม (เฉลี่ย 10 ดวงต่อชั่วโมง)

10. จับตาข้ามปี “ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี” เข้าใกล้กันที่สุดในรอบ 397 ปี

เฝ้าจับตา “ดาวเสาร์” และ “ดาวพฤหัสบดี” ค่อยๆ เริ่มขยับเข้าใกล้ตั้งแต่ปลายปี 2562 ไปจนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2563 จะปรากฏห่างกันเพียง 0.1 องศา มองบนท้องฟ้า เสมือนเป็นดาวดวงเดียวกัน หากใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายไม่เกิน 150 เท่า จะเห็นดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีอยู่ในช่องมองภาพเดียวกัน สังเกตได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนู และกลุ่มดาวแพะทะเล ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในทุก 20 ปี แต่ “ครั้งนี้นับว่าเข้าใกล้ที่สุด ในรอบกว่า 397 ปี”

ข้อมูลและที่มาภาพจาก องค์การนาซา nasanarit สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, lesa.biz

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...