โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางสู่กำเนิด “อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ” ที่ขอนแก่น และการเคลื่อนไหวในอีสานทศวรรษ 2480

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.ย 2564 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2564 เวลา 02.57 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - อนุสาวรีย์เทอดรัฐธรรมนูญ จังหวัดมหาสารคาม สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นอนุสาวรีย์ที่มีสัญลักษณ์รัฐธรรมนูญแห่งแรกของประเทศสยาม (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 เกิดประดิษฐกรรมว่าด้วยเรื่องชาติ อันสืบเนื่องมาจากการผลักดันสำนึกว่าด้วยเรื่อง “ชาติไทย” อย่างแพร่หลาย การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างก็เริ่มส่งอิทธิพลไปสู่ระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่แถบอีสาน ซึ่งปรากฏความเคลื่อนไหวสร้าง อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ ในหลายจังหวัด รวมถึงในขอนแก่น

ในบทความเรื่อง “มองสำนึกพลเมืองยุคคณะราษฎรผ่านอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในอีสาน” โดยศรัญญู เทพสงเคราะห์ เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2561 บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารเก่าและเอกสารทางวิชาการซึ่งสะท้อนสภาพและบทบาทของพลเรือนในแง่มุมที่เชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญและระบอบใหม่หลายประการ แง่มุมที่ศรัญญู หยิบยกมานำเสนอเพื่อสะท้อนภาพก็คือแง่มุมเรื่องการมีส่วนร่วมในอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ

ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2480 ปรากฏส.ส. รุ่นใหม่ในหลายจังหวัดแสดงให้เห็นว่าระบอบใหม่เปิดโอกาสให้คนทุกชนชั้นก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติอย่างเท่าเทียม ส่วนของพลเมือง ศรัญญู เทพสงเคราะห์ อธิบายไว้ว่า พลเมืองอีสานพยายามมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญและระบอบใหม่อย่างกระตือรือร้น

แง่มุมที่สะท้อนภาพข้างต้นคือ ข้าราชการและประชาชนในอีสานร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับจำลองเป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงคุณค่าและความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย นับตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2480 ที่ประชาชนในอำเภอขุหลุ จังหวัดอุบลราชธานี ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ชี้ว่า แม้รัฐบาลจะไม่เห็นด้วยกับการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับจำลองในระดับอำเภอ เนื่องจากมีรัฐธรรมนูญฉบับจำลองประจำในแต่ละจังหวัดแล้ว แต่ยังเปิดช่องว่า ถ้าประชาชนในท้องถิ่นประสงค์ออกค่าใช้จ่ายสร้างรัฐธรรมนูญฉบับจำลองในระดับอำเภอด้วยความสมัครใจ รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงพบเห็นว่า เริ่มมีจังหวัดอื่นๆ เคลื่อนไหวลักษณะนี้ตามติดกันมา ในจังหวัดขอนแก่นการเคลื่อนไหวจัดสร้างรัฐธรรมนูญฉบับจำลองปรากฏในจังหวัดขอนแก่น ช่วงพ.ศ. 2482-83

สำหรับจังหวัดขอนแก่น ข้าราชการและประชาชนขอนแก่นพยายามร่วมแรงร่วมใจในการสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับการรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการส่งเสริมรัฐธรรมนูญในจังหวัดของตน แม้ว่าจะถูกทัดทานจากส่วนกลาง แต่ยังผลักดันโครงการอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญจนแล้วเสร็จ

อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญที่ขอนแก่นมีลักษณะเป็นวงเวียนที่ประชาชนที่สัญจรผ่านสามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ซึ่งช่วยเสริมภูมิทัศน์ของเมืองให้ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ยังระบุว่า ปรากฏหลักฐานที่ชี้ว่ากรมการจังหวัดขอนแก่นมีแนวคิดสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2481 โดยอาศัยงบประมาณจากการเรี่ยไรเงินชาวขอนแก่น กระทรวงมหาดไทยมีความเห็นว่า การส่งเสริมรัฐธรรมนูญโดยการสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ รัฐบาลยังไม่มีความประสงค์ที่จะจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ ดังนั้นในการขออนุญาตสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญมานี้ จะต้องพิจารณาถึงสถานที่และอาณาบริเวณว่ามีความเหมาะสมเพื่อเป็นการส่งเสริมและเชิดชูรัฐธรรมนูญ [1]

ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังมีความเห็นว่า “การสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญนี้เป็นความเห็นชอบของท้องถิ่นโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ทางกระทรวงไม่ควรจะล่วงล้ำให้มากเกินควรก็จะได้ตอบอนุมัติและตักเตือนกำชับในเรื่องความเหมาะสมของสถานที่และแบบแปลน” [2]

ถึงแม้ว่าทางกระทรวงมหาดไทยจะยินยอมให้คณะกรมการจังหวัดขอนแก่นสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ แต่หลวงเชวงศักดิ์สงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งข้อสังเกตและขอให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินจากประชาชนที่อาจนำไปสู่ข้อครหาได้ และแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับการส่งเสริมระบอบรัฐธรรมนูญของจังหวัดขอนแก่นว่า

“อนึ่งการจะเพาะหรือปลูกฝังความมั่นคงในระบอบรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่การสร้างอนุสสรณ์ที่เป็นเสาหิน หรือรูปจำลอง แต่อยู่ที่การปฏิบัติของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่จะชักจูงด้วยวิธีอื่น ฉะเพาะอย่างยิ่ง คือการปฏิบัติตนให้สมกับสมัยรัฐธรรมนูญ” [3]

หากพิจารณาที่ตั้งของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นแล้วจะพบว่า แตกต่างจากอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญแห่งอื่นในอีสานที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ โดยอนุสาวรีย์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ข้าหลวงประจำจังหวัดได้กำหนด อันสะท้อนถึงอำนาจการตัดสินใจของข้าราชการส่วนภูมิภาคในการสร้างอนุสาวรีย์แต่ละแห่ง แต่ที่ตั้งของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่น กลับมาจากการตัดสินใจของเทศบาลเมืองขอนแก่นสมัย นายโสภัณ สุภธีระ เป็นนายกเทศมนตรี โดยอนุสาวรีย์มีลักษณะเป็นวงเวียนที่เรียกว่า “วงเวียนประชาสำราญ” หรือ “วงเวียนรัฐธรรมนูญ” อันเป็นจุดตัดระหว่างถนนศรีจันทร์กับถนนประชาสำราญ [4] และเป็นที่น่าสังเกตว่าอนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศาลหลักเมืองแห่งใหม่ที่เพิ่งย้ายมาตั้งใน พ.ศ. 2485 เทวสถานแม่ธรณีที่สร้าง พ.ศ. 2486 และบ้านของนายกเทศมนตรี [5]

อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นมีลักษณะเป็นป้อมหกเหลี่ยม ด้านบนมีพานแว่นฟ้าประดิษฐานรัฐธรรมนูญ โดยป้อมหกเหลี่ยมสะท้อนนัยยะหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ซึ่งหากพิจารณาจากสถาปัตยกรรมของอนุสาวรีย์มีลักษณะคล้ายคลึงกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพฯ หรืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจำลองที่สร้างชั่วคราวในงานฉลองวันชาติ พ.ศ. 2483 เพียงแต่อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นไม่มีปีกทั้ง 4 ด้าน และบริเวณป้อมมีประตูเพียงแห่งเดียว โดยหันไปหาทางเข้าบ้านของนายกเทศมนตรีพอดี นอกจากนี้เหนือซุ้มประตูยังมีตัวเลข “๒๔๘๖” ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นปีที่เปิดอนุสาวรีย์แห่งนี้

 

เชิงอรรถ

[1] หจช. มท.5/63 เรื่องคณะกรมการจังหวัดขอนแก่นขออนุญาตทำการเรี่ยไรเพื่อสร้างอนุสสาวรีย์รัฐธรรมนูญ (พ.ศ. 2481).

[2] เรื่องเดียวกัน.

[3] เรื่องเดียวกัน.

[4] งานพระราชทานเพลิงศพ นายโสภัณ สุภธีระ ณ เมรุวัดหนองแวง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พุทธศักราช 2525, (กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, 2525), ไม่มีเลขหน้า.

[5] คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดขอนแก่น. (กรุงเทพฯ : กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรมศิลปากร, 2542), น. 61.

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดย่อและเรียบเรียงข้อมูลจากบทความ “มองสำนึกพลเมืองยุคคณะราษฎรผ่านอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในอีสาน” โดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2561 (เนื้อหาในออนไลน์ได้ปรับเชิงอรรถใหม่)

เผยแพร่เนื้อหานี้ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 กันยายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...